กองทัพเรือเผยผลสอบเหตุ ร.ล.สุโขทัยอับปาง แต่ยังมีคำถามว่าเรือรบโชคร้ายจากสภาพอากาศแปรปรวนฉับพลันจริงหรือ ?

งานแถลง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

สส.พรรคก้าวไกลเตรียมขอตั้งกรรมการอิสระสอบหาสาเหตุการอับปางลงของเรือหลวงสุโขทัยต่อ หลังกองทัพเรือเปิดเผยผลสอบระบุว่า เป็นเหตุสุดวิสัยจากสภาพอาการแปรปรวน พร้อมกับยืนยันว่าเรือมีความพร้อม และมีเสื้อชูชีพครบ

วานนี้ (9 เม.ย.) กองทัพเรือเปิดเผยผลสอบข้อเท็จจริงกรณีเรือหลวงสุโขทัย (ร.ล.สุโขทัย) อับปางเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2565 ขณะมุ่งหน้าออกจากฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อเดินทางไปร่วมงานคล้ายวันประสูติของ เสด็จเตี่ย หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ จ.ชุมพร

จุดเรืออับปางลงอยู่ห่างจากท่าเรือ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 20 ไมล์ทะเล หลังเผชิญกับคลื่นลมแรง ทำให้ตัวเรือเอียงมากกว่า 60 องศา จนน้ำทะลักเข้ามาในตัวเรือ ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและเครื่องจักร

เรือลำดังกล่าวบรรทุกกำลังพลทั้งหมด 105 นาย เป็นกำลังพลประจำเรือกว่า 75 นาย ขณะที่อีก 30 นาย ไม่ใช่กำลังพลประจำเรือ แต่มาจากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและชายฝั่ง 15 นาย และหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน 15 นาย เป็นต้น

เหตุการณ์เรือรบอายุราชการ 36 ปีลำนี้อับปางลงกลางอ่าวไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 คน สูญหาย 5 คน และรอดชีวิต 76 คน

หลังเกิดเหตุ ทางกองทัพเรือแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจำนวน 3 คณะ ประกอบด้วย

  • คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี ร.ล.สุโขทัยประสบเหตุอับปาง ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นเฉพาะเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงและสรุปบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
  • คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทัพเรือภาคที่ 1
  • คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อเงินหรือทรัพย์สินของทางราชการ อันมาจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่

เมื่อต้นปี 2566 ทางกองทัพเรือบอกว่าสอบปากคำไปแล้วกว่า 280 คน เหลือเพียงพยานวัตถุจาก ร.ล.สุโขทัยเท่านั้น โดยวานนี้ทางกองทัพเรือบอกกับสื่อมวลชนว่าทางคณะกรรมการฯ สอบปากคำพยานไปมากกว่า 300 คน และยินดีเปิดเผยบันทึกการสอบปากคำพยานทั้งหมดในภายหลัง

เมื่อไม่นานนี้ ทางกองทัพเรือของไทยร่วมมือกับกองทัพเรือของสหรัฐอเมริกา ปฏิบัติการร่วมค้นหาผู้เสียหายและปลดวัตถุอันตรายของ ร.ล.สุโขทัย ระหว่างวันที่ 22 ก.พ. - 11 มี.ค. 2567 แต่ไม่พบผู้สูญหายทั้ง 5 คน แต่ได้วัตถุพยานหลักฐานจาก ร.ล.สุโขทัยตามที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต้องการครบถ้วนทุกรายการ

พลเรือเอกอะดุง พันธ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวในการเปิดเผยผลสอบสวนข้อเท็จจริงว่า โทรศัพท์มือถือที่นำขึ้นมาจาก ร.ล.สุโขทัยนั้น ปรากฏว่าไม่พบซิมการ์ด จึงไม่มีข้อมูล ส่วนเครื่องบันทึกภาพกล้องวงจรปิดซึ่งนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าเครื่องเล่นไม่สามารถอ่านได้ เนื่องจากชำรุดมาก

กำลังพล ร.ล.สุโขทัยที่อยู่บนแพชูชีพ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กำลังพล ร.ล.สุโขทัยที่อยู่บนแพชูชีพ

ยืนยันว่าเรือมีความพร้อม เสื้อชูชีพครบ แต่อากาศรุนแรงแปรปรวน

จากผลการสอบข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการที่ทางกองทัพเรือแต่งตั้ง พบว่า ร.ล.สุโขทัยมีความพร้อมในการออกเรือ ไม่ว่าจะเป็น ตัวเรือ ระบบขับเคลื่อน ระบบเดินเรือ ระบบอาวุธ ส่วนเครื่องไฟฟ้ามีความพร้อม 3 เครื่องจากทั้งหมด 4 เครื่อง

สำหรับข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่ทาง ร.ล.สุโขทัยได้รับจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ก่อนออกเดินเรือ ระบุว่า ในห้วงวันที่ 17-20 ธ.ค. 2565 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ส่วนอ่าวไทยตอนบน ทางฝั่งมีความสูงของคลื่น 5-7 ฟุตหรือ 1.5 ถึง 2.1 เมตร และ 5-8 ฟุต หรือ 1.5 ถึง 2.4 เมตร ด้านอ่าวไทยตอนล่างความสูงของคลื่น 10 ฟุต หรือ 3 เมตร แต่เมื่อเดินเรือได้ประมาณ 19 ชั่วโมง กลับเจอกับคลื่นลมแปรปรวน คลื่นสูง 4-5 เมตร ความเร็วลมประมาณ 45-54 กม./ชม. ซึ่งทางกองทัพเรือบอกว่าเกินกว่าที่ ร.ล.สุโขทัยจะรับมือได้ เนื่องจากเรือออกแบบมาให้เดินเรือในสภาวะทะล (Sea State) ระดับ 5 คลื่นสูง 2.5-4 เมตร แต่สถานการณ์จริงสภาวะทะเลอยู่ที่ Sea state ระดับ 6-7 ซึ่งมีคลื่นสูงที่ 4-9 เมตร

