เหตุใดร้านค้าไร้พนักงานที่พึ่งพาความไว้วางใจลูกค้า กำลังเพิ่มมากขึ้นในเกาหลีใต้

An unmanned bar in Seoul, South Korea
    • Author, เดวิด แคนน์
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
    • Reporting from, กรุงโซล เกาหลีใต้

เป็นเวลาเลยเที่ยงคืนแล้วในย่านชานเมืองของกรุงโซล เกาหลีใต้ แต่ผมรู้สึกอยากกินขนมขบเคี้ยวขึ้นมา และนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะว่ามีร้านขายขนมถึง 3 ร้านที่อยู่ตรงข้ามที่พักของผม ซึ่งเปิด 24 ชม.

ร้านขนมที่ผมเลือกเข้าไปคือร้านไอศกรีม ในร้านมีตู้ทำความเย็นเรียงรายอยู่เต็มไปหมดและมีไอศกรีมหลายรสชาติให้เลือก แต่กลับไม่มียามคอยเฝ้า หรือพนักงานอยู่เลย มีแต่เพียงสินค้าวางเรียงรายและตู้อัตโนมัติที่คุณสามารถชำระค่าสินค้าได้ สิ่งที่ผมต้องทำก็เพียงแค่หยิบสินค้าที่ต้องการและจ่ายเงินก่อนที่จะออกจากร้านไปเท่านั้นเอง

ในถนนสายเดียวกันกับร้านไอศกรีมแห่งนี้ ยังมีร้านขายเครื่องเขียน ร้านอาหารสัตว์ หรือแม้กระทั่งร้านซูชิ โดยที่ร้านเหล่านี้ไม่มีพนักงานเฝ้าร้านอยู่เลยแม้สักคนเดียวในเวลาดึกเช่นนี้

ในสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่านมากกว่านี้อย่างในเขตชั้นในของตัวเมืองก็มีแม้กระทั่งบาร์ที่ไม่มีพนักงานบริการ

"หากจะบริหารบาร์ขนาดประมาณนี้ และได้กำไรอย่างที่ผมได้อยู่ ผมจะต้องการพนักงานราว 12-15 คน แต่ตอนนี้ผมใช้พนักงานเพียง 2 คนเท่านั้น" คิม ซึง-แร ผู้ก่อตั้ง Sool 24 บาร์ที่ไร้พนักงานและมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริการตลอด 24 ชั่วโมง กล่าว พร้อมเสริมด้วยว่า บาร์ที่ไม่ต้องมีพนักงานเช่นนี้ ทำให้เขามีเวลาไปประกอบธุรกิจอื่น ๆ ด้วย

นายคิม เคยเปิดบาร์ในบริเวณใกล้เคียงแต่ได้ผลกำไรไม่ตรงกับความคาดหวัง เขาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์มาเปิดบาร์ที่ไร้พนักงาน และกำไรก็เพิ่มสูงขึ้น

เด็กเกิดใหม่น้อยลง

South Korean mothers practice massage to their babies during a training programme at a public health centre in Seoul

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เกาหลีใต้ คือหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเกิดใหม่ต่ำที่สุดในโลก

อัตราการเกิดใหม่ที่ต่ำเป็นเวลาหลายทศวรรษและค่าแรงที่เพิ่มขึ้นสูงเป็นปัจจัยกระตุ้นการเกิดขึ้นของระบบทำงานอัตโนมัติ

ทั้งนี้ เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำที่สุดในโลก โดยค่าเฉลี่ยของตัวเลขลูกที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีในระยะเวลาตลอดชีวิต ตกไปอยู่ที่ 0.72 คน ในปี 2023 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยเป็น 0.75 ในปีที่ผ่านมา

หากเกาหลีใต้ต้องการรักษาระดับจำนวนประชากรให้คงที่ อัตราการเจริญพันธุ์จะต้องอยู่ที่อย่างน้อย 2.1 ซึ่งเคยเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในเกาหลีใต้เมื่อปี 1982

อัตราการเกิดใหม่ที่ต่ำยังหมายถึงจำนวนคนในตลาดแรงงานที่ลดลงไปเรื่อย ๆ เช่นกัน ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2000

ปัจจุบันหากเจ้าของกิจการอย่างคิมต้องการจ้างพนักงาน เขาต้องจ่ายค่าจ้างราว 7 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 233 บาท ต่อชั่วโมง

"เหตุผลที่ผมเลือกทำร้านโดยไม่มีพนักงานก็เพราะการเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งมีสองวิธีที่จะจัดการกับความท้าทายนี้ คือ การใช้หุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติ และการไม่ใช้พนักงานเฝ้าร้าน" นายคิม กล่าว

การนำหุ่นยนต์มาใช้งานจำเป็นต้องใช้เงินและพื้นที่ที่มากขึ้น ดังนั้น คิมจึงตัดสินใจเปิดร้านค้าที่ไม่มีพนักงานคอยเฝ้า

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ทำให้การใช้งานระบบอัตโนมัติเพิ่มขึ้น เนื่องจากมันสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของธุรกิจในการจ่ายค่าแรง และยังสามารถช่วยรักษากฎระเบียบการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวด ณ เวลานั้นด้วย

A coffee shop employee puts cups of coffee into a Robotis Co delivery robot

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าของกิจการบางรายเลือกใช่หุ่นยนต์ที่มีราคาแพงดังเช่นในภาพนี้ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อนำส่งอาหาร

ประชาชนบางส่วนบอกว่า คนยุคใหม่ไม่อยากจะทำงานที่ถูกเรียนว่างาน "3D" คืองานสกปรก (dirty job) งานอันตราย (dangerous job) และงานยากที่เรียกร้องสูง (demanding job)

