ท่าทีของรัฐบาลไทยต่อการลงทุนของกลุ่ม ปตท. ในแหล่งก๊าซเมียนมาเป็นอย่างไร

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

ปัจจุบัน กลุ่ม ปตท.สผ. คือผู้ดำเนินการหลักในสองแหล่งก๊าซของเมียนมา ขณะที่กลุ่ม ปตท. คือผู้รับซื้อก๊าซสำหรับใช้ผลิตไฟฟ้าในภาคตะวันตกและบางส่วนของภาคกลางของไทย ทั้งนี้ MOGE รัฐวิสาหกิจของเมียนมาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่มาแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลทหารเมียนมาคือผู้ร่วมลงทุนหลักในแหล่งสองแหล่งก๊าซดังกล่าว และเป็นผู้จัดเก็บรายได้ที่เกี่ยวข้องกับสัมปทานก๊าซธรรมชาตินำส่งให้รัฐบาลทหารเมียนมาด้วย

หลังเกิดการรัฐประหารในปี 2564 นานาชาติต่างคว่ำบาตร MOGE (Myanmar Oil and Gas Enterprise) รัฐวิสาหกิจผู้กำกับดูแลอุตสาหกรรมก๊าซและน้ำมันของเมียนมา ซึ่งรายงานของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ปี 2565 ระบุว่า MOGE เป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นแหล่งรายได้ขนาดใหญ่ที่สุดของรัฐบาลทหารเมียนมา โดยพบว่าส่วนหนึ่งของรายได้ที่เข้า MOGE นั้นถูกนำไปใช้ในกิจการของกองทัพซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงและปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมาจนถึงตอนนี้

ด้านความเคลื่อนไหวของรัฐสภาไทย ทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ได้พิจารณาศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการดำเนินงานของบริษัทในเครือ ปตท. กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยอนุคณะกรรมาธิการ (อนุ กมธ.) กิจการศาลฯ คณะที่หนึ่ง เป็นผู้รับผิดชอบ

ตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางอนุ กมธ. กิจการศาลฯ คณะที่หนึ่งได้เชิญเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและปรึกษาหารือแนวทางการลงทุนของรัฐวิสาหกิจไทยทั้งสองแห่งถึง 3 ครั้ง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเอกชนและหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาตลอด ยกเว้นกระทรวงพลังงานผู้ดูแลแผนพลังงานของไทยที่ไม่เคยเข้ามาให้ข้อมูลกับอนุ กมธ.ฯ แม้แต่ครั้งเดียว

.

ที่มาของภาพ, สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

คำบรรยายภาพ, ตัวแทนกลุ่ม ปตท. และ กลุ่ม ปตท.สผ. เข้าให้ข้อมูลกับ อนุ กมธ. กิจการศาลฯ คณะที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2567

น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน อนุ กมธ.ฯ ชุดดังกล่าว บอกว่า ในการประชุมครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ทางอนุ กมธฯ ได้เชิญนายกรัฐมนตรี, รมว.พลังงาน, รมว.คลัง, รมว.ต่างประเทศ, ธปท. และ บริษัทเอกชนทั้งสองแห่งอีกครั้ง แต่พบว่าไม่มีใครเข้าร่วมประชุม ซึ่งเธอบอกว่า “ผิดหวัง แต่ไม่แปลกใจ”

วานนี้ (1 ส.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ น.ส.เบญจา ซึ่งถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีการแก้ไขปัญหาความเชื่อมโยงของ กลุ่ม ปตท. และ กลุ่ม ปตท.สผ. ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศเมียนมา

ต่อมาพบว่าทางนายกรัฐมนตรีมอบให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เป็นผู้ตอบกระทู้แทน แต่สุดท้ายแล้วนายพีระพันธุ์ขอเลื่อนการตอบกระทู้ออกไป โดยให้เหตุผลว่าติดธุระ

ไม่มา-ไม่ตอบ-เลื่อนการตอบคำถาม จึงเป็นท่าทีล่าสุดของรัฐบาลไทยเมื่อถูกจี้ถามถึงจุดยืนต่อปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ซึ่งในขณะนี้ยังคงมีรัฐวิสาหกิจของไทยเข้าไปทำธุรกิจ