“แม้ว่าเรือสุโขทัยออกมาใหม่ ๆ ในสภาพสมบูรณ์ก็ยังมีความเสี่ยงในการเกิดการอับปางได้เช่นเดียวกันในสภาพทะเลแบบนี้ ร.ล.สุโขทัยใช้งานมา 36 ปี ขณะที่ทางกองทัพเรือกำหนดอายุการใช้งานไว้ที่ 40 ปี นี่จึงเข้าสู่ช่วงท้าย ๆ ของการประจำการแล้วนะครับ” พลเรือตรีอภิรมย์ เงินบำรุง เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ในฐานะคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและคณะกรรมการสอบสวนฯ กล่าว

ทางกองทัพเรือยังอ้างว่า ในห้วงเวลาเดียวกัน พบเรือประมงและเรือบรรทุกสินค้าอับปางลงในอ่าวไทยถึง 7 ลำ อย่างไรก็ตาม นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 4 จ.ฉะเชิงเทรา จากพรรคก้าวไกล ซึ่งมานั่งฟังผลการสอบข้อเท็จจริงของกองทัพเรือด้วย ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุเรืออับปางที่กองทัพเรือนำมาอ้างนั้น ไม่มีผู้เสียชีวิตสักคนเดียว

“ยังไม่รับรวมเรืออีกเป็นสิบเป็นร้อยลำที่เขาไม่ได้ล่ม ที่เขาปลอดภัย แต่ ร.ล.สุโขทัยกลับเกิดความโชคร้ายจากสภาพอากาศแปรปรวน” นายจิรัฏฐ์ ตั้งข้อสังเกต

เรือเอียง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผลสอบของกองทัพเรือชี้ว่า ร.ล.สุโขทัยสูญเสียความสามารถในการทรงตัว ก่อนจะสูญเสียกำลังลอย

ในวันที่ 17 ธ.ค. เวลา 17.30 น. ร.ล.สุโขทัยออกเดินทางจากท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบโดยมีที่หมายคือหาดทรายรี จ.ชุมพร โดยภายหลังจากออกเรือประมาณครึ่งชั่วโมง ได้มีการประกาศแจกจ่ายเสื้อชูชีพให้กับกำลังพลของหน่วยที่ลงไปกับเรือ ซึ่งทาง ร.ล.สุโขทัย มีเสื้อชูชีพอยู่บนเรือทั้งสิ้น 120 ตัว เพียงพอสำหรับกำลังพลที่ออกปฏิบัติการกับเรือ แต่พบว่าไม่ใช่กำลังพลทุกนายที่เข้ามารับเสื้อชูชีพ

“กำลังพลประจำเรือแต่ละนายได้รับการแจกจ่ายประจำตัวแล้ว และได้จัดเตรียมไว้สำหรับแจกจ่ายให้กำลังพลของหน่วยที่ลงไปกับเรือด้วย แต่ปรากฏว่าหลังจากประกาศ กำลังพลดังกล่าวยังไม่มารับเสื้อชูชีพครบทั้งหมดเนื่องจากบางส่วนมีภาระส่วนตัว บางส่วนไม่ได้ยินการประกาศ และบางส่วนไม่มีความคุ้นเคยเส้นทางภายในเรือ” วิดีทัศน์ที่เปิดเผยผลสอบข้อเท็จจริงของกองทัพเรือ ระบุ

ด้านนายชยพล สท้อนดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 8 พรรคก้าวไกล ซึ่งมาฟังการแถลงข้อเท็จจริงของกองทัพเรือด้วย ลุกขึ้นถาม ผบ.ทร. ว่า เหตุที่กำลังพลไม่มารับเสื้อชูชีพทุกคนนั้น เป็นความบกพร่องด้านการฝึกซ้อม (training) ของกองทัพเรือหรือไม่

ทาง ผบ.ทร. ชี้แจงว่าทางเรือประกาศถึง 3 ครั้ง แต่ไม่มีใครมารับไปใส่ เนื่องจากไม่มีใครคิดว่าเรือรบจะจม “เราไปเที่ยวพัทยา เราใส่เสื้อชูชีพกันไหม นี่คือคนไทย แต่หลังจากที่เกิดเรื่อง กองทัพเรือใส่ตลอดเวลา ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง ผมสั่งการให้ใส่ทันทีที่ออกเรือ แต่ถามว่าตอนนั้นใครผิดไหม มันเป็นคนไทยที่อยู่กันแบบนี้ regulation มี ไม่ใช่ไม่มี เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วก็มีอะไรหลายๆ อย่าง ๆ ที่ยอมรับว่าเราบกพร่อง”

“หากต้องประกาศเตือนตั้ง 3 ครั้ง ก็ถือว่ามีความบกพร่องด้านการ training แล้ว หากเสื้อชูชีพมีเพียงพอขนาดนั้น เขาจะไปยืนเกาะเรือโดยไม่มีเสื้อชูชีพเหรอ ทั้งที่เรือเอียง 60 องศา” นายจิรัฏฐ์ บอกกับบีบีซีไทย โดยเขาอ้างอิงจากคำสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าบนเรือมีเสื้อชูชีพไม่เพียงพอ

สภาพ ร.ล.สุโขทัยขณะจมลง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, สภาพ ร.ล.สุโขทัยขณะจมลง

ผลสอบชี้ น้ำเข้าทางหัวเรือทำให้เรือสูญเสียการทรงตัว

ด้าน พล.ร.ต.อภิรมย์ บอกว่า ร.ล.สุโขทัยสูญเสียความสามารถในการทรงตัวก่อนสูญเสียกำลังลอย โดยเมื่อนำค่าการทรงตัวของเรือหรือค่า GM มาดู ก็พบว่าเรือสูญเสียการทรงตัวในช่วงเวลาบ่ายสามโมงของวันที่ 18 ธ.ค. 2565 แต่กระนั้น ทาง พล.ร.ต.อภิรมย์ ยืนยันว่า ร.ล.สุโขทัยมีค่าการทรงตัวขณะออกเรือเพียงพอในสภาวะทะเลปกติ

