You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
การระเบิดโนวาที่ชั่วชีวิตจะได้เห็นครั้งเดียว จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนนี้
การระเบิดของดาวแคระขาว “ที โคโรนา โบรีอาลิส” (T Coronae Boreallis) หรือดาวทีมงกุฎเหนือ จะเกิดขึ้นทุก ๆ 80 ปี
เดิมทีโลกพุ่งความสนใจไปที่ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงที่ใกล้จะเกิดขึ้น แต่อันที่จริง ปีนี้มีอีกปรากฏการณ์ที่อาจน่าสนใจยิ่งกว่า เพราะกลุ่มดาวมงกุฎเหนือ ซึ่งประกอบด้วยดาวแคระขาวและดาวยักษ์แดงเก่าแก่อีกดวง กำลังนับถอยหลังสู่ปรากฏการณ์ระเบิดโนวาอันน่าตื่นตาตื่นใจ
กลุ่มดาวมงกุฎเหนือ หรือ โคโรนา โบรีอาลิส (Corona Borealis) อยู่ห่างจากโลก 3,000 ปีแสง และดาวที่จะเกิดการระเบิดคือ ดาวแคระขาวชื่อ “ที โคโรนา โบรีอาลิส” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “T CrB” ซึ่งองค์การนาซาชี้ว่า การระเบิดโนวาครั้งนี้ จะเป็นปรากฏการณ์ที่ทั้งชีวิตอาจได้เห็นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ปรากฏการณ์ระเบิดโนวาครั้งนี้ คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนเดือน ก.ย. ปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยไม่จำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ราคาแพงแต่อย่างใด
การระเบิดของ T CrB เกิดขึ้นเพียงทุก ๆ 80 ปี และครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น คือเมื่อปี 1946
“ผมตื่นเต้นมาก มันเหมือนการรอชมดาวหางฮัลเลย์ ที่เวียนผ่านมาทุก 75-80 ปี แค่การระเบิดโนวา มักไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก” วิลเลียม เจ คุก ผู้จัดการโครงการสิ่งแวดล้อมอุกกาบาตของนาซา กล่าว “สื่อมักให้ความสนใจกับดาวหางมากกว่า”
นักวิทยาศาสตร์ทำนายว่าจะเกิดโนวาได้อย่างไร
ตามปกติแล้ว ผู้เชี่ยวชาญของนาซาจะไม่ทราบเลยว่าการระเบิดโนวาจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่จะมีโนวา 10 เหตุการณ์ที่เราทราบดีว่าเป็น “โนวาที่เกิดซ้ำ ๆ”
“โนวาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ คือ โนวาที่เมื่อผ่านไปห้วงเวลาหนึ่ง มันจะเกิดการระเบิดขึ้นอีก” คุก อธิบาย “ที โคโรนา โบรีอาลิส เป็นตัวอย่างที่ดี”
แล้วนาซารู้ได้อย่างไรว่า T CrB จะเกิดการระเบิดขึ้นเมื่อไหร่ ? พวกเขาใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์ต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ที โคโรนา โบรีอาลิส ระเบิดเมื่อปี 1946 หรือ 78 ปีที่แล้ว นั่นหมายความว่า นาฬิกากำลังนับถอยหลังเข้ามาเรื่อย ๆ
อีกสัญญาณที่บ่งชี้ว่า T CrB ใกล้จะระเบิด คือ “เรารู้ว่าก่อนจะเกิดโนวา ดาวจะมอดแสงลงไปก่อนประมาณ 1 ปี โดย ที โคโรนา โบรีอาลิส เริ่มมอดแสงไปตั้งแต่เดือน มี.ค. 2023 เราจึงคิดว่า มันใกล้จะระเบิดแล้ว ในช่วงระหว่างตอนนี้ถึงปลายเดือน ก.ย.” คุก กล่าว
อัตราการระเบิดโนวาซ้ำของ T CrB ยังทำให้การระเบิดของดาวนี้มีความพิเศษกว่าโนวาอื่น ๆ ที่ค้นพบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เมเรดิธ แมคเกรเกอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากคณะฟิสิกส์และดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านกิจกรรมดวงดาว แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า “เราค้นพบโนวาจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นโนวาที่เกิดซ้ำ หรือไม่ก็ใช้เวลานานมากกว่าที่จะระเบิดขึ้นอีก จนเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่”
ด้าน ริชาร์ด ทาวน์เซนด์ ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน เสริมว่า สำหรับช่วงเวลาการเกิดระเบิดโนวาซ้ำ จะไม่แน่นอน อาจห่างกัน 1 ปี หรือหลายล้านปีก็เป็นได้
อะไรทำให้เกิดระเบิดโนวา
นอกเหนือจากการทำนายห้วงเวลาที่จะเกิดปรากฏการณ์โนวาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญของนาซายังรู้ด้วยว่า ทำไมถึงเกิดโนวา ยกตัวอย่าง ดาวแคระขาว T CrB นั้น มันอาศัยอยู่ในระบบดาวคู่ หมายความว่า มันเป็นหนึ่งในดาวฤกษ์สองดวงที่โคจรรอบกันเอง ส่วนดาวอีกดวงในระบบเดียวกัน คือดาวยักษ์แดง
