บีบีซีพบว่าซอสเข้มข้น 'สไตล์อิตาเลียน' อาจมีส่วนผสมจากมะเขือเทศที่มาจากการบังคับใช้แรงงานในจีน

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ไมค์ รูดิน และ ซาราห์ บัคลีย์
- Role, ทีมข่าวสืบสวน BBC Eye
คำเตือน: เรื่องราวต่อไปนี้มีเนื้อหาการใช้ความรุนแรงและน่าสะเทือนใจ
บีบีซีพบว่า ซอสมะเขือเทศเข้มข้นใน "สไตล์อิตาเลียน” ที่ถูกวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในสหราชอาณาจักร ดูเหมือนจะมีส่วนผสมจากมะเขือเทศที่ปลูกและถูกเก็บเกี่ยวโดยการบังคับใช้แรงงานในจีน
ผลิตภัณฑ์บางตัวมีคำว่า “อิตาเลียน” บนฉลาก เช่น ซอสมะเขือเทศผสมเนื้อมะเขือเทศบดแบบอิตาเลียนของเทสโก (Tesco) ขณะที่สินค้าอื่น ๆ ระบุคำว่า “อิตาเลียน” ไว้ในคำอธิบาย เช่น น้ำมะเขือเทศเข้มข้น 2 เท่าของยี่ห้อแอสดา (Asda) ที่มีคำบรรยายว่ามี “เนื้อมะเขือเทศบดที่ปลูกในอิตาลี” ขณะที่ซอสมะเขือเทศเวสโทรสเข้มข้นผสมเนื้อมะเขือเทศบดของยี่ห้อเวสโทรส (Waitrose) ระบุว่าเป็น “ซอสมะเขือเทศบดแบบอิตาเลียน”
จากการตรวจสอบโดยบีบีซีเวิลด์เซอร์วิส พบว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 17 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อของซูเปอร์มาร์เก็ตและวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกทั่วสหราชอาณาจักรและเยอรมนีนั้น มีแนวโน้มว่า จะมีผสมเป็นมะเขือเทศที่ปลูกในจีน
มะเขือเทศส่วนใหญ่มาจากเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งการผลิตของพวกเขาเชื่อมโยงกับการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ รวมถึงชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม โดยที่ผ่านมาสหประชาชาติออกมากล่าวหาว่าจีนละเมิดและทรมานชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ เนื่องจากมองว่าเป็นภัยด้านความมั่นคง
ทางการจีนปฏิเสธว่าไม่มีการบังคับใช้แรงงานในอุตสาหกรรมมะเขือเทศ และกล่าวด้วยว่าแรงงานได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังระบุว่า รายงานของสหประชาชาตินั้นมีพื้นฐานมาจาก “การบิดเบือนข้อมูลและการโกหก”
ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่งที่มีผลิตภัณฑ์ที่บีบีซีตรวจสอบ ล้วนโต้แย้งข้อค้นพบของเรา

ที่มาของภาพ, Alamy
ประเทศจีนปลูกมะเขือเทศราว 1 ใน 3 ของโลก เนื่องจากเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือมีสภาพอากาศเหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก
นอกจากนี้ พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่จีนเริ่มโครงการกักขังจำนวนมากในปี 2014 ซึ่งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ออกมากล่าวหาว่าชาวอุยกูร์มากกว่า 1 ล้านคนได้ถูกควบคุมตัวตามสถานที่ต่าง ๆ จำนวนหลายร้อยแห่ง ซึ่งจีนเรียกว่า "ค่ายปรับทัศนคติ" (re-education camps)
บีบีซีพูดคุยกับผู้คนจำนวน 14 คน ที่กล่าวว่าพวกเขาฝืนทนถูกบังคับใช้แรงงาน หรือพบเห็นพฤติการณ์ดังกล่าวในไร่มะเขือเทศในซินเจียงในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา
“[เจ้าหน้าที่เรือนจำ] บอกพวกเราว่ามะเขือเทศจะถูกส่งออกไปต่างประเทศ” อาห์เหม็ด (นามแฝง) กล่าว และเสริมว่าหากคนงานทำงานไม่ตรงตามโควต้าที่กำหนดไว้ที่ 650 กิโลกรัม/วัน พวกเขาจะถูกช็อตด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า
มามุตจัน ครูชาวอุยกูร์ที่ถูกจำคุกในปี 2015 เนื่องจากเอกสารการเดินทางที่ผิดปกติ บอกว่าเขาถูกทุบตีเพราะไม่สามารถเก็บมะเขือเทศได้ตามเป้าซึ่งตั้งไว้สูงเกินความหมายของเขาอย่างมาก
“ในห้องขังที่มืดมิด มีโซ่แขวนอยู่บนเพดาน พวกเขาแขวนผมไว้บนนั้นแล้วพูดว่า ‘ทำไมไม่ทำงานให้เสร็จ ?’ พวกเขาฟาดก้นของผมแรงมาก และตีที่ชายโครงซึ่งยังคงมีรอยแผลเป็นอยู่”