ความเสียหายของแผ่นกันคลื่นซึ่งติดตั้งอยู่หน้าป้อมปืน 76 มม. เกิดจากการกระแทกกับคลื่นที่รุนแรงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้ตัวแผ่นเหล็กล้าฉีกออก เกิดเป็นรูและเปิดช่องให้น้ำเข้าท่วมห้องใต้ป้อมปืนได้ ประกอบกับป้อมปืนขนาด 76 มม. ก็ถูกแรงกระแทกเป็นช่องเปิด ทำให้น้ำทะเลเข้าไปยังห้องใต้ป้อมปืนได้ด้วยเช่นกัน ส่วนประตูห้องกระชับเชือกหัวเรือซึ่งเปิดอยู่ ทำให้น้ำสามารถเข้าไปในตัวเรือได้ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรือสูญเสียความสามารถในการทรงตัว แต่ความเสียหายจากรูทะลุ 2 แห่งบริเวณกงที่ 35 ทางกราบซ้ายของเรือไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำเข้าท่วมห้องใต้ป้อมปืนจนทำให้เรืออับปางลง เนื่องจากรูทะลุดังกล่าวสูงจากแนวน้ำประมาณ 5 ฟุต และกลายเป็นช่องทางน้ำไหลออกมากกว่าไหลเข้าสู่ห้อง เมื่อระดับน้ำที่ท่วมภายในห้องใต้ป้อมปืนสูงกว่าระดับรูทะลุ

“เมื่อเรือเอียงเกินกว่า 30 องศา น้ำทะเลสามารถเข้าไปภายในตัวเรือได้ทางช่องทางระบายอากาศและประตูผนึกน้ำที่เปิดออกจากการปะทะของคลื่นในลักษณะ Progressive Flooding คือเข้าได้อย่างต่อเนื่องและไม่ถูกจำกัดการไหล ปริมาณน้ำส่วนใหญ่ไหลเข้าไปอยู่ในห้องเครื่องจักรใหญ่ และภาคท้ายเป็นหลัก จนเรือสูญเสือกำลังลอย และจมลงในที่สุด” พล.ร.ต.อภิรมย์ กล่าว

ผลสอบสวนข้อเท็จจริงยังพบว่า ระหว่างที่เรือเกิดปัญหาน้ำเข้าเรือนั้น ยังเกิดเหตุชำรุดของเครื่องจักรใหญ่ขัดข้อง ซึ่งสันนิษฐานว่าน้ำมันที่อยู่ในถังใช้การเกิดสกปรก เนื่องจากเรือที่โคลงไปมาระหว่างแล่นฟันคลื่นนั้น ได้เข้าไปชำระเศษฝุ่นหรือสิ่งสกปรกจนทำให้หัวฉีดอุดตันและบางหัวใช้งานไม่ได้ เครื่องยนต์จึงรับภาระไม่ได้ และเริ่มขัดข้องในเวลาประมาณตีสองของวันที่ 18 ธ.ค. 2565

นายชยพล สส.พรรคก้าวไกลสอบถามว่า การขัดข้องของเครื่องจักรเช่นนี้ บ่งชี้ว่าการบำรุงรักษาเรือมีความบกพร่องหรือไม่ ทาง พล.ร.ต.อภิรมย์ ปฏิเสธ และชี้แจงเพิ่มเติมว่า ร.ล.สุโขทัยซ่อมบำรุงครั้งสุดท้ายในปีงบประมาณ 2561 และออกปฏิบัติราชการหลายครั้ง ส่วนใหญ่ใช้งานมาได้โดยตลอด

“การชำรุดของเครื่องจักรต่าง ๆ มันเกิดขึ้นได้หลายกรณี แต่เรื่องนี้ก็อธิบายได้ยาก เนื่องจากเราไม่ได้นำเครื่องขึ้นมา [จากน้ำ] ตรวจสอบโดยละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น” พล.ร.ต.อภิรมย์ ตอบคำถามนายชยพล

เหตุ ร.ล.สุโขทัยอับปาง ทำให้มีกำลังพลเสียชีวิต 24 คน สูญหาย 5 คน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เหตุ ร.ล.สุโขทัยอับปาง ทำให้มีกำลังพลเสียชีวิต 24 คน สูญหาย 5 คน

กำลังพลทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

นอกจากปัญหาน้ำเข้าท่วมเรือแล้ว ภายในเรือยังประสบปัญหาไฟไหม้ ไฟลัดวงจรตามที่ต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อเครื่องไฟฟ้า ระบบพิตช์ใบจักร กำลังพลแผนกช่างเรือกลซึ่งมีหน้าที่หลักในการป้องกันความเสียหาย จึงมีภาระงานมากเกินกว่าจะรับมือได้ และทางเรือยังต้องตัดกระแสไฟฟ้าบางส่วน เนื่องจากพบว่ามีกำลังพลถูกไฟดูด ทำให้เครื่องสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าในหลายพื้นที่ใช้งานไม่ได้ ความสามารถการสูบน้ำของเรือจึงลดลง

พล.ร.ท.สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า ภารกิจของ ร.ล.สุโขทัยในครั้งนั้นไม่ใช่ปฏิบัตการรบเต็มรูปแบบ จึงจัดกำลังพลออกเรือจำนวน 75 นาย จากจำนวน 100 นาย เพื่อจัดที่พักอาศัยให้แก่กำลังพลจากหน่วยอื่น ๆ ที่โดยสารไปกับเรือ

“เมื่อถึงภาวะต้องปฏิบัติงานภายใต้สภาพอากาศคลื่นลมรุนแรง ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของกำลังพลลดลง ทั้งยังต้องป้องกันความเสียหายหลายสถานที่ในห้วงเวลาเดียวกัน จึงทำให้การป้องกันความเสียหายแก่ตัวเรือทำได้อย่างจำกัด” พล.ร.ท.สุระศักดิ์ ระบุ

กองทัพเรือระบุว่า ร.ล.สุโขทัยออกเดินเรือภายใต้คำสั่งให้ปฏิบัติภารกิจที่มีชื่อว่า “การลาดตระเวนเพื่อเตรียมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่รับผิดชอบและสนับสนุนการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดิมศักดิ์ ณ หาดทรายรี จ.ชุมพร ตามที่ จ.ชุมพร ร้องขอ ระหว่างวันที่ 17-19 ธ.ค. 2565”