กลุ่ม ปตท. และ กลุ่ม ปตท.สผ. ชี้แจงอะไรบ้าง

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

สำหรับแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ทางกลุ่ม ปตท.สผ. หรือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เข้าไปดำเนินการในเมียนมานั้น ปัจจุบันมีอยู่ 2 แหล่ง ได้แก่ แหล่งซอติก้า และ แหล่งยาดานา รวมถึง 1 แหล่งสำรวจที่มีชื่อว่าโครงการเมียนมา M3 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยสองแหล่งแรกมี MOGE เป็นผู้ร่วมลงทุน ขณะที่กลุ่ม ปตท. หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับซื้อก๊าซ

น.ส.เบญจาบอกว่า ทางบริษัททราบดีว่ากำลังถูกจับตามองและถูกกดดันจากนานาชาติ เนื่องจากเป็นเอกชนไม่กี่รายที่ยังทำร่วมลงทุนในเมียนมาและสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลทหาร ขณะที่บริษัทต่างชาติจำนวนมากได้ถอนการลงทุนจากเมียนมานับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อปี 2021 แล้ว

เธอชื่นชมการให้ความร่วมมือของบริษัทเอกชนที่ส่งผู้บริหารมาให้ข้อมูลกับ อนุ กมธ.ฯ ถึงสองครั้ง แต่ยังมองว่าข้อมูลหลายจุดที่ทาง ปตท. และ ปตท.สผ. ชี้แจงมานั้นยังมีความคลุมเครือในหลายประเด็น โดยเฉพาะรายละเอียดสัญญาการซื้อขายและเส้นทางการชำระเงิน

จากข้อมูลที่ทางเอกชนชี้แจง พบว่ากลุ่ม ปตท. ชำระค่าก๊าซธรรมชาติให้กับ MOGE เป็นสกุลเงินบาทผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ไม่ได้ระบุว่าจำนวนเงินที่ชำระไปทั้งสิ้นนั้นอยู่ที่เท่าไร โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลชั้นความลับในสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติระหว่างรัฐวิสาหกิจของไทยกับเมียนมา

“ในต่างประเทศเองสามารถส่งข้อมูลนี้ให้กับ กมธ. หรือสภาผู้แทนราษฎร หรือตัวแทนประชาชนตรวจสอบได้ รายละเอียดที่ปิดลับคุณถมดำไว้ก็ได้ หรือคุยแบบปิดลับกับ กมธ. ก็ได้ แต่เขาก็ยืนยันว่าให้ไม่ได้ มันเป็นความลับ เป็นความมั่นคงระดับประเทศ ทำไมเราถึงอยากเห็นสัญญาการซื้อขายฉบับนี้ เพราะเราต้องการทราบรายละเอียดการชำระเงินทั้งหมด หากเรามีเส้นทางการเงินมาใช้ประกอบกัน เราก็จะทราบว่าเส้นทางการเงินของการชำระค่าก๊าซมุ่งตรงไปที่ใด ชำระเป็นสกุลเงินใด”

ทั้งนี้ นายโธมัส แอนดรูวส์ ผู้รายงานพิเศษขององค์การสหประชาชาติด้านสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียน เคยแถลงเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ในช่วงปี 2566 จนถึงเดือน มี.ค. 2567 พบว่ารัฐบาลทหารนำเข้าอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหารเกือบ 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,800 ล้านบาท) จากบริษัทผู้จัดหาที่จดทะเบียนในประเทศไทย จากเดิมเคยใช้ช่องทางผ่านบริษัทจดทะเบียนและธนาคารในสิงคโปร์ โดยพบว่าธนาคารไทยมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้ ยกตัวอย่างเช่น พบว่าธนาคารไทยพาณิชย์อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,700 ล้านบาท) ในปี 2567 จากเดิมที่ตัวเลขธุรกรรมเคยอยู่ที่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (185 ล้านบาท)

อย่างไรก็ดีทางธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาชี้แจงว่า จากการตรวจสอบภายในพบว่าธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกับประเทศเมียนมาเป็นจำนวนธุรกรรมของลูกค้าองค์กรเพื่อการชำระค่าอุปโภคบริโภค และพลังงาน ซึ่งเป็นปกติธุระของธุรกิจ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการค้าอาวุธตามที่ปรากฏเป็นข่าว และเป็นมูลค่าธุรกรรมปกติ ซึ่งมิได้มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ธนาคารมีการทำ Due Diligence ตรวจสอบความถูกต้อง และรายงานการทำธุรกรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการทำธุรกรรมทุกรายการ

ข้อเสนอของอนุ กมธ.ฯ ต่อรัฐบาลไทย

มีรายงานว่าแหล่งยาดานาจะหมดอายุสัมปทาน วันที่ 31 ก.ค. 2571 ส่วนแหล่งซอติก้าหมดอายุสัมปทาน 31 มี.ค. 2587 โดยทางอนุ กมธ.ฯ กำลังจะเสนอ 2 แนวทางเลือก กับ 1 แนวทางหลักให้กับรัฐบาลไทย เพื่อตัดตอนท่อน้ำเลี้ยงรัฐบาลทหารเมียนมาผ่านกลไกการลงทุนและการซื้อขายก๊าซธรรมชาติของทั้งสองประเทศ

ประธาน อนุ กมธ. กิจการศาลฯ คณะที่หนึ่งบอกว่า แนวทางเลือกแรกคือถอนการลงทุนในแหล่งก๊าซทั้งหมดของรัฐวิสาหกิจไทยในเมียนมาซึ่งดำเนินมายาวนานกว่า 35 ปีแล้ว แต่ไทยจะต้องจัดหา LNG เพิ่มเติมจากตลาดที่มีการซื้อขายทันที (spot market) เพื่อทดแทนสัดส่วนก๊าซจากเมียนมา ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นและประชาชนจะต้องเป็นผู้แบกรับภาระดังกล่าวด้วย

“ในการหารือที่ผ่านมาทาง ปตท. ก็มองว่าแนวทางนี้มีความเป็นไปได้ และเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ในท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็ต้องนำเสนอกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” น.ส.เบญจากล่าว แต่ส่วนตัวเธอเห็นว่าแนวทางนี้อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟของประชาชน

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

แนวทางเลือกที่ 2 คือ ทางกลุ่ม ปตท.สผ. และ กลุ่ม ปตท. ควรนำเงินที่ชำระให้กับ MOGE ไปเก็บไว้ในบัญชีรับฝากและจ่ายเงินแบบมีเงื่อนไขตามคำสั่ง หรือ Escrow Account เพื่อกำหนดไม่ให้นำเงินส่วนนี้ไปใช้ในกิจการกองทัพเมียนมา และรัฐบาลทหารไม่สามารถนำเงินส่วนนี้ออกไปใช้ได้จนกว่าจะมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งโดยประชาชน โดยต้นแบบของการชำระเช่นนี้เกิดขึ้นแล้วกับโครงการก๊าซธรรมชาติชเว (Shwe gas project) ซึ่งส่งก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาไปจีน

“แนวทางนี้ทาง ปตท.และ ปตท.สผ. มองว่าเป็นวิธีการที่ดี แต่มองว่าการทำสัญญาลักษณะนี้อาจเข้าข่ายการสัญญาแบบรัฐต่อรัฐเนื่องจากเป็นการตกลงกันระหว่างรัฐวิสาหกิจของไทยกับรัฐวิสาหกิจของเมียนมา จึงเห็นว่าการทำ Escrow Account มันอาจเป็นไปได้ยากมาก และคงต้องผ่านการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อน เพราะเป็นเรื่องรัฐต่อรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าทางบริษัทจะตัดสินใจ”

ส่วนอีกหนึ่งแนวทางหลักที่ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น คือ หากทางรัฐวิสาหกิจของไทยยังคงเดินหน้าทำธุรกิจในเมียนมาต่อ ทางกลุ่ม ปตท.สผ. และ กลุ่ม ปตท. ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เช่น ยารักษาโรค สิ่งของบรรเทาทุกข์ ให้กับประชาชนชาวเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมืองอย่างเร่งด่วน โดยควรมีกลไกการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เอื้อให้ภาคส่วนต่าง ๆ ตรวจสอบกระบวนการช่วยเหลือได้

“ท่าทีการลงทุนของ ปตท.ทั้งหมดตกอยู่ที่การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี การทำ Escrow account ต้องขอหารือกับกระทรวงการคลัง การเปลี่ยนแผนจัดหาพลังงานต้องคุยกับกระทรวงพลังงาน เราถึงได้เชิญทั้งหมดมาหารือในการประชุมครั้งที่ 3 แต่ก็ไม่มีใครมา ทั้งที่ส่งข้อมูลชี้แจงเป็นหนังสือก็ทำได้” น.ส.เบญจา กล่าว “มันทำให้เห็นว่าเขาไม่อยากตอบคำถามประเด็นเหล่านี้”