กฎใหม่บน "แอปสโตร์" ทำให้แอปเปิลถูกมองว่าเป็น "เจ้าพ่อในวงการ" อย่างไร

Colton Adamski

ที่มาของภาพ, Colton Adamski

คำบรรยายภาพ, โคลตัน อดัมสกี หวังว่า เขาจะพัฒนาได้เปิดตัวตลาดกลางที่เป็นแหล่งรวมแอปพลิเคชันทางเลือกครั้งแรกบนโทรศัพท์ไอโฟน
    • Author, โจ ไทดี
    • Role, ผู้สื่อข่าวด้านไซเบอร์

ในที่สุด บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง "แอปเปิล" ก็อนุญาตให้บริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชันรายอื่น ๆ สามารถเปิดให้บริการแหล่งรวบรวมแอปพลิเคชันหรือ "แอปสโตร์" ในไอโฟนได้อย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ หลังจากรอคอยมาอย่างยาวนาน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีรายนี้ มาจากแรงกดดันทางการเมืองจากสหภาพยุโรป ที่กังวลถึงการผูกขาดทางการตลาดของแอปเปิล

การตัดสินใจครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั่วโลก และถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองต่อชัยชนะยกแรกของอุตสาหกรรมทั้งกับภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วยุโรป

ทว่า กฎเกณฑ์และค่าธรรมเนียมชุดใหม่ที่แอปเปิลปล่อยออกมานั้นก็ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ขณะที่ สปอติฟาย (Spotify) ผู้ให้บริการสตรีมเพลงดิจิทัล พอดแคสต์ และวิดีโอ ออกมากล่าวว่า กฎเหล่านั้นคือ "การกรรโชกทรัพย์"

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัท อาทิ ฟอร์ทไนท์ (Fortnite) ผู้สร้าง Epic Games ก็กดดันให้แอปเปิลยอมให้ผู้พัฒนาแอปสโตร์รายอื่นสามารถดำเนินงานบนไอโฟนได้

'ธุรกิจสีเทา'

รัฐสภาสหภาพยุโรปหวังว่ากฎครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนให้ผู้พัฒนารายเล็กสามารถก้าวเข้าสู่ตลาดไอโฟนที่มีมูลค่ามหาศาลได้

"แอปเปิลบอกว่า พวกเขาเปิดกว้าง แต่พวกเขายังคงไม่ยอมปล่อยไอโฟนให้เป็นอิสระ" โคลตัน อดัมสกี อดีตแฮ็กเกอร์และนักธุรกิจที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ นครชิคาโกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งในขณะนี้เขากำลังพยายามเปิดตัว ตลาดกลางสำหรับให้บริการแอปพลิชันรายแรกในยุโรป ในลักษณะเดียวกันกับ "แอปสโตร์" ของแอปเปิล

ก่อนหน้านี้ นักธุรกิจวัย 22 ปี ผู้นี้ได้เนินงานแอปสโตร์บนไอโฟนอย่างไม่เป็นทางการมาแล้วมากกว่า 6 ปี

เขาอธิบายว่า นี่คือ "ธุรกิจสีเทา" เพราะเปิดดำเนินการด้วยการอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย แต่สำหรับพื้นที่อื่น ๆ นอกจากสหภาพยุโรป การพัฒนาแอปสโตร์ถือเป็นสิ่งที่ขัดกับกฎของแอปเปิล และการติดตั้งแอปพลิเคชันจากช่องทางที่ไม่ใช่ แอปโสตร์อย่างเป็นทางการของแอปเปิลเป็นเรื่องต้องห้าม

กระบวนการนี้รู้จักกันในชื่อ "ไซดฺ์โหลด" (Sideloading) หรืออธิบายง่าย ๆ คือ การลงแอปพลิชันนอกร้านค้า "แอปสโตร์" ของแอปเปิล ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไปในโทรศัพท์ที่มีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทว่า แอปเปิลสั่งห้ามกระบวนการข้างต้นตั้งแต่มีการเปิดตัวไอโฟน โดยอ้างประเด็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แอปเปิลย้ำมาตลอกว่าแอปพลิเคชันต่าง ๆ ต้องมีการตรวจสอบโดยแอปสโตร์อย่างเป็นทางการของบริษัท

Getty

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แอปสโตร์ของแอปเปิลเป็นช่องทางเดียวที่ผู้ใช้งานไอโฟนสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในโทรศัพท์ของพวกเขาได้นับจนถึงปัจจุบัน

โดยปกติ แอปเปิลจะคิดค่าคอมมิสชันราว 30% กับแอปพลิเคชันที่ใช้งานแอปสโตร์ ซึ่งบริษัทอ้างว่าเป็นไปเพื่อการปกป้องผู้บริโภค แม้ว่าค่าธรรมเนียมจะเป็นเรื่องที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าโดยทั่วไปนั้นแอปเปิลจัดการกับแอปพลิเคชันที่เป็นอันตรายได้ดีกว่าตลาดกลางรายอื่น ๆ อาทิ เพลย์สโตร์ ของค่ายกูเกิล