ด้านนายจิรัฏฐ์ สส.จากพรรคก้าวไกล บอกว่า การนำเรือไป จ.ชุมพร ในวันดังกล่าวเรียกว่าภารกิจไม่ได้ด้วยซ้ำ ถึงแม้จะใช้ชื่อว่าภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ แต่เป็นการตั้งใจไปร่วมงาน 100 ปี เสด็จเตี่ย มากกว่า

พลเรือเอก อะดุง พันธ์เอี่ยม ผบ.ทร.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, พล.ร.อ.อะดุง พันธ์เอี่ยม ผบ.ทร. ชี้แจงว่าทางเรือประกาศถึง 3 ครั้ง แต่มีกำลังพลบางคนไม่มารับเสื้อชูชีพไปใส่ เนื่องจากไม่มีใครคิดว่าเรือรบจะจม

ผู้บังคับการเรือใช้ดุลยพินิจขาดความรอบคอบ

พล.ร.ท.สุระศักดิ์ กล่าวต่อว่า ผลกระทบจากสภาพอากาศทำให้ ร.ล.สุโขทัยไม่สามารถเทียบท่าที่ท่าเรือประจวบคีรีขันธ์ได้ และทางผู้บังคับการเรือตัดสินใจนำเรือกลับไปยังฐานทัพเรือสัตหีบโดยพิจารณาจากข้อมูลที่มีจำกัดในเวลานั้น และไม่ทราบว่าแผ่นเหล็กกั้นคลื่นบริเวณหน้าป้อมปืนฉีกขาด

“คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปว่า กรณี ร.ล.สุโขทัยอับปาง ไม่ได้เกิดจากความจงใจของผู้บังคับการเรือและกำลังพลในเรือ แต่เกิดจากสภาพอากาศที่เกิดขึ้นจริง แปรปรวน เปลี่ยนแปลงฉับพลันจากที่มีการพยากรณ์ไว้ ทำให้เกิดภาวะผิดปกติและเกิดจากน้ำทะเลเข้ามาในตัวเรือจากรูทะลุ ทำให้เรือเอียงตามที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสอบสวนข้อเท็จจริงวินิจฉัยไว้ อย่างไรก็ตาม การที่ผู้บังคับการเรือตัดสินใจนำเรือกลับฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งมีระยะทางไกลและใช้เวลาเดินเรือมากกว่าการเทียบท่าที่ท่าเรือประจวบฯ เป็นการใช้ดุลพินิจอย่างขาดความรอบคอบ ทำให้เกิดความเสียหาย จึงเชื่อว่าการอับปางของ ร.ล.สุโขทัย มีส่วนจากการกระทำของเจ้าหน้าที่” พล.ร.ท.สุระศักดิ์ กล่าว

ด้วยเหตุนี้ จึงถือว่าผู้บังคับการเรือทำผิดวินัยทหาร ต้องโทษกักจำนวน 15 วัน ส่วนความผิดทางอาญาอยู่ในการดำเนินการของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ด้านพล.ร.อ.ชัยณรงค์ บุณยรัตกลิน ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ ในฐานะคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด สรุปผลสอบของคณะกรรมการชุดนี้ได้ว่า การอับปางของเรือเป็นเหตุสุดวิสัยจากสภาพอากาศ การตัดสินใจนำเรือกลับฐานทัพสัตหีบของผู้บังคับการเรือนั้น เป็นดุลพินิจที่สามารถทำได้ ไม่ได้มีเจตนาให้ ร.ล.สุโขทัยอับปางแต่อย่างใด ทางผู้บังคับการเรือและกำลังพลจึงไม่เข้าเงื่อนไขความผิดการละเมิดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการปฏิบัติเมื่อเกิดความเสียหายแก่เงินหรือทรัพย์สินของราชการ อันเนื่องมาจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2542 (ข.กล.42) ดังนั้น “ผู้บังคับการ ร.ล.สุโขทัย และเจ้าหน้าที่ทุกนาย จึงไม่จำเป็นต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น”

นาวาโท พิชิตชัย เถื่อนนาดี

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นาวาโท พิชิตชัย เถื่อนนาดี ผู้บังคับการ ร.ล.สุโขทัย ขอลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ทางนาวาโท พิชิตชัย เถื่อนนาดี ผู้บังคับการ ร.ล.สุโขทัย กล่าวว่า ตนเองขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และขอรับผิดชอบด้วยการลาออกหลังรับโทษตามกระบวนการต่าง ๆ เสร็จสิ้นแล้ว

“การตัดสินของผมอาจเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ไม่รอบคอบ ส่งผลต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น ผมในฐานะผู้บังคับการเรือขอแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยการขอรับโทษตามที่ทัพเรือภาค 1 ได้เสนอ และตามที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะเห็นควร หลังจากทุกอย่างดำเนินการเสร็จสิ้น ผมขอแสดงเจตจำนงลาออกจากกองทัพเรือ ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิด เป็นบ้านเกิดอันอบอุ่นของผม (เสียงสั่นเครือ) และเป็นการรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงเป็นการดำรงไว้ซึ่งเกียรติของตำแหน่งผู้บังคับการเรือที่นายทหารเรือตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันได้ดำรงมา” ผู้บังคับการ ร.ล.สุโขทัย แถลงต่อสื่อมวลชน

ด้านนายจิรัฏฐ์ลุกขึ้นสอบถามผู้บังคับการ ร.ล.สุโขทัยว่า เขาเป็นหนึ่งในเหยื่ออยุติธรรมหรือไม่ เนื่องจากตนเองทราบมาว่ามีนายทหารระดับสูงแทรกแซงการตัดสินของผู้บังคับการเรือและสั่งให้ ร.ล.สุโขทัยกลับไปยังฐานทัพเรือสัตหีบ ทั้งที่ผู้บังคับการเรือพยายามนำเรือเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือประจวบฯ ถึง 2 รอบ

ด้านนาวาโท พิชิตชัย ยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจต่าง ๆ โดยลำพัง เพราะ “ผู้บังคับการเรือมีอำนาจตัดสินใจเพียงผู้เดียว ผู้อื่นไม่สามารถแทรกแซงหรือสั่งการเป็นอย่างอื่นได้” พร้อมกันนี้ เขายืนยันด้วยว่าการสอบสวนของกองทัพเรือนั้นถูกต้อง ไม่ได้ปกปิดข้อมูลใด ๆ หรือดำเนินการอื่นใดให้ผิดไปจากความเป็นจริง

