เปิดแผนรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่สงขลา หลังวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่เข้าสู่วันที่ 4

ที่มาของภาพ, thai news pix
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในท้องที่ จ.สงขลา พร้อมตั้ง พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นผู้อำนวยการสถานการณ์ บูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบเบ็ดเสร็จ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (25 พ.ย.) มีมติใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในท้องที่ จ.สงขลา เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม ที่ผ่านมาแล้วเป็นวันที่ 4 ขณะที่ที่พื้นที่ อ.หาดใหญ่ ต้องจมบาดาล นับจากน้ำเข้าท่วมเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา และเกิดเสียงวิจารณ์ถึงความล่าช้าและความไม่เป็นเอกภาพของรัฐในการช่วยเหลือประชาชน
นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ในพื้นที่ ทุกหน่วยงานระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนและกำลังกระจายคนเข้าไปรับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี 2 คนอยู่ในพื้นที่ในขณะนี้ นอกจากนี้เป็นการลงไปบริหารสถานการณ์การระบายน้ำ ควบคู่ไปกับการจัดการจัดส่งสิ่งของดำรงชีพ อาหาร ขณะเดียวกันเหล่าทัพก็เตรียมยานพาหนะอย่างเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ เรือ ระดมช่วยเหลือประชาชน
นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ล่าช้าในการช่วยเหลือ และไม่มีข้อติดขัดพร้อมยืนยันถึงความเป็นเอกภาพของหน่วยงานต่าง ๆ
"รัฐบาลไม่ได้ช้า คนทำงานไม่ได้ช้า ช่วยเหลือเต็มที่ ตอนนี้ทุกอย่างที่มีระดมไปอย่างเต็มที่ งบประมาณ ทรัพยากร และการสนับสนุนจากทุกองค์กรที่รัฐบาลกำกับดูแลอยู่ ตลอดจนความร่วมมือจากภาคเอกชน เราก็สนับสนุนอย่างเต็มที่" นายอนุทิน กล่าว

ที่มาของภาพ, thai news pix
3 อำนาจทับซ้อน ปภ. ยกระดับภัยเป็นระดับ 4 - ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน - ศูนย์ ศนภ. ของ ร.อ.ธรรมนัส
นายอนุทิน เปิดเผยว่าหลังจากนี้จะมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อจะเชื่อมต่อกับหน่วยหน้าในพื้นที่ ส่วนรายละเอียดของการช่วยเหลือจะมอบหมายให้มีโฆษกเป็นผู้แถลงชี้แจงสถานการณ์คล้ายกับช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดตั้ง
นายกฯ ยืนยันว่าในพื้นที่หน้างานทุกหน่วยงานกำลังระดมความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างดีที่สุด ขณะนี้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อยู่ในพื้นที่ และได้ประกาศการยกระดับการจัดการสาธารณภัยเป็นระดับ 4 แล้ว ซึ่งตนจะมอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
"จริง ๆ คือ มท.1 (นายอนุทิน รมว.มหาดไทย) แต่ตอนนี้ มท.1 มาเป็นมาบัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่แล้ว ก็จะให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่ ในด้านงานของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะสามารถขอความร่วมมือหรือแม้กระทั่งสั่งการข้ามหน่วยได้"

ที่มาของภาพ, HAND OUT
เมื่อผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบฯ ถามว่า อำนาจการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่จะเป็นของผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้นายกฯ แต่งตั้งให้เป็น ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) นายอนุทิน ตอบว่าอำนาจของ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะรองนายกฯ หากไปเจอสถานการณ์หน้างานแม้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ ก็สามารถสั่งการได้ ส่วน ผบ.สส. จะเป็นผู้บูรณาการทั้งหมด เมื่อทุกคนกระจายความช่วยเหลือไปหมดแล้วและรายงานสถานการณ์ความเป็นไปต่าง ๆ ผบ.สส.ในฐานะผู้อำนวยการสถานการณ์จะรวบรวมสถานการณ์ทั้งหมดมา และจัดความรับผิดชอบไปตามหน่วยงานต่าง ๆ
"ผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็สั่งการได้โดยตรง รัฐบาลจะให้ดำเนินการเช่นไร ผมก็สั่งการ ผบ. สส." นายอนุทินกล่าว
