เรารู้อะไรบ้าง หลังแผ่นดินไหวขนาด 6.0 อัฟกานิสถาน เปิด 7 ปัจจัยที่ทำให้แผ่นดินไหวรุนแรง

An injured victim of an earthquake lies in bed with a bandange on their head and deep cuts in their face which receiving treatment at a hospital in Jalalabad, Afghanistan, on 1 September 2025

ที่มาของภาพ, EPA

เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.0 ในภาคตะวันออกของอัฟกานิสถานเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลตาลีบันเปิดเผยว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย และคาดว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองจาลาลาบัด ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับห้าของประเทศในจังหวัดนันการ์ฮาร์ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ไปประมาณ 27 กิโลเมตร

แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในระดับความลึกเพียง 8 กิโลเมตรซึ่งถือว่าเป็นระดับตื้นที่สามารถสร้างความเสียหายได้มาก แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานไปจนถึงกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศปากีสถานด้วย

ย้อนกลับเมื่อเดือน มิ.ย. 2022 อัฟกานิสถานเคยเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.1 ในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าหนึ่งพันราย

Injured people on stretchers and hospital beds

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหลังเหตุแผ่นดินไหวในเมืองจาลาลาบัด

เรารู้อะไรแล้วบ้าง หลังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงระลอกล่าสุด

รายงานเบื้องต้นระบุว่า ผลของแผ่นดินไหวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของจังหวัดนันการ์ฮาร์และคูนาร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและเข้าถึงได้ยากแม้ในช่วงเวลาปกติ ส่งผลให้การช่วยเหลือกู้ภัย และบรรเทาทุกข์ดำเนินไปอย่างล่าช้า

กระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลตาลีบันเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 800 รายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ยังไม่มีการยืนยันตัวเลขอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 1,800 ราย

บีบีซีได้รับข้อมูลว่า ถนนที่มุ่งหน้าไปยังจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวถูกปิดกั้นจากเหตุดินถล่ม รัฐบาลตาลีบันจึงต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่

แหล่งข่าวจากรัฐบาลระบุว่า บ้านเรือนจำนวนมากถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหว รัฐบาลอัฟกานิสถานร้องขอความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศ และมีหลายประเทศเสนอให้ความช่วยเหลือแล้ว

การเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก ซาลาม อัล จานาบี จากองค์การยูนิเซฟ (Unicef) ระบุว่า บ้านเรือนหลายร้อยหลังอาจถูกทำลายทั้งหมดไปแล้ว

องค์กรช่วยเหลือศุภนิมิต (World Vision) รายงานว่า หมู่บ้านในพื้นที่ชาวกีและนูร์กัลของจังหวัดคูนาร์ถูกทำลายทั้งหมดหรือบางส่วน บ้านที่สร้างจากดินและไม้พังถล่มลงมาและมีประชาชนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่นูร์กัลให้ข้อมูลกับสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) ว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากอิหร่านและปากีสถานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้เพิ่มความพยายามในการผลักดันชาวอัฟกันซึ่งหลายคนเคยหลบหนีความรุนแรงในอัฟกานิสถานกลับประเทศมากกว่าล้านคน

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน น้ำท่วมยังทำให้เกิดดินถล่ม และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงส่งผลกระทบต่อการสัญจรระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานชั่วคราว

แล้วอะไรที่ทำให้แผ่นดินไหวมีความรุนแรงและส่งผลกระทบทั้งในแง่ชีวิตและความเสียหายที่เกิดขึ้น นี่คือ 7 ปัจจัยที่ทำให้แผ่นดินไหวรุนแรง

Mandatory Credit: Photo by SAMIULLAH POPAL/EPA/Shutterstock (15466834y)
A man walks over rubble next to a damaged house after an earthquake in Kunar, Afghanistan, 01 September 2025. At least 800 people have been killed and some 2,000 injured after a shallow magnitude-6.0 earthquake and several aftershocks shook Nangarhar and Kunar in eastern Afghanistan overnight, officials reported on 01 September 2025.
Hundreds killed, thousands injured after earthquake hits Afghanistan, Kunar - 01 Sep 2025

ที่มาของภาพ, EPA

ขนาดความรุนแรงและระยะเวลาของการสั่นสะเทือน

ขนาดของแผ่นดินไหวสามารถวัดด้วยมาตราวัดที่เรียกว่า "โมเมนต์แมกนิจูด" (Moment Magnitude Scale - Mw) มาตรานี้ได้เข้ามาแทนที่มาตราริกเตอร์ซึ่งเคยเป็นที่รู้จักกันดี แต่ปัจจุบันถือว่าล้าสมัยและมีความแม่นยำน้อยกว่า

ตัวเลขที่ใช้ระบุขนาดของแผ่นดินไหวสะท้อนถึงระยะการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน และแรงที่ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวนั้น