เป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเรื่องราวเหล่านี้ แต่ก็มีข้อมูลที่สอดคล้องและสะท้อนหลักฐานในรายงานของสหประชาชาติปี 2022 ที่ระบุว่ามีการทรมานและบังคับใช้แรงงานในศูนย์กักกันที่ซินเจียง
แต่การจากการรวบรวมข้อมูลการขนส่งทั่วโลก บีบีซีพบว่า มะเขือเทศส่วนใหญ่จากซินเจียงถูกส่งไปยังยุโรปทางรถไฟที่เดินทางผ่านคาซัคสถาน อาเซอร์ไบจาน และจอร์เจีย ก่อนจะถูกส่งไปยังอิตาลี

“อันโตนิโอ เพ็ตติ (Antanio Petti)” คือบริษัทที่ปรากฏในรายชื่อผู้รับสินค้าหลายครั้ง บริษัทดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทแปรรูปมะเขือเทศรายใหญ่ในอิตาลี โดยข้อมูลระหว่างปี 2020-2023 แสดงให้เห็นว่าซอสมะเขือเทศเข้มข้นปริมาณมากกว่า 36 ล้านกิโลกรัมของบริษัทฯ นั้น มาจากบริษัท ซินเจียง กวนนง (Xinjiang Guannong) และบริษัทอื่น ๆ ภายในเครือ
แม้กลุ่มเพ็ตติผลิตสินค้าจากมะเขือเทศภายใต้ชื่อของตัวเอง แต่บริษัทฯ ก็จัดหาวัตถุดิบอื่น ๆ ให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ ทั่วยุโรปซึ่งทำผลิตภัณฑ์ในชื่อของตัวเองด้วยเช่นกัน
การสืบสวนของเราได้ใช้ห้องปฏิบัติการเพื่อเปรียบเทียบตัวอย่างซอสมะเขือเทศบดเข้มข้นจากจีนและอิตาลี กับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันจำนวน 64 ตัวอย่างในยี่ห้อแตกต่างกันที่วางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา โดยผลิตภัณฑ์ที่นำมาเปรียบเทียบทั้งหมดมีตั้งแต่ยี่ห้อชั้นนำของอิตาลี ยี่ห้อของซูเปอร์มาเก็ตต่าง ๆ และอีกหลายยี่ห้อที่ผลิตโดยเพ็ตติ
บีบีซีให้ซอร์ส เคอร์เทน (Source Certain) ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากออสเตรเลีย มาช่วยดูว่าการอ้างแหล่งวัตถุดิบบนฉลากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นั้นตรงกับความเป็นจริงหรือไม่
บริษัทแห่งนี้ซึ่งเริ่มต้นด้วยขั้นตอนที่ คาเมรอน สแคดดิง ผู้บริหารของบริษัทเรียกมันว่าการตรวจสอบ “ลายนิ้วมือ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศต้นทาง โดยวิเคราะห์ธาตุที่มะเขือเทศดูดซับจากน้ำและหินในท้องถิ่น

“วัตถุประสงค์แรกสำหรับเราคือการกำหนดว่าจีนมีธาตุโปรไฟล์พื้นฐานลักษณะเช่นไรบ้าง และมันดูเป็นเช่นไรสำหรับโปรไฟล์ลักษณะธาตุในอิตาลี ซึ่งเราพบว่ามันมีความแตกต่างกันมาก” เขากล่าว
ซอร์ส เคอร์เทนเปรียบเทียบโปรไฟล์ประเทศเหล่านั้นกับซอสมะเขือเทศเข้มข้น 64 ชนิดที่เราต้องการตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่อ้างว่าเป็นมะเขือเทศอิตาลีหรือให้ความรู้สึกเช่นนั้น รวมถึงบางส่วนที่ไม่ได้อ้างถึงแหล่งที่มาดังกล่าว
ผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำนวนมากทำมาจากมะเขือเทศอิตาลีจริง เช่น ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ขายในสหรัฐฯ, ยี่ห้อชั้นนำของอิตาลีอย่างมุตติ (Mutti) และนาโปลินา (Napolina), ยี่ห้อซูเปอร์มาร์เก็ตของเยอรมนีและสหราชอาณาจักรบางตัว ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ถูกขายโดยแบรนด์เซนส์บูรีส์ (Sainsbury’s) และมาร์คส แอนด์ สเปนเซอร์ (Marks & Spencer)
แต่มี 17 ผลิตภัณฑ์ที่ดูเหมือนว่าทำมาจากมะเขือเทศจีน และพบว่าในจำนวนนั้นมีถึง 10 ตัวอย่างที่ผลิตโดยเพ็ตติ บริษัทจากอิตาลีที่เราพบว่าอยู่ในบันทึกการขนส่งระหว่างประเทศซ้ำ ๆ นอกจากนี้ทั้ง 10 ผลิตภัณฑ์ของเพ็ตติยังวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตในสหราชอาณาจักร ในช่วงเวลาที่บีบีซีทำการทดสอบและสืบค้นตั้งแต่เดือน เม.ย. - ส.ค. 2024