การกู้เรือแบบจำกัด

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, การกู้เรือแบบจำกัดซึ่งเป็นภารกิจร่วมระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่พบผู้สูญหายทั้ง 5 คน

สส.พรรคก้าวไกลเตรียมขอตั้งกรรมการอิสระสอบเหตุการอับปางต่อ

นายจิรัฏฐ์บอกกับบีบีซีไทยว่า การเปิดเผยการสอบข้อเท็จจริงโดยกองทัพเรือครั้งนี้ ยังเต็มไปด้วยคำถาม โดยเฉพาะเรื่องความพร้อมของตัวเรือ

“หากเรือมีความพร้อม มันจะน้ำเข้าได้อย่างไร นี่มันเรือรบนะครับ และเป็นลำแรกของโลกที่ล่มเพราะคลื่น 3 เมตร ไม่ใช่ 6-7 เมตรตามที่กองทัพเรือบอก แล้วมันยังมีเรืออีกร้อยลำที่ไม่ล่ม” นายจิรัฏฐ์ กล่าว พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าในวันที่เกิดเหตุเรืออับปาง เหตุใดเรือหลวงลำอื่น ๆ ถึงเข้าช่วยเหลือ ร.ล.สุโขทัยล่าช้า ทั้งที่ทราบแล้วว่าเรือมีปัญหาและเริ่มเอียง จนทำให้ผู้บังคับการ ร.ล.สุโขทัยต้องแก้ไขสถานการณ์ทุกวิถีทางเพื่อนำเรือกลับฐานทัพเรือสัตหีบให้ได้ และถ้าหากทางกองทัพเรือบอกว่าสภาพอากาศแปรปรวนจนส่งผลกระทบกับเรือรบ ก็ต้องไม่ลืมว่าในวันนั้นมีเรือน้ำมันของเอกชน 2 ลำ ที่เข้าช่วยเหลือกำลังพล ร่วมกับ ร.ล.กระบุรี

สส.พรรคก้าวไกลทั้งสองคนยังเห็นตรงกันว่า ข้อชี้แจงต่าง ๆ ของกองทัพเรือยิ่งทำให้เห็นว่ามีความบกพร่องในการซ่อมบำรุง ไม่ว่าจะเป็นฝาแฮตซ์ที่ปิดไม่ได้สนิท ประตูกั้นน้ำที่ปิดไม่ได้ แต่ทางกองทัพเรือกลับไม่ยอมรับว่ามีปัญหาในการซ่อมบำรุงเกิดขึ้น ตรงกันข้าม ผลสอบกลับชี้ว่าเป็นความโชคร้ายจากสภาพอากาศแปรปรวนฉับพลัน

“คนในกองทัพเรือก็ไม่พอใจ [ในผลการสอบสวน] เพราะทุกคนรู้ว่าการซ่อมบำรุงมีปัญหา ข้อมูล [ที่นำมาอภิปรายในสภาและเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนหน้านี้] ทั้งหมดก็มาจากคนในกองทัพเรือ เพราะเขารู้ดีว่า พวกเขามีความเสี่ยงเหมือนกันหากต้องถูกสั่งให้ไปทำภารกิจบนเรือที่พวกเขาก็รู้ว่ามันซ่อมไม่ดี” นายชยพล กล่าว

นายจิรัฏฐ์บอกว่า จะกลับไปปรึกษากับพรรคเพื่อดูว่าสภาผู้แทนราษฎรสามารถลงชื่อ 125 คน เพื่อตั้งคณะกรรมการอิสระสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้อีกทางหนึ่งได้หรือไม่ รวมถึงมองว่ากรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ควรดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อ เพราะที่ผ่านมากระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงดำเนินโดยกองทัพเรือเพียงลำพัง ซึ่งทางกองทัพเรือเคยชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าไม่มีระเบียบที่เปิดช่องให้ตั้งคณะผู้ตรวจสอบภายนอกร่วมการสอบสวน

ลำดับเหตุการณ์เรืออับปาง

จากวีดีทัศน์สรุปผลการสอบข้อเท็จจริงระบุว่า เมื่อ ร.ล.สุโขทัย เริ่มพบความผิดปกติเกิดขึ้นเมื่อเดินทางออกมาได้ประมาณ 6 ชั่วโมง บีบีซีไทยสรุปเป็นลำดับเหตุการณ์ได้ดังนี้

วันที่ 17 ธ.ค. 2565

  • เวลา 17.30 น. ร.ล.สุโขทัยออกเดินทางจากท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี
  • เวลา 18.00 น. ประกาศให้กำลังพลมารับเสื้อชูชีพ แต่พบว่าไม่ใช่ทุกคนที่มารับ
  • เวลา 20.00-22.00 น. ร.ล.สุโขทัยถือเข็ม 200 ความเร็ว 15 นอต มีลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็วประมาณ 20 นอต หรือ 36 กม./ชม.
  • เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป เรือได้เปลี่ยนไปถือเข็ม 220 ในช่วงเวลานั้นเรือหลวงสุโขทัยได้ทดลองติดต่อสื่อสารทางวิทยุกับแท่นปิโตรเลียมมโนราห์ตามปกติในการปฏิบัติงาน
เรืออับปาง 7 ลำ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, กองทัพเรือแจงว่าในห้วงวันที่ 18-19 ธ.ค. 2565 มีเรือประมงและเรือสินค้าอับปางลงถึง 7 ลำ ด้วยเช่นกัน