ตลาดกลางแอปฯ ของโคลตัน มีผู้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหรือเกมอย่างไม่เป็นทางการมากนับแสน ๆ ครั้ง ขณะทีมข่าวบีบีซีลองใช้บริการของเขาและพบว่าเราสามารถโหลดแอปพลิเคชันลงบนไอโฟนได้ด้วยขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน โดยการเปลี่ยนระบบตั้งค่าของโทรศัพท์ให้หลบเลี่ยงคำเตือนเรื่องความปลอดภัย

โคลตันสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อดำเนินการตลาดกลางแอปพลิเคชันไม่เป็นทางการของเขา ทว่าเขาก็อยากทำให้มันเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ดังนั้น เมื่อกฎหมายของสหภาพยุโรปถูกประกาศออกมาในเดือน ม.ค. ก็ได้เวลาที่เขาจะกระโจนเข้าคว้าโอกาสนี้ทันที

"มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากที่ในที่สุด เราก็มีโอกาสออกจาก "ธุรกิจสีเทา' เพื่อทำให้การบริการแอปสโตร์ของเราได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย" เขากล่าว

ปัจจุบัน แอปเปิล เป็นผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีฐานผู้ใช้งานกระเป๋าหนักจำนวนมากที่สุด ดังนั้น การที่แอปสโตร์ของโคลตันสามาถเข้าไปอยู่ในไอโฟนได้อย่างเป็นทางการจะนับเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของเขาเช่นกัน

แต่แล้ว ความตื่นเต้นของเขาก็มลายหายไป เมื่อเขาและทีมงานเริ่มอ่านกฎเกณฑ์และเงื่อนไขของแอปเปิล

เขาเปรียบเทียบกฎของแอปเปิลว่าเป็นราวกับนักเลงอย่างภาพยนตร์เรื่อง "เดอะก็อดฟาเธอร์" (The God Father) หรือกลุ่มมาเฟียตระกูลโซปราโน จริงอยู่ว่าคุณไปเปิดร้านบนพื้นที่ของพวกเขาได้ แต่คุณต้องทำตามทุกอย่างที่พวกเขาบอก ไม่เช่นนั้นคุณก็จะถูกปิดทันที

แอปเปิลกล่าวยืนยันว่า ผู้ให้บริการแอปสโตร์รายใหม่ต้องมีเงินฝากสำรองในธนาคารอย่างน้อย 1 ล้านยูโร (38.8 ล้านบาท) หากเงินจำนวนดังกล่าวลดลงจากตัวเลขดังกล่าว แอปสโตร์ของพวกเขาจะถูกปิดทันที แอปเปิลยังไม่ให้คำตอบต่อเรื่องดังกล่าวกับบีบีซี ถึงเหตุผลและความจำเป็นในการตั้งเงื่อนไขดังกล่าว แต่ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยระบุว่า นี่เป็นหนึ่งในวิธีคัดแอปสโตร์ที่ไม่น่าเชื่อถือหรือเข้าข่ายหลอกลวง

ในช่วงสองถึงสามสัปดาห์มานี้ นับตั้งแต่ที่โคลตันได้วงเงินสินเชื่อมา แอปเปิลได้ประกาศว่า นักพัฒนาแอปพลิเคชันที่อยู่ในสถานะ "น่าเชื่อถือ" มาอย่างน้อย 2 ปี สามารถสร้างร้านแอปพลิเคชันของตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้เงินสำรอง 1 ล้านยูโร

อุปสรรคต่อไปที่โคลตันต้องเอาชนะคือ การสร้างกำไร แอปเปิลจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโดยอัตโนมัติจากร้านแอปพลิเคชันใหม่ในอัตราครึ่งยูโรต่อการดาวน์โหลดทุกครั้งหลังจากที่แอปสโตร์ดังกล่าวมียอดดาวน์โหลดเกินหนึ่งล้านครั้ง แอปเปิลอ้างว่าค่าธรรมเนียมนี้มีไว้เพื่อรักษาความปลอดภัยของไอโฟนผ่านการอัปเดตระบบรักษาความปลอดภัย

แต่โคลตันรู้สึกว่า นี่เหมือนกับค่าคุ้มครองที่จ่ายให้กับแก๊งมาเฟีย โดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจของเจ้าของร้านจะปลอดภัย

ในมุมมองของเขา แม้ว่าจะมีคนดาวน์โหลดแอปสโตร์ของเขาไป แต่หากพวกเขาไม่ใช้งานแอปพลิเคชันเลย เขาก็ยังต้องจ่ายเงินให้แอปเปิล 50 เซนต์ หรือครึ่งยูโร หรือราว 20 บาท อยู่ดี