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในเยอรมนีในช่วงระยะเวลาทดสอบของเรา

ซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่ง กล่าวว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างจริงจัง และได้ดำเนินการสอบสวนภายในแล้ว ซึ่งไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับมะเขือเทศจีน นอกจากนี้ หลายบริษัทฯ ยังโต้แย้งวิธีการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่ทางบีบีซีใช้
ด้านเทสโก (Tesco) ระงับการจัดหาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ขณะที่รีเว (Rewe) ถอนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกจากการจำหน่ายทันที
ทั้งรีเว, เวสโทรส, มอร์ริสสันส์, อีดีกา ต่างกล่าวว่า พวกเขาได้ทำการทดสอบด้วยตนเองและพบว่าไม่มีมะเขือเทศจีนอยู่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งขัดแย้งกับผลการทดสอบของบีบีซี
แต่ผู้ค้าปลีกรายใหญ่รายหนึ่งยอมรับว่าใช้มะเขือเทศจากจีน โดยลีเดิล (Lidl) บอกกับบีบีซีว่าพวกเขาเคยใช้มะเขือเทศจีนในซอสมะเขือเทศเข้มข้นบาเรซารุ่นก่อน ซึ่งผลิตโดยบริษัทเจียกัวโร (Giaguaro) จากอิตาลี และพวกมันถูกวางขายในเยอรมนีเมื่อปีก่อน “ในระยะสั้น ๆ” เนื่องจากปัญหาเรื่องซัพพลายวัตถุดิบ อย่างไรก็ตามพวกเขากำลังดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว
ขณะเดียวกัน บริษัทเจียกัวโรบอกว่าผู้จัดหาวัตถุดิบของบริษัทหรือซัพพลายเออร์ (Supplier) ทั้งหมด ล้วนเคารพสิทธิของแรงงานและไม่ได้ใช้มะเขือเทศจีนในผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของลีเดิลแล้ว
อย่างไรก็ตาม บีบีซีเข้าใจว่ามะเขือเทศถูกจัดหาโดยบริษัท คอฟโก ตุนเฮ (Cofco Tunhe) ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเมื่อเดือน ธ.ค. 2023 ด้วยข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน
ในปี 2021 โรงงานแห่งหนึ่งของเครือเพ็ตติถูกตำรวจอิตาลีบุกค้นเนื่องจากต้องสงสัยว่ามีการฉ้อโกง โดยสื่ออิตาลีรายงานว่ามะเขือเทศจากจีนและประเทศอื่น ๆ ถูกส่งออกไปจากที่นี่โดยแอบอ้างว่าเป็นมะเขือเทศอิตาลี
หนึ่งปีหลังการบุกค้นโรงงานดังกล่าว คดีนี้ได้ยุติลงก่อนจะถึงขั้นตอนส่งฟ้องศาล โดยทางเพ็ตติปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับมะเขือเทศจีน และท้ายที่สุดประเด็นนี้ก็ถูกเพิกถอนไป
ส่วนหนึ่งของงานสืบสวนเกี่ยวกับเพ็ตติโดยบีบีซี เราได้ส่งนักข่าวแฝงตัวเป็นนักธุรกิจที่ต้องการสั่งซื้อของจำนวนมากจากบริษัทดังกล่าว จนได้รับเชิญจากปาสกวาเล เพ็ตติ ผู้จัดการทั่วไปของอิตาเลียน ฟู้ด (Italian Food) หนึ่งในบริษัทเครือเพ็ตติ ให้เยี่ยมชมโรงงานของบริษัทในเมืองทัสคานี และนักข่าวของเราก็สอบถามเขาว่าเพ็ตติใช้มะเขือเทศจากจีนหรือไม่
“ใช่แล้ว...ในยุโรปไม่มีใครต้องการมะเขือเทศจีน แต่ถ้ามันเป็นเรื่องที่คุณรับได้ เราจะหาวิธีผลิตให้ได้ราคาดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าจะใช้มะเขือเทศจากจีนก็ตาม” เขากล่าว

กล้องของนักข่าวที่แฝงตัวเข้าไปยังจับภาพที่มีรายละเอียดสำคัญไว้ได้ด้วย นั่นคือถังสีฟ้าหลายสิบถังที่บรรจุซอสมะเขือเทศเข้มข้นอยู่ภายใน ตั้งเรียงรายอยู่ภายในโรงงานดังกล่าว โดยหนึ่งในฉลากบนถังที่มองเห็นได้ ระบุว่า ซินเจียง กวนนง โทเมโท โปรดักส์ จำกัด (Xinjiang Guannong Tomato Products Co Ltd) ผลิตวันที่ 20 ส.ค. 2023
ทางเครือบริษัทเพ็ตติยืนยันกับบีบีซีว่าไม่ได้ซื้อมะเขือเทศจากบริษัทซินเจียง กวนนง นับตั้งแต่บริษัทดังกล่าวถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ในปี 2020 เนื่องจากมีการบังคับใช้แรงงาน แต่บอกว่าได้ซื้อซอสมะเขือเทศเข้มข้นจากบริษัทจีนชื่อว่า บาโจว เรด ฟรุต (Bazhou Red Fruit)
บริษัทนี้ “ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน” เพ็ตติบอกกับบีบีซี
อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนของเราพบว่าบาโจว เรด ฟรุต ใช้หมายเลขโทรศัพท์ร่วมกันกับบริษัทซินเจียง กวนนง นอกจากนี้จากหลักฐานอื่น ๆ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลการขนส่งยังชี้ให้เห็นว่าบาโจวเป็นแค่บริษัทบังหน้าเท่านั้น
เพ็ตติยังกล่าวเสริมด้วยว่า “ในอนาคต เราจะไม่นำเข้าผลิตภัณฑ์มะเขือเทศจากจีน และจะปรับปรุงการตรวจสอบซัพพลายเออร์ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน”
แม้สหรัฐฯ ได้ออกกฎหมายที่เข้มงวดเพื่อห้ามการนำเข้าสินค้าจากซินเจียงทั้งหมด แต่ยุโรปและสหราชอาณาจักรมีมาตรการที่ผ่อนปรนกว่า โดยอนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ ดำเนินการควบคุมด้วยตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการใช้แรงงานในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท
ด้านโคลอี แครนสตัน เอ็นจีโอจากกลุ่มต่อต้านการใช้แรงงานทาสระหว่างประเทศ (Anti-Slavery International) บอกว่าในขณะนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวกำลังจะถูกปรับเปลี่ยนในสหภาพยุโรป แต่เธอก็เตือนด้วยว่าสิ่งนี้อาจทำให้สหราชอาณาจักรกลายเป็น “แหล่งถมของ” สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มาจากการบังคับใช้แรงงาน
“น่าเศร้าที่กฎหมายทาสสมัยใหม่ของสหราชอาณาจักร ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมันโดยสิ้นเชิง” เธอกล่าว
ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงธุรกิจและการค้าของสหราชอาณาจักร บอกกับบีบีซีว่า “เรามีความชัดเจนว่าต้องไม่มีบริษัทใดในสหราชอาณาจักรที่มีการบังคับใช้แรงงานในห่วงโซ่อุปทานของพวกเขา...เรายังคงรักษาแนวทางการทำงานเราในลักษณะที่ว่าสหราชอาณาจักรจะสามารถจัดการกับการบังคับใช้แรงงานและสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตายในห่วงโซ่อุปทานต่าง ๆ ได้อย่างไร โดยทบทวนกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และทำงานในระดับสากลเพื่อปรับปรุงมาตรฐานแรงงานในระดับโลก”
ดาริโอ ดอนโก นักข่าวและนักกฎหมายด้านอาหาร กล่าวว่า การเปิดโปงของบีบีซีในครั้งนี้ทำให้เห็นปัญหาในภาพใหญ่ขึ้น นั่นคือ “ต้นทุนที่แท้จริงของอาหาร”
“ดังนั้น เมื่อเราเห็นราคาอาหารที่ราคาไม่แพง เราต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าอะไรอยู่เบื้องหลังราคาเหล่านั้น ต้นทุนที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์นี้คืออะไร และใครคือผู้จ่ายสำหรับสิ่งนั้น ?”








