You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช (ว่าที่) เลขาธิการนายกฯ หวนคืนทำเนียบฯ-นั่งเก้าอี้ตัวเดิมในรอบ 17 ปี
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
การจัดสรรเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) “นิ่งทั้งหมดแล้ว” ตามการเปิดเผยของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หลังจากเมื่อคืน (27 ส.ค.) พูดคุยกันจนดึกทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคร่วมรัฐบาล
เศรษฐาเปิดเผยว่า วันนี้ (28 ส.ค.) เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเข้ามารับรายชื่อเพื่อนำไปตรวจสอบคุณสมบัติทั้งหมด คาดว่าใช้เวลา 2-3 วัน ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ เศรษฐาได้ควง สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ซึ่งมีชื่อติดโผ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานกรรมการนโยบาย พรรค พท. และว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต-พังงา ระหว่าง 25-26 ส.ค. เพื่อพูดคุยกับผู้บริหารท่าอากาศยานภูเก็ตและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว
“ทั้งสองคนอยู่ในการดูแลของผม ถูกห้ามไม่ให้พูดเรื่องนี้” เศรษฐากล่าวติดตลกหลังผู้สื่อข่าวถามว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการควงว่าที่ รมว.การท่องเที่ยวฯ กับว่าที่เลขาธิการนายกฯ มาด้วยใช่หรือไม่
บีบีซีไทยได้รับคำยืนยันจากแกนนำพรรค พท. อย่างน้อย 2 คนว่า นพ.พรหมินทร์ วัยย่าง 69 ปี จะเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการหวนคืนทำเนียบรัฐบาลครั้งแรกในรอบ 17 ปีของนักการเมืองรายนี้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ หมอมิ้ง-พรหมินทร์ รับบท “นายกฯ น้อย” ผู้มีอำนาจเต็มมือในตึกไทยคู่ฟ้า เพราะเขาเคยทำหน้าที่นี้มาแล้วในสมัย ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23
บีบีซีไทยชวนทำความรู้จัก นพ.พรหมินทร์ เพิ่มเติมจากบทความนี้
เลขาฯ คู่คิด-คู่ใจทักษิณ
นพ.พรหมินทร์เคยดำรง 3 ตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล “ทักษิณ 1-2” (2544-2549) ทั้งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ทว่าตำแหน่งที่ทำให้อำนาจผ่านมือเขามากที่สุด หนีไม่พ้นตำแหน่ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเป็นตำแหน่งสุดท้ายก่อนพลัดหล่นจากอำนาจพร้อมทักษิณ ชายที่เขาเรียกว่า "ท่าน" ทุกคำ
หมอมิ้งเคยเปรียบเปรยความสัมพันธ์ระหว่างนายกฯ กับเลขาธิการนายกฯ ว่าเป็นเสมือน "พ่อครัวหัวป่าก์" กับ "คนจ่ายตลาด" แต่ละวันต้องคิดคร่าว ๆ ว่า "ท่าน" จะทำกับข้าวอะไร จากนั้นก็ไปจัดหาวัตถุดิบมา ซึ่งไม่ใช่การครอบงำ แต่คือการเดาใจและต้องเตรียมให้แม่นให้เร็ว เพราะทักษิณเป็นคน “คิดไว ทำไว”
บ่อยครั้งที่ นพ.พรหมินทร์ไม่เพียงจัดข้อมูลไว้ให้นายกฯ แต่เตรียมชุดคำอธิบายเผื่อแผ่ไปยังรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี เพื่อยุติประเด็นร้อน-การปั่นกระแสผ่านสื่อ นั่นทำให้เขาถูกเรียกขานว่า “นายกฯ น้อย”
หากถามว่าอะไรคือจุดที่ นายกฯ กับ เลขาธิการนายกฯ คู่นี้เหมือนกัน นพ.พรหมินทร์สรุปว่า วิธีคิดจากหลักวิทยาศาสตร์-วิธีปรับใช้-เลือกหยิบเครื่องมือคล้าย ๆ กัน
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวขอปฏิเสธมุมมองที่คนนอกเปรียบเปรยว่าเขาเป็น “สมองของทักษิณ”
“ไม่ใช่ ดูถูกท่านนายกฯ ไปหน่อยแล้วพูดแบบนี้ ต้องเข้าใจว่าท่านนายกฯ เป็นคนที่มีปัญญาและประสบการณ์สั่งสมมาเหนือคนอื่น” นพ.พรหมินทร์กล่าวกับมติชนเมื่อ ก.ค. 2549
แต่ฉายาที่หมอมิ้งไม่ปฏิเสธคือ “นักการเมืองสายเหยี่ยว”