Colton Adamski

ที่มาของภาพ, Colton Adamski

คำบรรยายภาพ, แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่โคลตันก็มุ่งมั่นที่จะเปิดตัวแอปสโตร์ของเขา

นอกจากนี้ แอปเปิลยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 50 เซนต์นี้กับแอปพลิเคชันแต่ละแอปฯ ที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่าหนึ่งล้านครั้งเช่นเดียวกัน สิ่งนี้สร้างความกังวลให้กับผู้สร้างแอปพลิเคชันยอดนิยมบางราย

แอปเปิลได้สร้างเว็บไซต์ที่นักพัฒนาแอปฯ สามารถประมาณการณ์ได้ว่าจะต้องจ่ายเงินให้แอปเปิลเท่าใด หากเลือกที่จะวางแอปของพวกเขาไว้ในแอปสโตร์อื่น ๆ หากทำเช่นนั้นพวกเขาอาจต้องเสียเงินหลักหลายพันบาทหากแอปฯ มียอดดาวน์โหลดเกินกว่าหนึ่งล้านครั้ง แต่ถ้าพวกเขาขายผ่านทางแอปสโตร์ของแอปเปิลเพียงอย่างเดียว ก็จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย

อีกค่าธรรมเนียมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือ ค่าธรรมเนียม 17% ที่แอปเปิลจะเรียกเก็บจากการขายแอปพลิเคชันใด ๆ ที่วางจำหน่ายทั้งบนแอปสโตร์ของแอปเปิลและของนักพัฒนารายอื่น ๆ

แอปเปิลโต้แย้งว่า 99% ของแอปพลิเคชันที่พวกเขาดูแลอยู่ในขณะนี้นั้นมีขนาดเล็กพอที่จะลดค่าธรรมเนียมปัจจุบันของตนเองลงได้ หรือยังคงอยู่ที่อัตราเดิม “ท้ายที่สุด เราต้องการให้นักพัฒนาแอปฯ มีความยืดหยุ่นในการเลือกเงื่อนไขทางธุรกิจที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพวกเขา” โฆษกหญิงของบริษัทกล่าว

ทว่าสำหรับโคลตัน การกระทำของแอปเปิลเปรียบเสมือนกับเจ้าพ่อ คือทำให้บริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชันไม่สามารถปฏิเสธที่จะวางแอปพลิเคชันของพวกเข้าไว้กับแอปสโตร์ของแอปเปิลแต่เพียงผู้เดียว

"นักพัฒนาแอปฯ จำนวนมากที่ผมรู้จักต่างก็โกรธและไม่พอใจ พวกเขาจะอธิบายเรื่องค่าธรรมเนียมใหม่ที่เรียกว่า Core Technology Fee ยังไง เราไม่เห็นว่าแอนดรอยด์จะมีเรื่องไร้สาระอะไรพวกนี้" โคลตัน กล่าว

สำหรับโทรศัพท์ที่มีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล ถือว่าเปิดกว้างให้กับร้านค้าแอปพลิเคชันอื่น ๆ ในการให้บริการมาอย่างยาวนาน อย่างที่เห็นได้แก่ กาแลคซีสโตร์ในโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง และแอปแกลเลอรีของโทรศัพท์ยี่ห้อหัวเหว่ย เป็นต้น

Getty

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แอปเปิลและกูเกิลมียอดส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแอปพลิเคชันมากกว่า 95% เมื่อไม่นับรวมตลาดแอปฯ ในจีน ตามข้อมูลจาก BusinessOfApps

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าแอปฯ ของกูเกิลอย่าง "กูเกิลเพลย์" ก็นับเป็นผู้เล่นที่มีอิทธิพลมากที่สุด นอกจากนี้ เช่นเดียวกับ "แอปสโตร์" ของแอปเปิล กูเกิลก็คิดค่าคอมมิสชันเฉลี่ย 30% จากกำไรหรือจากยอดสมาชิกของแอปพลิเคชัน

รัฐสภาสหภาพยุโรปที่ร่าง พ.ร.บ.ตลาดดิจิทัล (Digital Markets Act) ยังไม่ได้ออกมาพูดถึงกฎเกณฑ์ที่แอปเปิลตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อบังคับใช้กับร้านค้าแอปฯ ของนักพัฒนารายอื่น ๆ โดยพวกเขาชี้ว่าจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งเมื่อเริ่มมีการใช้งานกฎเหล่านั้นจริง

สำหรับตอนนี้ โคลตัน กล่าวว่าเขามุ่งมั่นที่จะทำให้แอปสโตร์ของเขาใช้งานได้

"มันเป็นเรื่องยากจริง ๆ แต่ผมและทีมจะทำงานอย่างหนัก เพราะนี่คืออนาคตของไอโฟน" เขากล่าวทิ้งท้าย