ทัศนะข้างต้นกล่าวถึงงานใช้แรงงานในโรงงานภาคการผลิต ด้านเกษตรกรรม และในตอนนี้มันยังหมายถึงงานในร้านขายปลีก ซึ่งก็ถูกมองว่าเป็นงานที่ไม่น่าทำด้วยเช่นกัน

"คนรุ่นใหม่พยายามที่จะอยู่ในเขตเมือง พวกเขาชอบสร้างธุรกิจของตัวเอง อย่างธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture capital) และพยายามตามหางานที่ค่าตอบแทนสูงในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง" โจ จอง-ฮุน กล่าว

โจเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนหรือพีพีพี (People Power Party – PPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในรัฐสภา และเป็นสมาชิกของคณะกรรมาธิการการศึกษา

"ไม่เหมือนกับสมาชิกสภาบางคน ผมไม่โทษคนรุ่นใหม่ที่มีความชอบเช่นนั้น สถิติแสดงให้เราเห็นว่า เราต้องจัดการกับจำนวนแรงงานที่น้อยลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และมันจะเป็นการดีหากเราเลือกจัดสรรจำนวนแรงงานที่มีอยู่อย่างจำกัดไปในอุตสาหกรรมต่าง ๆ " ที่มีคุณค่ามากที่สุด

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจเกาหลี (The Korea Economic Research Institute) ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยที่ได้รับทุนจากภาคเอกชน คาดการณ์ว่า ตำแหน่งงาน 43% ในประเทศเกาหลีใต้มีความเสี่ยงจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติภายในอีก 20 ปีข้างหน้า

การมาแทนที่แรงงานของระบบอัตโนมัติเป็นโอกาสสำหรับควอน มินแจ ประธานกรรมการบริหาร บราวนี (Brownie) บริษัทที่บริหารจัดการร้านค้าไร้พนักงานแทนเจ้าของ เขาเริ่มต้นธุรกิจนี้ตอนช่วงปลายการระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2022

"พวกเราบริหารจัดการ ร้านซักรีด ร้านไอศกรีม ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ และร้านบุหรี่ไฟฟ้า ที่ไร้พนักงาน" นายควอน บอกกับบีบีซี

แม้ว่าร้านค้าจะไม่มีพนักงานบริการ แต่ของในร้านยังจำเป็นต้องถูกเติม ทำความสะอาด และดูแลรักษา นายควอนกล่าวว่าในช่วงแรก ๆ เจ้าของร้านเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เหล่านี้ แต่บริษัทของนายควอนในตอนนี้กำลังจัดหาคนงานเพื่อจะดูแลร้านไร้พนักงานเหล่านี้

"เรามีพนักงานในพื้นที่จำนวนมากซึ่งสามารถเข้าไปร้านค้าเหล่านี้ได้หลายแห่งต่อวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าของร้านไร้พนักงานเหล่านี้คือการไม่ต้องไปคิดหรือยุ่งวุ่นวายกับร้านค้า พวกเขายินดีที่จะจ่ายให้เรา 100 หรือ 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,338-6,677 บาท) ต่อเดือนเพื่อให้พวกเราจัดการร้านให้พวกเขา"

นายควอน กล่าวด้วยว่า เขาเริ่มจากการบริหารจัดการร้านไร้พนักงานเพียง 2 ร้าน แต่ปัจจุบันมีกว่า 100 ร้านค้าที่บริษัทของเขาดูแลอยู่

การโจรกรรมมีน้อย

เกาหลีใต้มีอัตราการโจรกรรมต่ำมากซึ่งส่งผลต่อความสำเร็จของร้านค้าที่ไม่มีพนักงาน

"มีกรณีที่ลูกค้าบางรายลืมชำระเงิน แต่โทรมาหาผมในภายหลังเพื่อขอชำระค่าสินค้า ผมไม่รู้สถานการณ์สำหรับร้านค้าอื่น แต่คนรุ่นใหม่ในละแวกนี้รู้สึกปลอดภัยมากพอที่จะวางกระเป๋าตังค์และโทรศัพท์ไว้เพื่อจองโต๊ะ" นายคิม กล่าว

ทั้งนี้ นายคิมยอมรับว่าอาจมีความเสียหายที่มาจากการลักขโมยอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่มากพอที่จะทำให้ธุรกิจของเขาได้รับผลกระทบจนไปต่อไม่ได้

"ผมไม่เคยคำนวณเลยว่ามีสินค้าไหนที่ถูกขโมยไปบ้าง โดยรวมคือผมไม่ขาดทุน เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เงินที่ได้มาจากการลดค่าใช้จ่ายมีมากกว่าเงินที่เสียไป [จากสินค้าที่ถูกขโมย] และการจะจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยก็แพงกว่าค่าใช้ง่ายที่ประหยัดไป [จากการไม่จ้างพนักงาน]"

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีส่งผลให้งานบางประเภท เช่น งานขับรถ กลายเป็นงานที่เกิดความซ้ำซ้อนหลังจากรถที่สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติออกมาล้นตลาด

นอกจากนี้ มีการประมาณการด้วยว่าเกาหลีใต้ต้องการแรงงานเพิ่มมากกว่า 890,000 คน เพื่อรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่ 2%

ขณะที่บางองค์กรอย่างสหภาพแรงงานโคเรียมาร์ท (Korea Mart Labor Union) แสดงความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตลาดงานในเกาหลีใต้ แต่คนอีกกลุ่มหนึ่ง เช่น เจ้าของบาร์ไร้พนักงานอย่างนายคิม กลับมองโลกในแง่ดีอย่างมากเกี่ยวกับโอกาสทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

บทความฉบับนี้อ้างอิงจากรายการบิสสิเนส เดลี (Business Daily) ของบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส