เหตุใดแมวบางตัวจึงร้องเหมียวเสียงดัง แต่บางตัวเงียบขรึม คำตอบอาจอยู่ในยีน

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เกรซ คาร์โรลล์
แมวบางตัวไม่ค่อยส่งเสียง ขณะที่บางตัวก็ส่งเสียงร้องเหมียวเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจ สิ่งที่ทำให้พวกมันต่างกันในเรื่องนี้อาจฝังลึกอยู่ในยีนของพวกมัน
หากบ้านของคุณมีแมวมากกว่าหนึ่งตัว คุณจะรู้ว่าพวกมันมีสามารถนิสัยที่แตกต่างกันอย่างไรได้บ้าง แมวตัวหนึ่งอาจจะร้องหาอาหาร โวยวายอยู่บนตักของคุณ และชอบต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียนบ้าน ขณะที่อีกตัวอาจจะชอบอยู่เงียบ ๆ และสังเกตการณ์จากระยะไกลมากกว่า
แต่ทำไมแมวบางตัวจึงดูช่างพูด ขณะที่บางตัวดูจะเงียบขรึม ?
การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ที่นำโดยยูเมะ โอกาโมโตะ นักวิจัยสัตว์ป่าและคณะ จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น บ่งชี้ว่ามันอาจจะขึ้นอยู่กับยีน (genes) หรือลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในแมว
เจ้าของแมวทั่วญี่ปุ่นถูกขอให้ตอบคำถามเกี่ยวกับแมวของพวกเขา (จากแบบสอบถามเพื่อการประเมินและวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมสัตว์ตระกูลแมว) และขอให้เก็บตัวอย่างจากกระพุ้งแก้มของพวกมันเพื่อใช้สำหรับการตรวจดีเอ็นเอ โดยแบบสำรวจดังกล่าวประกอบด้วยคำถามที่ครอบคลุมเกี่ยวกับพฤติกรรมแมว ทั้งการส่งเสียงครางเบา ๆ (purring) และส่งเสียงร้องเรียกไปยังมนุษย์
ทีมนักวิจัยในการศึกษาของญี่ปุ่นชิ้นนี้มุ่งเป้าไปที่ยีนตัวรับแอนโดรเจน (androgen receptor - AR) ของแมว ซึ่งอยู่บนโครโมโซมเอ็กซ์ ยีนดังกล่าวช่วยควบคุมการตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมน เช่น เทสโทสเตอโรน และประกอบด้วยส่วนที่มีลำดับของดีเอ็นเอซ้ำกัน โดยยีน AR ถือเป็นส่วนสำคัญทางชีววิทยาของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
รูปแบบของยีน AR ที่เก่าแก่ที่สุดปรากฎในตัวบรรพบุรุษของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีขากรรไกรทั้งหมด กว่า 450 ล้านปีมาแล้วที่ยีน AR ควบคุมการการก่อตัวของอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย เพศลักษณ์ทุติยภูมิ (secondary sexual characteristics) และพฤติกรรมการสืบพันธุ์ จำนวนของลำดับเหล่านี้มีผลต่อความไวของยีน โดยยีนที่มีลำดับที่ซ้ำกันในระยะสั้นกว่าจะทำให้ตัวรับไวต่อแอนโดรเจนมากกว่า ซึ่งในสัตว์มีกระดูกสันหลังบางสายพันธุ์ที่รวมถึงมนุษย์และสุนัข ลำดับซ้ำกันที่สั้นกว่าในยีน AR เชื่อมโยงกับพฤติกรรมก้าวร้าวและบุคลิกที่ชอบเข้าสังคมมากกว่า
ในบรรดาแมวที่ถูกทำหมัน 280 ตัว แมวที่มีลำดับซ้ำกันในยีน AR สั้น ๆ มักจะส่งเสียงครางบ่อยกว่า โดยบ่อยครั้งที่แมวตัวผู้ในกลุ่มนี้จะส่งเรียกร้องเรียกโดยตรง เช่น การร้องเหมียวเพื่อขออาหาร หรือขอให้ปล่อยมันลง ขณะที่แมวตัวเมียในกลุ่มเดียวกันจะก้าวร้าวกับคนแปลกหน้ามากกว่า
ในทางกลับกัน แมวที่มียีนชนิดนี้ในลักษณะที่ยาวกว่าและไวต่อแอนโดรเจนน้อยกว่ามักจะมีอุปนิสัยเงียบกว่า ลักษณะแบบนี้มักจะพบได้ในแมวสายพันธุ์แท้ที่มีทะเบียนสายพันธุ์รับรอง ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะถูกเพาะพันธุ์ให้มีความเชื่อง

ที่มาของภาพ, Getty Images
เป็นที่เชื่อกันโดยทั่วไปว่าการเพาะพันธุ์แมวเลี้ยงตามบ้านนั้นทำให้พวกมันมีพฤติกรรมส่งเสียงมากขึ้น ดังนั้น มันอาจจะดูประหลาดที่รูปแบบของยีนที่ซึ่งเชื่อมโยงกับการสื่อสารและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นยีนลักษณะเดียวกันกับที่พบได้ในตัวของสายพันธุ์ป่าอย่างลิงซ์ (lynx)