ตามมาตรวัดโมเมนต์แมกนิจูด แรงสั่นสะเทือนที่มีขนาด 2.5 หรือน้อยกว่านั้นมักไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยมนุษย์แต่สามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่องมือ แผ่นดินไหวที่มีขนาดไม่เกิน 5 มักจะสามารถรู้สึกได้ และก่อให้เกิดความเสียหายเล็กน้อย แผ่นดินไหวในทิเบตเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีขนาด 7.1 ถูกจัดว่าเป็นแผ่นดินไหวระดับ "รุนแรง" ขณะที่แผ่นดินไหวในภาคใต้ของตุรกีและซีเรียเมื่อเดือน ก.พ. 2023 มีขนาด 7.8 และถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกัน

แผ่นดินไหวที่มีขนาดเกิน 8 ขึ้นไปจะถูกจัดอยู่ในระดับ "รุนแรงมาก" (great) โดยแผ่นดินไหวระดับนี้สามารถสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล และทำลายชุมชนบริเวณศูนย์กลางของแผ่นดินไหวได้อย่างสิ้นเชิง

BBC graphic on earthquake intensity scale

นอกจากขนาดของแรงสั่นสะเทือน ช่วงระยะเวลาการเกิดแผ่นดินไหวก็ส่งผลอย่างมากต่อระดับความเสียหาย

เครือข่ายแผ่นดินไหวแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ (Pacific Northwest Seismic Network) ระบุว่า แผ่นดินไหวขนาดเล็กมักมีแรงสั่นสะเทือนเพียงไม่กี่วินาที ขณะที่แผ่นดินไหวขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ เช่น เหตุการณ์ที่เกาะสุมาตราในปี 2004 อาจมีแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่องได้นานถึงสองนาที

ความลึกจากพื้นดิน

ไม่ใช่แค่ขนาดของแผ่นดินไหวเท่านั้นที่มีความสำคัญ ตำแหน่งที่แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นภายในเปลือกโลกก็มีบทบาทอย่างมากต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น

ในกรณีของแผ่นดินไหวที่โมร็อกโกในปี 2023 จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวโลกประมาณ 18 กิโลเมตร แม้ระดับความลึกดังกล่าวจะมากกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์ถึงสองเท่า แต่ก็ยังไม่ถือว่าลึกตามมาตรฐานทางธรณีวิทยา

ดร.คาร์เมน โซลานา นักภูเขาไฟวิทยาและธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัธ กล่าวกับบีบีซีว่า "แผ่นดินไหวครั้งนั้นถือว่าค่อนข้างตื้น เธออธิบายว่าชั้นดินด้านบนมีไม่มากพอที่จะช่วยดูดซับพลังงานและแรงสั่นสะเทือน ทำให้แรงสั่นสะเทือนมีความรุนแรงมาก"

ในทางตรงกันข้าม แผ่นดินไหวขนาด 6.2 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนอร์ธมาลูกูของอินโดนีเซียเมื่อเดือนก.ย. 2023 มีจุดศูนย์กลางลึกถึง 168 กิโลเมตร โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

A woman is supported under her arms by two other women as she sobs following the death of relatives to the south-west of Marrakesh in 2023

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แผ่นดินไหวคร่าชีวิตและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง แต่ขนาดของผลกระทบขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ

ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในตอนกลางของโมร็อกโกเมื่อปี 2023 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.11 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความรุนแรงของเหตุการณ์

ดร.โซลานา ระบุว่า "อาคารจำนวนมากอาจพังถล่มลงมาในขณะที่ผู้คนกำลังนอนหลับ"

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวจำนวนมากมักเกิดจากการที่อาคารถล่มลงมาจริง นักแผ่นดินไหววิทยามักกล่าวว่า "แผ่นดินไหวไม่ใช่สิ่งที่ฆ่าคน แต่เป็นอาคารต่างหากที่ทำให้คนเสียชีวิต"

ดังนั้น แล้วแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวันซึ่งมีผู้คนอยู่ภายในอาคารน้อยกว่ามักจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตน้อยกว่า

โครงสร้างอาคาร

เราสามารถออกแบบบ้านให้ทนต่อแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้เว้นแต่ในกรณีที่แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในขั้้นรุนแรงที่สุด โดยต้องออกแบบอาคารให้สามารถดูดซับพลังงานจากแผ่นดินไหวได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

Illustration of safety measures in a high rise building
คำบรรยายภาพ, วิศวกรญี่ปุ่นสามารถก่อสร้างอาคารสูงจำนวนมากที่มีความสามารถในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวรุนแรงได้

ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก ตามข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ได้บุกเบิกการพัฒนาอาคารที่สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุน ซาโตะ รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตเกียวและวิศวกรโครงสร้าง กล่าวว่า "เมื่อโครงสร้างสามารถดูดซับพลังงานจากแผ่นดินไหวได้ทั้งหมด อาคารก็จะไม่ถล่มลงมา"

เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "การแยกฐานโครงสร้างจากแผ่นดินไหว" (seismic isolation) โดยอาคารจะถูกวางอยู่บนวัสดุรองรับแรงสั่นสะเทือน เช่น แผ่นยางหนาประมาณ 30–50 เซนติเมตร เพื่อช่วยต้านทานแรงเคลื่อนไหวจากแผ่นดินไหว

อย่างไรก็ตาม ระบบแยกฐานโครงสร้างมีต้นทุนและงบประมาณในการก่อสร้างรวมถึงวัสดุที่ใช้สูง อีกทั้งยังแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ

ในพื้นที่ห่างไกลของโมร็อกโกซึ่งได้รับความเสียหายหนักที่สุด อาคารจำนวนมากสร้างจากอิฐโคลนหรืออิฐดินดิบ (adobe) ซึ่งไม่สามารถต้านทานแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้

นอกจากนี้ อาคารสูงที่มีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนมากอาจก่อให้เกิดยอดผู้เสียชีวิตจำนวนมาก หากพังถล่มลงมาในระหว่างเกิดแผ่นดินไหว

ชาวตุรกีจำนวนไม่น้อยวิพากษ์วิจารณ์มาตรฐานการก่อสร้างหลังจากมีอาคารจำนวนมากพังถล่มลงมาในเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือน ก.พ. 2023 โดยกล่าวขานว่าต่ำกว่ามาตรฐาน เสียงวิจารณ์จำนวนมากมุ่งยังไปที่การบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารที่ล้มเหลว

แม้ว่าแผ่นดินไหวจะมีความรุนแรง แต่นักวิชาการระบุว่า อาคารที่ก่อสร้างอย่างถูกต้องควรสามารถยืนหยัดอยู่ได้

ศาสตราจารย์เดวิด อเล็กซานเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและจัดการภาวะฉุกเฉินจาก University College London กล่าวว่า "ระดับความรุนแรงสูงสุดของแผ่นดินไหวครั้งนี้ (เหตุแผ่นดินไหวที่ตุรกี) ถือว่ารุนแรง แต่ไม่ถึงขั้นที่อาคารที่ก่อสร้างอย่างดีจะต้องพังลงมา"

เขาระบุว่า "ในหลายพื้นที่ แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นยังต่ำกว่าระดับสูงสุด ดังนั้น จากอาคารนับพันหลังที่พังถล่มลงมา เกือบทั้งหมดไม่ได้ถูกสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานการก่อสร้างที่ควรจะรองรับแผ่นดินไหวได้"

ความหนาแน่นของประชากร

แผ่นดินไหวชิกนิก (Chignik) ขนาด 8.2 ที่เกิดขึ้นใกล้คาบสมุทรอะแลสกาเมื่อเดือน ก.ค. 2021 อาจเป็นเหตุการณ์ที่หลายคนไม่จดจำทั้งที่เชื่อว่าเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดอันดับ 7 ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ กลับไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บแม้แต่รายเดียว สาเหตุหลักคือแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดลึกลงไปใต้ดิน และอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางประชากรหลัก

ในทางตรงกันข้ามแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ที่เฮติเมื่อเดือน ม.ค. 2010 ส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 250,000 คน บาดเจ็บราว 300,000 คน และมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 1.5 ล้านคน

กรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ เป็นพื้นที่ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างจัง เมืองดังกล่าวมีความหนาแน่นของประชากรที่สูงมาก คิดเป็นมากกว่า 27,000 คนต่อตารางกิโลเมตร จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อธิบายได้ว่าทำไมยอดผู้เสียชีวิตจึงสูงถึงเพียงนี้

ชนิดของดินในสถานที่ต่าง ๆ

นักธรณีวิทยาระบุว่า โอกาสรอดชีวิตจากแผ่นดินไหวขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของพื้นดินที่อยู่ด้านใต้ด้วย

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าหากชั้นดินมีลักษณะหลวมและอุ้มน้ำโดยเฉพาะบริเวณใกล้ผิวดินพื้นผิวจะไม่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ดีนัก สภาพดินเช่นนี้อาจนำไปสู่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "การเหลวตัวของดิน" (liquefaction)

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวัสดุที่ปกติเป็นของแข็งเริ่มมีพฤติกรรมคล้ายของเหลวซึ่งจะเพิ่มความเสียหายจากแผ่นดินไหวอย่างมาก หนึ่งในตัวอย่างของปรากฏการณ์นี้คือเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองนีงาตะ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1964