บีบีซีไทยตั้งข้อสังเกตว่า การเตรียมประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ของรัฐบาล ตลอดจนการยกระดับภัยภายใต้กฎหมายของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยให้มีปลัด มท. เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ และการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะรองนายกฯ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ศนภ. ซึ่งในวันนี้ นั่งหัวโต๊ะบัญชาการเหตุอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ นั่นหมายความว่าขาการบัญชาการหลักอาจเป็นไปได้ว่ามีถึง 3 ส่วน
เกี่ยวกับเงื่อนเวลาในการอพยพคนออกจากบ้าน นายอนุทินกล่าวว่าไม่มีเดดไลน์ แต่ต้องพยายามเอาคนออกจากบ้านเรือนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างต้องแข่งกับเวลาอยู่แล้ว
ส่วนการประเมินสถานการณ์น้ำและฝน นายกฯ ระบุว่ามีการประเมินอยู่ตลอด สถานการณ์ตอนนี้คือรอการระบายน้ำออกไปให้เร็วที่สุด ถ้าไม่มีฝนเติมมา
"ถ้าไม่มีฝนเติมเข้ามาและไม่มีน้ำไหลมาจากที่อื่น เพราะอำเภอหาดใหญ่เป็นแอ่งกระทะ มันก็จะค่อย ๆ ระบายมวลน้ำที่อยู่ในเมืองออกไปได้ เมื่อถึงระดับที่เราเข้าไปให้การช่วยเหลือโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆแล้ว เราก็ระดมเรื่องการช่วยเหลือเข้าไปอย่างเต็มที่" นายอนุทินกล่าว
"ตอนที่ไปลงพื้นที่เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เขาบอกว่าฝนจะหยุดแล้วเป็นช่วงฝนท้าย ๆ แต่มันก็กลับมาอีก ตรงนี้เขาเรียกพยากรณ์อากาศ ตอนนี้เราเน้นเรื่องการรับมือให้การช่วยเหลือประชาชนและเป้าหมายตอนนี้ การช่วยเหลือ ช่วยชีวิตและสร้างความปลอดภัย ให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยให้มากที่สุดก่อน"
รัฐบาลเปิดศูนย์ ศปกฉ. รับเรื่องร้องทุกข์-สายด่วน 1784 บูรณาการช่วยเหลือน้ำท่วม
หลังจากนายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในท้องที่ จ.สงขลา ต่อมาเวลา 17.30 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่ารัฐบาลได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศปกฉ.) ขึ้น โดยมีตนเองเป็นผู้อำนวยการศูนย์, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นเลขาธิการศูนย์, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.วันชนะ สวัสดี หรือ ผู้พันเบิร์ด รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นโฆษกศูนย์ฯ โดยจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมอุตุนิยมวิทยา และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการร่วมกัน
นายภราดร กล่าวว่า ศูนย์ ศปกฉ. จะเป็นศูนย์ที่บูรณาการข้อมูลทั้งหมด ทั้งการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนผ่านหมายเลขสายด่วน 1784 และ 1111 รวมถึงเพจข่าวสารต่าง ๆ ของภาครัฐ เมื่อข้อมูลทั้งหมดถูกแจ้งเข้ามา จะถูกคัดกรองที่ศูนย์ปฏิบัติการนี้และแบ่งเขตเป็นสีต่าง ๆ ตามระดับความร้ายแรง ได้แก่ สีแดง เขตที่ต้องการความช่วยเหลือแบบเร่งด่วน หรือผู้ที่มีอันตรายอยู่ในขั้นรุนแรงและวิกฤต และสีเหลืองเป็นผู้ที่ติดอาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่เป็นบ้าน 2 ชั้น สามารถอยู่ชั้นบนได้ แต่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่มทรัพยากร
หลังจากนั้น ศปกฉ. จะประสานงานแจ้งไปยังศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นผู้บัญชาการ เพื่อบริหารจัดการหน้างานร่วมกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในพื้นที่ดำเนินการเข้าช่วยเหลือประชาชนต่อไป
"ทาง ผบ.สส. จะไปแบ่งเคสที่หน้างานอีกครั้ง อาจจะเป็นตำบล หมู่บ้าน ซึ่งจะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และฝ่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อที่จะรวบรวมสอบถามแต่ละจุดว่ามีความต้องการแบบไหน ซึ่งทางผู้บัญชาการศูนย์ส่วนหน้าจะบริหารจัดการหน้างานและส่งม้าเร็ว ทั้งเรือ รถเข้าไป ถ้าใช้ทั้งรถ เรือไม่ได้ ก็จะใช้เฮลิคอปเตอร์ นำอาหารและสิ่งของจำเป็นเข้าไปดูแลผู้ที่ติดอยู่ในเหตุการณ์ให้ได้มากที่สุด" นายภราดร กล่าว
สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ล่าสุด