“ถามว่าเหยี่ยวแปลว่าอะไร ถ้าแปลว่าคนที่มองด้วยความแหลมคม มองด้วยความสามารถท่ามกลางคลื่นใหญ่และพายุใหญ่ กล้าผ่านสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นด้วยความแข็งแรงเพื่อรักษาประชาธิปไตยไทย ผมพร้อมที่จะเป็นเหยี่ยว” เขาให้สัมภาษณ์ในช่วงที่รัฐบาล “ทักษิณ 2” เผชิญกับการชุมนุมขับไล่ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และการ “บอยคอตเลือกตั้ง” ของพรรคการเมืองฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ หลังทักษิณประกาศยุบสภา 2 เม.ย. 2549 แต่ไม่อาจคลี่คลายวิกฤตการณ์ทางการเมืองได้
ส่วนระดับความไว้วางใจที่ทักษิณมีต่อเลขาฯ คู่คิด-คู่ใจ พิสูจน์ผ่านการได้รับมอบหมายให้ถือ "เอกสารต้านปฏิวัติ" ในช่วงที่ข่าวลือปฏิวัติโชยฉุนเมื่อปี 2549 โดยเอกสารมีเพียง 3 ชุด อยู่ในมือ 3 บุคคล ได้แก่ นายกฯ ทักษิณ, รักษาการนายกฯ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม และเลขาธิการนายกฯ พรหมินทร์
เมื่อวันเปลี่ยนชีวิตนายกฯ คนที่ 23 มาถึง หมอมิ้งคือ "ผู้รับคำสั่งข้ามทวีป" จากทักษิณ ซึ่งไปร่วมประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาคอยหาข่าว-ส่งข่าวตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 19 ก.ย. 2549 ฝ่าเข้าทำเนียบรัฐบาลช่วงหัวค่ำเพื่อรอรับ "เอกสารลับ" หวังปลดผู้บัญชาการทหารบก และชิงประกาศภาวะฉุกเฉินก่อนทหารยึดอำนาจ และยังเป็นคน "ชักธงสู้" ด้วยการตั้ง "กองบัญชาการต้านปฏิวัติ" ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.สส. - ชื่อในขณะนั้น)
แต่สุดท้ายต้องประสบความพ่ายแพ้ แผนต้านปฏิวัติของฝ่ายทักษิณถูกฉีกพร้อมรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ทั้งรักษาการนายกฯ, เลขาธิการนายกฯ และน้องเขยนายกฯ ที่ชื่อ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ถูกรวบตัวไปยังกองบัญชาการกองทัพบก อันเป็น "ศูนย์กลางของการปฏิบัติการรัฐประหาร"
ท่ามกลางภาวะที่รัฏฐาธิปัตย์ยังไม่รู้ว่าทักษิณจะ "สู้" หรือ "หมอบ" จากแดนไกล นพ.พรหมินทร์ กับ พล.ต.อ.ชิดชัย ตกเป็น "เชลย" ถูกกักบริเวณภายในบ้านพักของศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) นาน 12 วันก่อนได้รับอิสรภาพ
หลังจากนั้น ก็ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวทางการเมืองของ นพ.พรหมินทร์อีก โดยเฉพาะหลังตุลาการรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไทยรักไทยและเพิกถอนสิทธิการเมืองกรรมการบริหารหารพรรค (กก.บห.) 111 คน เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ พ.ค. 2550
เขากลับไปรับบทเก่าก่อนเข้าสู่โลกการเมือง นั่นคือทำงานบริหารกับธุรกิจของตระกูลชินวัตร ทั้งที่โรงพยาบาลพระราม 9 และมหาวิทยาลัยชินวัตร โดยนั่งเก้าอี้อุปนายกสมาคมและประธานกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยชินวัตร
แม้ทำงานใกล้ชิดกับทักษิณ แต่คนในพรรค-ในแวดวงการเมืองต่างรู้ดีกว่า นพ.พรหมินทร์นั้นถือเป็น “สายตรงจันทร์ส่องหล้า” หรือเป็นนักการเมืองคนสนิทของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาของทักษิณ
ผู้ก่อการกลุ่มแคร์
เดือน มิ.ย. 2564 นพ.พรหมินทร์หวนคืนสนามการเมืองอีกครั้ง ร่วมก่อตั้ง-เปิดตัวกลุ่มแคร์ (CARE - Creative Action for Revival & People Empowerment) ภายใต้คำขวัญ "คิด เคลื่อน ไทย" โดยมีอดีต “ขุนพลทักษิณ” อีก 3 คนร่วมด้วย ประกอบด้วย หมอเลี้ยบ-สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, อ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย และเฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล
ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมกลุ่มนี้ เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ลุกลามบานปลายกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม และวิกฤตศรัทธาต่อผู้นำที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตั้งเป้าหมายผลักดันวาระต่าง ๆ ในสังคม