ในทางตรงกันข้าม ระหว่างแผ่นดินไหวในตุรกีเมื่อปี 2023 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 50,000 คน ยังมีเมืองเออร์ซินซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเพียงราว 80 กิโลเมตร แต่กลับรอดพ้นจากความเสียหายได้อย่างน่าทึ่ง

ไม่มีผู้เสียชีวิตในเมืองนี้และไม่มีอาคารใดถล่มลงมา ขณะที่เมืองอื่น ๆ โดยรอบได้รับความเสียหายอย่างหนัก

นักธรณีวิทยาระบุว่า เมืองเออร์ซินตั้งอยู่บนชั้นหินแข็งและพื้นดินที่มั่นคง ซึ่งสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีโครงสร้างของพื้นดินในพื้นที่ดังกล่าวช่วยปกป้องเมืองจากผลกระทบของแผ่นดินไหว

การรับมือเหตุฉุกเฉิน

Search and rescue dog looks for people in the wreckage of a building

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยชีวิตผู้คนได้เช่นกัน

ในประเทศญี่ปุ่น โรงเรียนต่าง ๆ ต้องจัดการฝึกซ้อมรับมือแผ่นดินไหวปีละสองครั้ง โดยเด็ก ๆ จะได้รับการสอนให้รู้วิธีรับมือไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน กลางแจ้ง หรืออยู่ในยานพาหนะ ส่วนในไต้หวัน รัฐบาลจัดการฝึกซ้อมรับมือแผ่นดินไหวในระดับชาติ เพื่อทดสอบความสามารถของหน่วยงานฉุกเฉิน

แต่ในหลายประเทศการเตรียมพร้อมในลักษณะดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่ไม่ค่อยประสบกับภัยพิบัติเช่นนี้

นักวิชาการระบุว่า ขนาดและความรวดเร็วของการตอบสนองฉุกเฉินมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยชีวิตผู้คน แม้ในตุรกีจะมีผู้รอดชีวิตถูกช่วยออกมาจากซากอาคารมากกว่าสิบวันหลังแผ่นดินไหว แต่ผู้บาดเจ็บหรือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารจำนวนมากอาจไม่สามารถรอดชีวิตได้นานขนาดนั้น

ด้วยเหตุนี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม และความสามารถในการฟื้นฟูระบบดังกล่าว จึงมีความสำคัญต่อการตอบสนองฉุกเฉิน ในพื้นที่ห่างไกลของโมร็อกโกที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในปี 2023 ถนนเพียงไม่กี่สายที่มีอยู่ถูกปิดกั้นด้วยดินถล่มและเศษซาก ประชากรหลายคนที่อาศัยตามหมู่บ้านต่าง ๆ ร้องเรียนว่าแทบไม่มีการช่วยเหลือฉุกเฉินใด ๆ เข้ามาเลย

รัฐบาลโมร็อกโกยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าตอบสนองล่าช้าในการรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ

ผลกระทบทางอ้อม

อาคารที่พังถล่มไม่ใช่สาเหตุเดียวของการเสียชีวิตหลังเกิดแผ่นดินไหว

ประชากรที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งยังมีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นใต้ทะเลซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดคลื่นสึนามิที่รุนแรง

แผ่นดินไหวขนาด 9.1 ใต้มหาสมุทรอินเดียใกล้จังหวัดบันดาอาเจะห์ บริเวณปลายสุดของเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย เป็นสาเหตุของคลื่นสึนามิในเอเชียเมื่อปี 2004

แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ที่ตามมาในปี 2004 คร่าชีวิตผู้คนราว 230,000 คนในกว่า 12 ประเทศ คลื่นสึนามิมีความรุนแรงมากจนสามารถคร่าชีวิตผู้คนในอีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรอินเดียที่อยู่ไกลออกไปในทวีปแอฟริกา

ในพื้นที่ภูเขา แผ่นดินไหวยังสามารถก่อให้เกิดดินถล่มฝังบ้านเรือนและขัดขวางการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในปี 2015 แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเนปาลทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 9,000 คน

BBC illustration showing the places impacted by earthquake
คำบรรยายภาพ, ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา แผ่นดินไหวได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทุกทวีปของโลก

นักธรณีวิทยาระบุว่า แผ่นดินไหวทำให้เกิดดินถล่มมากกว่า 3,000 จุดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แผ่นดินไหวในนครซานฟรานซิสโกเมื่อปี 1906 สร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นเวลาประมาณ 20 ถึง 25 วินาที แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวทำให้ท่อส่งก๊าซและน้ำของเมืองเกิดการแตกร้าว

ก๊าซที่รั่วไหลจากท่อส่งทำให้เกิดไฟไหม้ในหลายจุดของเมือง น้ำขาดแคลนหลังแผ่นดินไหวส่งผลให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมไฟได้ยาก เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คน