แต่การศึกษานี้ไม่ได้บ่งชี้โดยตรงว่า การพัฒนาสายพันธุ์แมวเลี้ยงมีการเลือกลักษณะให้เข้ากับคนง่ายได้อย่างไร ในทางกลับกัน มันฉายให้เห็นภาพที่ซับซ้อนกว่านั้น ภาพหนึ่งก็คือคุณสมบัติดั้งเดิมจากบรรพบุรุษบางอย่าง เช่น ความก้าวร้าว อาจยังคงมีประโยชน์ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมในบ้านที่เลี้ยงดูที่มีความเครียดสูงหรือขาดแคลนทรัพยากร
สัตว์บางชนิดใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ใกล้มนุษย์เพราะพวกมันถูกดึงดูดโดยทรัพยากรของพวกเรา มากกว่าที่มาจากการเพาะพันธุ์เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงหรือเป็นสัตว์ในฟาร์ม นกนางนวลที่อาศัยอยู่ในเมืองเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่าการใกล้ชิดกับมนุษย์ไม่ได้ทำให้สัตว์เชื่องได้เสมอไป ขณะที่ปลาเฮร์ริง และนกนางนวลหลังดำเล็ก (lesser black-backed gulls) ที่อยู่ในเขตเมืองต่าง ๆ กลับมีความกล้าและก้าวร้าวมากขึ้น
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล จอห์น มัวร์ส (Liverpool John Moores University) พบว่านกนางนวลที่อยู่ในเมืองมีความกลัวผู้คนน้อยกว่า และมีแนวโน้มที่จะทะเลาะวิวาทกันมากกว่าฝูงที่อาศัยอยู่ในชนบท ในเขตเมืองที่การหาอาหารต้องใช้การแข่งขันสูง ความก้าวร้าวนำมาซึ่งผลลัพธ์ นกนางนวลมักถูกว่าร้ายจากสื่อในสหราชอาณาจักรว่าเป็นวายร้ายในเมืองในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของพวกมัน ซึ่งพวกมันมักจะโฉบลงมาฉกอาหารกลางวันของคุณไป หรือไล่ตามคนเดินเท้า พฤติกรรมเหล่านี้บ่งชี้ให้เห็นว่าการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์บางครั้งก็อาจทำให้สัตว์มีพฤติกรรมที่เผชิญหน้ามากขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับแมว นี่ทำให้เกิดคำถามว่าสภาพแวดล้อมและยีนมีส่วนปรับพฤติกรรมของพวกมันอย่างไร ซึ่งข้อค้นพบของโอกาโมโตะและคณะ อาจสะท้อนให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน โดยลักษณะที่เชื่อมโยงกับรูปแบบยีน AR ที่สั้น เช่น การส่งเสียงร้องดังมากขึ้นหรือความมั่นใจ อาจช่วยให้ได้ความสนใจจากมนุษย์ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนหรือมีการแข่งขันสูง แต่ลักษณะนิสัยเดียวกันนี้อาจแสดงออกมาเป็นความก้าวร้าวได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าการเพาะพันธุ์แมวเลี้ยงอาจสร้างลักษณะนิสัยที่ทั้งพึงประสงค์และเป็นความท้าทายสำหรับคนเลี้ยง
ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าความแตกต่างระหว่างสัตว์แต่ละตัวนั้นถือเป็นพื้นฐานของการพัฒนาสายพันธุ์ของพวกมัน เพราะหากสัตว์ไม่มีความหลากหลายด้านพฤติกรรม สายพันธุ์นั้น ๆ ก็จะเผชิญกับความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
สำหรับแมว นี่หมายความว่าแมวอาจไม่ได้มีภาวะอารมณ์หรือนิสัยที่สมบูรณ์แบบเพียงอย่างเดียว แต่ลักษณะนิสัยที่หลากหลายจะเป็นประโยชน์ต่อพวกมันในสภาวะการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน
จากแมวสู่นกนางนวล การใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ไม่ได้ทำให้พวกมันอ่อนโยนขึ้นเสมอไป และบางครั้งความก้าวร้าวเล็ก ๆ ก็ทำให้พวกมันได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
*บทความนี้ปรับปรุงจากต้นฉบับที่เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ "เดอะ คอนเวอร์เซชัน" (The Conversation) และได้รับการตีพิมพ์อีกครั้งภายในสัญญาอนุญาตครีเอทีฟ คอมมอนส์ (Creative Commons licence)