วันที่ 18 ธ.ค. 2565

  • เวลา 02.00 น. เครื่องจักรใหญ่ซ้ายเกิดการขัดข้อง ขับเพลาใบจักรขวาได้เพียงข้างเดียว ทำให้ความเร็วลดลงจากเดิมเกือบครึ่ง เหลือประมาณ 8 นอต หรือ 15 กม./ชม. นอกจากนี้ยังพบว่าคลื่นลมมีความแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา และคลื่นมีความสูงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • เวลา 04.00 น. พบว่า สภาพคลื่นลมแรงมากขึ้น คลื่นสูงประมาณ 4 เมตร ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็วประมาณ 28 นอต หรือ 50.4 กม./ชม. ส่งผลให้เรือมีอาการโคลงจากคลื่นลมที่รุนแรง
  • เวลา 04.30 น. พบว่าประตูทางเข้าบริเวณหัวเรือกราบซ้ายเปิดอยู่และสะบัดกระแทกเสียงดัง กำลังพลประจำเรือจึงปิดประตูจนแนบสนิท และหมุนควงมือล็อคประตูเรียบร้อย แต่พบว่ามีน้ำสาดเข้ามาในช่องระหว่างประตูชั้นนอกและประตูชั้นใน ทำให้พื้นระหว่างช่องประตูเปียก แต่ไม่มีน้ำนองในบริเวณดังกล่าว
  • เวลาประมาณ 05.00 น. ประตูดังกล่าวเปิดและกระแทกเกิดเสียงดังขึ้นอีกรอบ เมื่อปิดแล้วไม่สามารถหมุนควงมือล็อคประตูได้ จึงใช้เชือกมัดไว้ ไม่ให้เปิดออกได้ โดยพบว่ามีน้ำไหลออกมาจากขอบประตูด้านล่างซึ่งขอบประตูสูงจากพื้นประมาณ 20 ซม. และยังมีน้ำไหลออกมาจากท่ออากาศดีเป็นช่วง ๆ
  • เวลาประมาณ 06:00 น. เรือเดินทางใกล้ถึงพื้นที่จอดทอดสมอบริเวณหาดทรายรี จ.ชุมพร แต่ด้วยบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ทะเลเปิด ขณะนั้นสภาพคลื่นลมรุนแรง ไม่มีเกาะบังคลื่นลม คลื่นสูงประมาณ 4 - 6 เมตร ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็วลง 28 -33 นอต หรือ 50.4- 59.4 กม./ชม. จึงทำให้ไม่สามารถนำเรือจอดทอดสมอได้
  • เวลาประมาณ 06.30 น. เครื่องไฟฟ้าหมายเลข 3 หยุดทำงาน แผนกช่างกลจึงเดินเครื่องไฟฟ้าหมายเลข 1 ทดแทน ทั้งนี้ การเดินเรือปกติจะสลับใช้เครื่องไฟฟ้าครั้งละ 1 เครื่อง
  • เวลา 07.00 น. ผู้บังคับการเรือตัดสินใจนำเรือขึ้นทางเหนือ เรือถือเข็ม 030 ทิศทางสวนคลื่น สวนลม ต่อมาเกิดเสียงสัญญาณเตือนน้ำท่วมที่สะพานเดินเรือ ว่ามีน้ำท่วมห้องคลังลูกปืน 40 มิลลิเมตร จากการตรวจสอบพบว่าไหลซึมจากขอบประตูล่างของห้องบรรจุลูกปืน (Gun Bay) ของปืนขนาด 76 มม. เมื่อสำรวจพบว่ามีน้ำไหลออกทางประตู จึงพยายามปิดต้านแรงดันน้ำ ส่วนกำลังพลช่วยกันวิดน้ำออกทางดาดฟ้าเปิด บริเวณทางประตูข้างห้องพักนายทหารสัญญาบัตร
  • เวลาประมาณ 07.45 น. ได้ติดต่อศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จ.ชุมพร เพื่อขอลำเลียงกำลังพลขึ้นฝั่ง แต่ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถนำเรือเล็กออกมารับได้ เนื่องจากคลื่นลมแรง
  • เวลาประมาณ 08.00 น. ร.ล.สุโขทัย ตัดสินใจเดินทางกลับฐานทัพเรือสัตหีบ เนื่องจากคลื่นลมแรงไม่สามารถจอดทอดสมอที่หาดทรายรีได้ โดยระหว่างนั้นได้รับการประสานจากทัพเรือภาคที่ 1 ให้ส่งกำลังพลที่เดินทางร่วมไปกับเรือจำนวน 30 นาย ที่ท่าเรือประจวบคีรีขันธ์ ทาง ร.ล.สุโขทัยจึงประสานไปยังท่าเรือประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอเข้าจอด พร้อมกับประกาศให้กำลังพลมารับเสื้อชูชีพ
ภารกิจกู้ ร.ล.สุโขทัย

ที่มาของภาพ, โฆษกกองทัพเรือ

คำบรรยายภาพ, ภารกิจกู้ ร.ล.สุโขทัย แบบจำกัด มีการดำน้ำทั้งสิ้น 83 เที่ยว รวมระยะเวลาดำน้ำ 65 ชั่วโมง 15 นาที
  • เวลาประมาณ 08.15 น. ตรวจพบน้ำบริเวณช่องทางเดินหน้าห้องศูนย์ยุทธการ ภายในห้องศูนย์ยุทธการ และห้องวิทยุ ความสูงประมาณข้อเท้าหรือประมาณ 5 ซม.
  • เวลาประมาณ 08.30 น. เกิดไฟฟ้าช็อตไหม้หม้อแปลงไฟฟ้า 220 โวลต์ หน่วยซ่อมจึงดับไฟและตัดกระแสไฟบางส่วน
  • เวลาประมาณ 10.00 น. ร.ล.สุโขทัย ติดต่อกับท่าเรือประจวบฯ เพื่อขอทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อนำเรือเข้าเทียบท่า
  • เวลาประมาณ 10.15 น. เกิดเหตุไฟไหม้เครื่องสำรองไฟฟ้าหรือ UPS ซึ่งใช้สำหรับคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมภายในห้องวิทยุ เจ้าหน้าที่สามารถดับไฟได้ ระบบสื่อสารภายในยังใช้งานได้ แต่ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมใช้งานไม่ได้
  • เวลาประมาณ 10.20 น. ได้รับการประสานข้อมูลจากท่าเรือประจวบฯ และพบว่ามีคลื่นลมรุนแรงมาก เขื่อนกันคลื่นไม่สามารถป้องกันคลื่นได้ ไม่ปลอดภัยต่อการนำเรือเข้าเทียบท่าหรือทอดสมอ ทั้งนี้ เรือสินค้าของเอกชนที่มีแผนเข้าเทียบท่าเรือประจวบฯ ก็ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้เช่นเดียวกัน
  • เวลาประมาณ 12.00 น. ยังมีน้ำไหลเข้าสู่ห้องบรรจุลูกปืนขนาด 76 มม. คาดว่าน้ำเข้ามาทางฝาแฮตซ์บริเวณท้ายป้อมปืนขนาด 76 มม. ทาง ร.ล.สุโขทัยจึงเปลี่ยนเข็มเดินทางจาก 030 เป็น 220 ให้คลื่นลมส่งท้ายเพื่อตรวจสอบฝาแฮตซ์ท้ายป้อมปืนได้ และพบว่าฝาเผยอออก จึงขันเกลียวปิดให้สนิท และมัดด้วยเชือก เพื่อป้องกันเกลียวหลุดออก
  • เวลาประมาณ 12.15 น. ทางท่าเรือประจวบฯ แจ้งว่าไม่สามารถจัดเรือลากจูงเพื่อสนับสนุนการเข้าเทียบท่าได้ และขอเวลาเตรียมการ เพราะไม่ได้มีการแจ้งไว้ล่วงหน้า
  • เวลาประมาณ 12.45 น. ผู้บังคับการเรือจึงตัดสินใจนำเรือกลับฐานทัพเรือสัตหีบตามเดิม ขณะนั้นเรือหลวงสุโขทัยเดินเรืออยู่ห่างจากท่าเรือประจวบประมาณ 15 ไมล์ทะเล ซึ่งโดยหลักการแล้วผู้บังคับการเรือสามารถตัดสินใจภายใต้สถานการณ์จำกัดได้ โดยตอนนั้นพบว่าทะเลดีมีสภาพคลื่นลมรุนแรงมากคลื่นสูง 4 - 5 เมตร ความเร็วประมาณ 45-54 กม./ชม. ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าหัวเรือฟันคลื่น มีน้ำทะเลจำนวนมากเข้าหาตัวเรือ ตั้งแต่ป้อมปืน 76 มม. จนถึงสะพานเดินเรือ
สรุปความเสียหาย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