บีบีซีไทยประมวลข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ย. 2568 จากที่ประชุมศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้าค่ายเสนาณรงค์ จ.สงขลา ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานจังหวัดและหน่วยทหาร และข้อมูลจากกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา มีรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา ล่าสุด ดังนี้
- พื้นที่ได้รับผลกระทบ:
ประกอบด้วย 115 ตำบล ครอบคลุม 16 อำเภอ 823 หมู่บ้าน 200 ชุมชน 270,906 ครัวเรือน สถานการณ์หนักที่สุดอยู่ในอ.หาดใหญ่ อ.สะเดา อ.รัตภูมิ อ.จะนะ และ อ.นาหม่อม
- ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จ.สงขลา :
ประชาชน 697,231 คน ต้องอพยพ 1,228 คน เสียชีวิต 2 ราย
- เฉพาะในเขต อ.หาดใหญ่
สถานการณ์ยังวิกฤต ประชาชนอพยพแล้วกว่า 2,050 คน พบผลกระทบสูงสุด 104,917 ครัวเรือน รวม 243,778 คน
- ศูนย์พักพิงชั่วคราว 3 แห่ง:
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รองรับ 5,000 คน (เข้าพักแล้ว 1,500 คน) , มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา รองรับ 2,000 คน (เข้าพักแล้ว 50 คน) และโรงเรียนเทศบาล 4 คลองเรียน รองรับ 500 คน (เข้าพักเต็มแล้ว) รวมมีผู้อพยพแล้ว 3,200 คน

ที่มาของภาพ, thai news pix
- การสนับสนุนกำลังช่วยเหลือ:
จ.สงขลา ได้ระดมสรรพกำลังทุกฝ่าย อาทิ เครื่องสูบน้ำ 86 เครื่อง, เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ 44 ลำ, เรือยาง 21 ลำ, รถยกสูง 83 คัน, รถบรรทุกขนาดใหญ่ 74 คัน, รถครัวสนาม 6 คัน, รถประกอบอาหาร 1 คัน และเฮลิคอปเตอร์สำหรับสำรวจพื้นที่และลำเลียงสิ่งของ 1 ลำ
ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร, ปภ., อปท., มูลนิธิกู้ภัย และจิตอาสายังคงลงพื้นที่ต่อเนื่อง ทั้งด้านการอพยพประชาชน อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและอาหาร
- การวางกำลังช่วยเหลือ:
ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ได้จัดแบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็น 2 โซน
โซนที่ 1 (ฝั่งตะวันตกของทางรถไฟ) ดำเนินการโดยศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลา ครอบคลุมพื้นที่เร่งด่วนลำดับแรก เขต 8, ควนลัง, บางแฟบ และสนามบินนานาชาติหาดใหญ่
โซนที่ 2 (ฝั่งตะวันออกของทางรถไฟ) ดำเนินการโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 42 ครอบคลุมเส้นถนนนิพัทธ์อุทิศ หาดใหญ่ใน คลองแห โรงพยาบาลหาดใหญ่ และคอหงส์ โดยมีสรรพกำลังจากกองทัพเรือและหน่วยงานร่วมพื้นที่สนับสนุน
สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ในรอบ 24 ชั่วโมงหลังสุด
ตลอดคืนที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ยังวิกฤต ปริมาณฝนตกยังใกล้เคียงวันก่อนหน้าเมื่อคืนที่ผ่านมา อ.หาดใหญ่ถูกพายุฝนถล่มต่อเนื่อง สลับฝนตกหนักเกือบทั้งคืน
ข้อมูลปริมาณฝนของ จ.สงขลา ตั้งแต่ 7.00 น. ของวันที่ 24 พ.ย. ถึง 7.00 น. วันที่ 25 พ.ย. พบว่า เกือบทุกอำเภอ รวมถึง อ.หาดใหญ่ มีฝนหนักมาก ยกเว้น อ.ระโนด ที่อยู่ในระดับฝนตกหนัก
เจ้าหน้าที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ.หาดใหญ่ มีปริมาณฝนในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุดอยู่ที่ 340 มิลลิเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับวันก่อนหน้าที่ 359 มิลลิเมตร
อ.หาดใหญ่ยังรับน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ อ.สะเดา ซึ่งมีฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 271 มิลลิเมตร เท่ากับวันก่อนหน้า
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปริมาณฝน "ผ่านจุดพีกไปแล้ว" และตามการประเมินของกรมชลประทานในพื้นที่ หากไม่มีฝนตกเพิ่ม และระดับน้ำทะเลไม่หนุน สถานการณ์อาจเริ่มคลี่คลายใน 3–5 วัน แต่ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งฝนในพื้นที่ ระดับน้ำทะเล และน้ำจากอำเภอต้นน้ำด้านบน
บนโลกออนไลน์ สิ่งที่บีบีซีไทยได้พบเห็น คือความพยายามขอความช่วยเหลือกันเองของญาติผู้ประสบภัยหรือตัวผู้ประสบภัยเองแต่ละคน นั่นรวมไปถึงแม้กระทั่งกับนักข่าวของสำนักข่าวไทยที่ลงมาทำข่าวในพื้นที่เช่นเดียวกัน
ขณะที่เสียงสะท้อนจากทีมอาสาสมัครช่วยเหลือจำนวนมาก อาทิ เปิ้ล นาคร คือผู้ประสบภัยยังมีอยู่อีกมาก และทีมอาสาสมัครมีกำลังไม่พอ แม้จะมีเพจหรือกลุ่มอาสาสมัครอื่น ๆ ลงมาให้ความช่วยเหลือ แต่ความช่วยเหลือนั้นต่างกระจัดกระจาย