นพ.พรหมินทร์ ผู้ก่อการกลุ่ม CARE ยืนยันกับบีบีซีไทยในวันเปิดตัวกลุ่มว่า ไม่มีแนวคิดจะพัฒนากลุ่ม CARE เป็นพรรคการเมือง แต่เป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้มีแนวคิดและนักปฏิบัติการที่ต้องการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาของประเทศเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องหยิบไปใช้
อย่างไรก็ตามสมาชิกกลุ่ม CARE ทั้งหมอมิ้ง-หมอเลี้ยบ-ภูมิธรรม ซึ่งเป็นอดีต “คนเดือนตุลา” ได้หวนกลับบ้านหลังเก่า-พรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจนำภายในพรรคหลังจากนั้น โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พท. จำต้องเดินออกจากพรรคพร้อมนักการเมืองรุ่นใหญ่-นักการเมืองคนสนิทในช่วงปลายปี 2563 แล้วไปสร้าง “ดาวดวงใหม่” ที่ชื่อ พรรคไทยสร้างไทย
ขณะที่กลุ่ม CARE ยังอยู่ต่อไป และกลายเป็นพื้นที่หลักที่ทักษิณใช้สื่อสารเพื่อ “ปล่อยของ-ขายความคิด” พร้อมกับ “รีแบรนด์” ตัวเองจาก “อดีตผู้นำขวัญใจชาวรากหญ้า” เป็น “พี่โทนี่ วู้ดซัม” (Tony Woodsome) ขวัญใจคนรุ่นใหม่
หัวหอกทีมนโยบาย
เมื่อปี่กลองเลือกตั้ง 2566 ดังขึ้น นพ.พรหมินทร์เข้าประจำการในบทบาทประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ ควบประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรค พท. จัดทำ “นโยบายบรรทัดเดียว” เพื่อสื่อสารกับโหวตเตอร์ ภายใต้คำขวัญหลัก “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน”
ในวงประชุมคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจนี่เองที่หมอมิ้งมีโอกาสทำงานร่วมกับเศรษฐา ซึ่งเป็นกรรมการอีกคน และยังช่วยกันออกมาตั้งโต๊ะแจกแจงนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้แก่ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน หลังนโยบายที่เพื่อไทยบอกว่าเป็น “หมัดเด็ด” ถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวางตั้งแต่วันที่เศรษฐาประกาศต่อสาธารณะ
หมอมิ้งชี้ว่า สถานการณ์ประเทศไทยถอยหลังไปมาก และคนไทยเกือบจมน้ำ
“ดิจิทัลวอลเล็ตคือ ‘ห่วงชูชีพ’ ที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถว่ายน้ำต่อไปได้ ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจบทที่หนึ่งเท่านั้น เมื่อรวมเข้ากับมาตรการอื่น ๆ ของพรรคเพื่อไทย จะช่วยทำให้พี่น้องประชาชนสามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี” นพ.พรหมินทร์กล่าวเมื่อ เม.ย. 2566
ในเวลานั้น บัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท. นิ่งแล้ว 2 ชื่อคือ แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 และ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 แต่สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 มีสารพัดชื่อถูกปล่อยออกมา หนึ่งในนั้นคือ นพ.พรหมินทร์ พร้อมแนบเหตุผลประกอบว่า “ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ต้องมีอย่างน้อย 1 คนที่ขึ้นเวทีดีเบตได้” ทว่าเมื่อถึงวันยื่นบัญชีนายกฯ ต่อสำนักงาน กกต. กลับไม่มีชื่อหมอมิ้งแต่อย่างใด
นพ.พรหมินทร์ยังเป็นตัวแทนพรรคเดินสายขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์ผ่านสื่อสำนักต่าง ๆ
คำสำคัญที่เขาเน้นย้ำเสมอคือ “การทวงคืนประชาธิปไตยอย่างสันติวิธี ด้วยการชนะเลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งของสภา และเอาชนะเสียง สว. 250 เสียง”
สุดท้าย ไม่เพียงพรรค พท. พ่ายแพ้คาสนามเลือกตั้งในรอบ 22 ปี แต่ยังจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค “2 ลุง” โดยอ้างเหตุว่าเป็น “รัฐบาลพิเศษสลายขั้วการเมือง”
เศรษฐา ผู้มีอายุงานการเมือง 175 วัน เตรียมนั่งเก้าอี้นายกฯ ควบ รมว.คลัง ส่วน นพ.พรหมินทร์ เตรียมหวนคืนตึกไทยคู่ฟ้าอีกครั้ง ในฐานะ “นายกฯ น้อย”
หมายเหตุ: ข้อมูลบางส่วนเรียบเรียงจากหนังสือ "ในคืนยะเยือก 7 ขุนพลทักษิณภายใต้ปฏิบัติการลับลวงพราง" (สำนักพิมพ์มติชน, 2552)