  • เวลาประมาณ 13.00 น. มีเสียงเตือนน้ำท่วมภายในห้องปฏิบัติการต่อต้านเรือดำน้ำ (AWS) ดังขึ้นที่ห้องควบคุมเครื่องจักร (MCR) เมื่อลงไปตรวจพบน้ำไหลออกมาจากผนังใยแก้ว ตัวเรือกราบซ้ายมีน้ำท่วมห้องสูงประมาณ 1 ฟุต จึงใช้เครื่องสูบน้ำใต้น้ำสูบน้ำออกจากห้อง ระหว่างการระบายน้ำมีไฟฟ้าดูดกำลังพลประจำเรือ จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการให้กำลังพลตักน้ำส่งต่อกัน เพื่อระบายน้ำออกนอกตัวเรือ
  • ระหว่างเวลา 14.00-15.00 น. ระบบปรับพิตช์ใบจักร หรือ CPP ของพวงใบจักรขวามีกำลังดันลดลง โดยเกิดขึ้น 2 ครั้ง แต่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้ง 2 ครั้ง และในช่วงเวลานี้พบว่าสภาพคลื่นลมมีกำลังเพิ่มขึ้นรุนแรงผิดปกติ คลื่นสูง 4-6 เมตร ลมกระโชกแรง วัดความเร็วลมจากเครื่องวัดความเร็วลมของเรือได้มากกว่า 25 นอต หรือ 45 กม./ชม. จึงพยายามนำเรือแล่นส่ายเพื่อหลบร่องคลื่น แต่เรือก็ยังมีอาการโคลงมาก และยังคงมีน้ำทะเลจำนวนมากหมุนซัดจากหัวเรือ ม้วนเข้าหาตัวเรือ ตั้งแต่ป้อมปืน 76 มม. จนถึงสะพานเดินเรืออย่างต่อเนื่อง
  • เวลาประมาณ 15.00 น. น้ำท่วมบริเวณหน้าห้องเครื่องไฟฟ้า 3 สูงประมาณ 3 ฟุต เจ้าหน้าที่แผนกช่างกลได้นำเครื่องสูบน้ำใต้น้ำ 440 โวลต์เพื่อมาช่วยในการระบายน้ำแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเกิดไฟฟ้าดูดกำลังพล เมื่อเสียบปลั๊ก จึงให้กำลังพลมาช่วยกันระบายน้ำออกจนถึงเวลาประมาณ 16.30 น. แต่ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน จึงขึ้นมาปิดประตูผนึกน้ำด้านบนที่ดาดฟ้าหลัก ทั้งนี้เหตุการณ์ที่ห้องหน้าเครื่องไฟฟ้านั้น มีมาต่อเนื่องตั้งแต่เช้า ช่วงแรกยังสามารถควบคุมน้ำได้ เพราะน้ำเข้าที่เบรกกันคลื่นอย่างเดียว แต่หลังจากป้อมปืนแตก น้ำเข้าในเรือมากเกินกว่าการควบคุม
  • เวลาประมาณ 15.45 น. ตรวจพบใยแก้วสีเหลืองบริเวณเปลือกไฟเบอร์ป้อมปืน 76 มม.โดยไม่ทราบว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด เมื่อป้อมปืนแตกจึงทำให้ปริมาณน้ำในห้อง Gun Bay ปืน 76 มม. เพิ่มขึ้น
  • เวลา 16.00 น. ผู้บังคับการเรือตัดสินใจหันเรือกลับไปที่ท่าเรือประจวบฯ อีกครั้งโดยได้ติดต่อขอเข้าเทียบท่าเรือประจวบฯ เรือ ใช้เข็ม 270 ความเร็ว 7 -8 นอต เรือเอียงประมาณ 30 องศา การควบคุมอาการของเรือทำได้ยากลำบาก ในระหว่างนำเรือมุ่งหน้ากลับไปยังท่าเรือประจวบฯ โดนคลื่นซัดเข้ามาทางด้านท้ายเรือไม่สามารถควบคุมอาการของเรือได้
  • เวลาประมาณ 16.45 น. ได้มีการสั่งการให้กำลังพลที่ร่วมมากับเรือ และไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ให้ไปรวมตัวที่ห้องเมสจ่า และยังคงประสานขอรับการสนับสนุนเรือลากจูงมาลาก ร.ล.สุโขทัย กลับเข้าฝั่ง
  • เวลาประมาณ 17.00 น. เรือเอียงมากราบซ้ายมากขึ้น อ่านค่าได้จากเครื่องวัดความเอียงของเรืออยู่ที่มุมระหว่าง 15 - 30 องศาทางกราบซ้าย และในขณะนั้น มีน้ำท่วมในชั้นห้องกะลาสีทางดาดฟ้า 2 ความสูงน้ำประมาณเอว จากนั้นมีน้ำขึ้นมาถึงขอบประตูด้านบนห้องวิทยุชั้นดาดฟ้า 1 แผนกช่างกลจึงใช้ไม้ค้ำยันดันประตูไม้ห้องวิทยุและประตูช่องทางเดินไปหัวเรือ ต่อมาผู้บังคับการเรือได้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้รับคำแนะนำในการป้องกันความเสียหาย
สภาพ ร.ล.สุโขทัย เมื่อ ร.ล.กระบุรีไปถึง