ดาวแคระขาว ประกอบด้วยมวลสารที่ใกล้เคียงกับดวงอาทิตย์ แต่มีรัศมีรอบดาวเล็กกว่าดวงอาทิตย์กว่า 100 เท่า ทำให้มันมีขนาดใกล้เคียงกับโลก แต่ด้วยมวลสารที่อัดแน่นอยู่ในดาวขนาดเล็ก ยิ่งทำให้แรงโน้มถ่วงของดาวแคระขาวมีมากมหาศาล
แล้วเมื่อดาวยักษ์แดงที่โคจรอยู่คู่กันปล่อยสสารออกมา แรงโน้มถ่วงของ T CrB ก็จะดึงดูดหรือสะสมสสารเหล่านั้นมาเก็บไว้บนพื้นผิวดวงดาวของมันเอง เมื่อทับถมมากเข้าเป็นเวลาหลายปี ปริมาณสสารที่ดูดเข้ามาก็ถึงขีดจำกัด
“สิ่งที่เกิดขึ้นในระบบดาวคู่นี้คือ ดาวยักษ์แดงเทสสารลงไปยังพื้นผิวของดาวแคระขาว” คุก กล่าว “แล้วเมื่อสสารปริมาณมหาศาลไปอยู่บนพื้นผิวดาวแคระขาว มันก็ก่อให้เกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ เหมือนที่เกิดกับระเบิด ทำให้ดาวแคระขาวระเบิดเพื่อปล่อยสสารเหล่านี้ออกไป”
ทาวน์เซนด์ ให้คำอธิบายที่คล้ายกัน โดยระบุว่า เมื่อวัตถุปริมาณมากพอสะสมอยู่บน T CrB และเมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นถึงหลายล้านองศาเซลเซียส ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันก็จะเริ่มขึ้น ก่อให้เกิดการระเบิดโนวาที่สังเกตเห็นได้
“นี่เป็นปฏิกิริยาที่กำลังเกิดขึ้นกับแก่นดวงอาทิตย์เช่นกัน เพราะดาวยักษ์แดง ได้ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลไปยังพื้นผิวดาวแคระขาว” ทาวน์เซนด์ กล่าว “พลังงานที่ถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้ดาวแคระขาวมีความสว่างวาบยิ่งกว่าดาวยักษ์แดงชั่วขณะ ซึ่งแสงสว่างจากดาวฤกษ์ทั้งสอง เมื่อมองจากโลก จะเพิ่มขึ้นหลัก 1,000-100,000 เท่าตัวทีเดียว”
การระเบิดครั้งใหญ่นี้ ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญนาซาเข้าใจถึงการเปลี่ยนถ่ายมวลสารที่เกิดขึ้นระหว่างดาวฤกษ์สองดวงในระบบดาวคู่ และการระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อดาวแคระขาวเกิดโนวาขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในระบบดาวคู่นี้
“ปกติแล้วต้องใช้เวลาหลายพันปีกว่าคุณจะได้เห็นระเบิดโนวาแบบนี้ แต่ T CrB เกิดขึ้นเร็วกว่านั้น ทำให้มันเป็นโนวาที่หายาก” แมคเกรเกอร์ กล่าว
คุณจะเห็นอะไรเมื่อเกิดโนวา
T CrB มีขนาดการมองเห็น (visibility magnitude) ในด้านความสว่างอยู่ที่ +10 ตามข้อมูลของนาซา แต่เมื่อเกิดระเบิดโนวา ขนาดการมองเห็นจะพุ่งขึ้นอย่างยิ่งยวด ถึงระดับ +2 ซึ่งถือว่าสว่างกว่าระดับ +10 มาก
หากเทียบให้เข้าใจง่าย ขนาดการมองเห็น +2 จะเทียบเท่ากับความสว่างของดาวเหนือ หรือโพลาริส นั่นหมายความว่า เมื่อเกิดระเบิดโนวาขึ้น ตาเปล่าของมนุษย์ก็สามารถมองเห็นได้
สำหรับคนที่ต้องการชมปรากฏการณ์ระเบิดโนวาของ T CrB นาซาแนะนำให้มองไปที่กลุ่มดาวมงกุฎเหนือ ซึ่งอยู่บริเวณใกล้กลุ่มดาวรองเท้าบูทและเฮอคิวลิส “นี่คือจุดที่การระเบิดโนวา จะปรากฏเหมือนดาวฤกษ์สุกสกาวดวงใหม่ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า”
หากเห็นแสงสว่างเหมือนดาวดวงใหม่บนท้องฟ้า ต้องเข้าใจว่า นี่ไม่ใช่การกำเนิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ เพราะการระเบิดโนวาและปฏิกิริยานิวเคลียร์ ทำให้เราได้เห็น T CrB ชัดขึ้นเท่านั้น
“ปรากฏการณ์นี้เกิดจากดาวฤกษ์ที่มีอยู่แล้ว แค่เราได้เห็นสิ่งที่เหมือนการเกิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ เพียงเพราะปกติแล้ว เรามองไม่เห็นดาวดวงนี้” แมคเกรเกอร์ อธิบายต่อ “ดาวแคระขาวมันเล็กมากจนมองเห็นไม่ได้ด้วยตาเปล่า แต่เพราะปฏิกิริยาฟิวชันที่เกิดขึ้น ทำให้เราเห็นมันได้ชั่วขณะหนึ่ง”
คุก ชี้ว่า เมื่อ T CrB ส่องสว่างถึงขีดสุด มันจะสว่างยิ่งกว่าดาวอังคารเสียอีก และจะยังคงสุกสกาวอยู่บนท้องฟ้า จนมองเห็นด้วยตาเปล่าได้นานอีก 2-3 วัน แม้ว่าการระเบิดของโนวาจะยาวนานกว่าสัปดาห์ก็ตาม
เมื่อทุกอย่างสิ้นสุด นั่นคือดาวแคระขาวขจัดวัตถุที่รับมาจากดาวยักษ์แดงออกไปแล้ว T CrB ก็จะมอดลง จนตาเปล่ามองไม่เห็นอีกนานหลายทศวรรษ