ที่มาของภาพ, กองทัพเรือ

คำบรรยายภาพ, สภาพ ร.ล.สุโขทัย เมื่อ ร.ล.กระบุรีไปถึง
  • เวลาประมาณ 17.30 น. ได้สั่งการผ่านระบบประกาศ ให้กำลังพลทั้งหมดขึ้นมาบนดาดฟ้าเนื่องจากระดับน้ำที่เข้าเรือสูงขึ้นจนไม่ระบายออกไม่ทัน
  • เวลาประมาณ 17.45 น. เรือเอียงมากขึ้นประมาณ 50-60 องศา มีการใช้สัญญาณโคมไฟไม่บังคับทิศส่งสัญญาณ SOS ขอความช่วยเหลือ และมีสัญญาณไฟตอบรับ รวมทั้งได้ใช้วิทยุมือถือ Marine Band Channel 16 ติดต่อสื่อสารขอความช่วยเหลือ ต่อมาเครื่องไฟฟ้าได้ดับลง ทำให้ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง จึงได้ใช้การบอกต่อคำสั่งให้กำลังพลขึ้นมาข้างกราบบริเวณกลางลำ สั่งการให้แผนกช่างกลและกำลังพลบางส่วนช่วยกันปิดประตูผนึกน้ำตลอดลำ รวมทั้งตรวจสอบว่าไม่มีกำลังพลเหลืออยู่ภายในเรือ
  • เวลาประมาณ 18.10 น. หลังจากผู้บังคับการเรือออกจากสะพานเดินเรือเป็นคนสุดท้ายและปิดประตูสะพานเดินเรือทางกราบขวา ได้สั่งการให้ตรวจสอบยอดกำลังพลด้วยวิธีนับตลอดซึ่งนับกำลังพลได้ครบ 105 คน แต่ปรากฏว่ากำลังพลมีทั้งที่สวมเสื้อชูชีพและไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ ในช่วงเวลานั้นผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้สั่งการให้ ร.ล.กระบุรี ออกเรือจากท่าเรือประจวบฯ ไปช่วยเหลือ ร.ล.สุโขทัย
  • ส่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือได้ประสานส่วนต่าง ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือที่สำคัญ ได้แก่ประสานท่าเรือประจวบฯ จากเรือลากจูง ประจวบ 4 และ ประจวบ 5 อีกทั้งประสานเรือน้ำมัน Straits Energy และเรือน้ำมันศรีไชยา ซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ให้เข้าช่วยเหลือ ร.ล.สุโขทัย
  • ส่วนบน ร.ล.สุโขทัย ได้มีการแนะนำวิธีการเอาตัวรอดแก่กำลังพล และซักซ้อมความเข้าใจการปฏิบัติตน เมื่อต้องอยู่ในทะเล แนะให้กำลังพลช่วยเหลือซึ่งกัน โดยขณะนั้นเรือยังคงอยู่ในบริเวณทะเล จ.ประจวบคีรีขันต์
แพชูชีพ

ที่มาของภาพ, REUTERS

  • เวลาประมาณ 20.00 น. เครื่องบินลาดตระเวนแบบที่ 1 ดอร์เนีย จำนวน 1 ลำ ได้ขึ้นบินเพื่อพิสูจน์ทราบตำแหน่ง ร.ล.สุโขทัย
  • เวลาประมาณ 20.21 น. ร.ล.กระบุรี เข้าไปถึง ร.ล.สุโขทัย และปิดระยะเข้าทำการช่วยเหลือเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมงก่อนเกิดการอับปาง ด้วยสภาพคลื่นลมขนาดนั้น มีความเร็วลม 30 นอต คลื่นสูง 3 - 5 เมตร ทาง ร.ล.กระบุรีจึงพยายามส่งเชือก แต่เมื่อส่งได้ ก็พบว่า ร.ล.สุโขทัยไม่สามารถนำเชือกเข้าผูกได้ ตัวเรือเอียงมาทางกราบซ้ายมากกว่า 70 องศา ท้องเรือโผล่พ้นน้ำ จนสามารถเห็นใบจักรกราบขวาของเรือ รวมถึงเสากระโดง
  • ร.ล.สุโขทัยอยู่ทิศเหนือลม ทำให้ ร.ล.กระบุรีไม่สามารถนำเรือเข้าหาในที่เหนือลมได้ ส่วนกราบขวาของ ร.ล.สุโขทัยโยกขึ้นลงตามคลื่นตลอดเวลา อยู่ในสภาพที่เรือไม่สามารถเข้าเทียบกันได้
  • เวลาประมาณ 23.30 น. ท้ายเรือเริ่มจม ผู้บังคับการ ร.ล.สุโขทัยสั่งให้ปลดแพชูชีพหมายเลข 3 และ 5 บริเวณกลางลำกราบขวา สั่งให้กำลังพลที่ไม่มีเสื้อชูชีพกระโดดลงน้ำและว่ายไปบนแพ พบว่ามีกำลังพลถูกคลื่นซัดตกเรือ และว่ายน้ำขึ้นไปบนแพชูชีพดังกล่าว

19 ธ.ค. 2565

  • เวลาประมาณ 00.12 น. ร.ล.สุโขทัยจมลงทั้งลำ