ไอโฟนเครื่องเดียวช่วยแกะรอยเส้นทางการลักลอบขนโทรศัพท์กว่า 40,000 หมื่นเครื่องที่ขโมยจากสหราชอาณาจักรไปจีนได้อย่างไร ?

คำบรรยายวิดีโอ, ชมเหตุการณ์ระหว่างทีมข่าวบีบีซีนิวส์ติดตามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทลายแก๊งขโมยโทรศัพท์ในช่วงเช้าตรู่
    • Author, ซีมา โคเทชา
    • Role, ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำสหราชอาณาจักร

เจ้าหน้าที่ตำรวจในสหราชอาณาจักรเปิดเผย ปฏิบัติการทลายแก๊งนานาชาติที่ต้องสงสัยว่าลักลอบส่งออกโทรศัพท์มือถือมากว่า 40,000 เครื่อง ที่ขโมยจากสหราชอาณาจักรไปยังประเทศจีนเมื่อปีที่ผ่านมา

สำนักงานตำรวจมหานครลอนดอนระบุว่า ในปฏิบัติการครั้งที่ใหญ่ที่สุดต่อกลุ่มโจรขโมยโทรศัพท์ครั้งนี้ มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 18 ราย พร้อมกับของกลางที่เป็นโทรศัพท์ที่ถูกขโมยมากกว่า 2,000 เครื่อง

ตำรวจเชื่อว่า แก๊งดังกล่าวอาจมีส่วนในการลับลอบส่งออกโทรศัพท์ที่กว่าครึ่งหนึ่งถูกขโมยในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการขโมยโทรศัพท์มากที่สุดในสหราชอาณาจักร

บีบีซีนิวส์ได้รับอนุญาตให้ติดตามปฏิบัติการดังกล่าว รวมไปถึงการเข้าถึงรายละเอียดของผู้ต้องสงสัย วิธีการ รวมถึงการติดตามการบุกจับกุมคนร้ายในช่วงเช้ามืด ในสถานที่ทั้ง 28 แห่งทั่วกรุงลอนดอนและมณฑลเฮิร์ตฟอร์ดเชียร์

การสืบสวนเริ่มต้นขึ้นหลังจากเหยื่อรายหนึ่งสามารถติดตามโทรศัพท์ที่ถูกขโมยไปเมื่อปีที่แล้ว

"จริง ๆ แล้วเหตุเกิดในคืนวันคริสต์มาสอีฟ [24 ธ.ค.] เหยื่อรายหนึ่งได้ติดตามโทรศัพท์ไอโฟนของเขาที่ถูกขโมยไปจนพบว่ามันไปอยู่ในโกดังแห่งหนึ่งใกล้สนามบินฮีทโธรว์" สารวัตรสืบสวน มาร์ก กาวิน กล่าว

"เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่นให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และพวกเขาพบว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นอยู่ในกล่องเดียวกับโทรศัพท์อีก 894 เครื่อง"

A trolley is shown in a carpeted room with three brown cardboard boxes, labelled. One of them contains the stolen phone that sparked a huge police investigation into a phone theft gang.
คำบรรยายภาพ, กล่องด้านซ้ายมือคือกล่องที่มีโทรศัพท์เครื่องต้นเหตุของการสืบสวนทั้งหมด ผู้ตรวจสอบได้ยินเสียงโทรศัพท์เครื่องนั้นดังขึ้นจากภายในกล่อง

เจ้าหน้าที่พบว่าโทรศัพท์เกือบทั้งหมดนั้นถูกขโมยมา และสำหรับกรณีนี้ กำลังถูกเตรียมเพื่อขนส่งไปยังฮ่องกง ต่อมา มีการสกัดกั้นการส่งออกเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ยังได้ใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากพัสดุเพื่อระบุตัวชายสองคน

ขณะที่การสืบสวนมุ่งเป้าไปที่ชายสองคน ภาพจากกล้องติดตัวตำรวจจับภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งบางคนถือปืนช็อตไฟฟ้า กำลังสกัดกั้นรถยนต์คันหนึ่งกลางถนนอย่างน่าตื่นเต้น ภายในรถ เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์ที่ห่อด้วยฟอยล์ ซึ่งเป็นความพยายามของผู้ก่อเหตุที่ต้องการปกปิดไม่ให้ตรวจพบอุปกรณ์ดังกล่าวในระหว่างการขน

Police bodycam footage shows an plain-clothes office restraining a man on the ground in the middle of the road after unmarked cars intercepted a car suspected to have been transporting stolen phones. The unmarked officer is wearing a navy blue coat and grey trousers, next to a black unmarked police car.
คำบรรยายภาพ, นี่ภาพจากกล้องวงจรปิด ในช่วงเวลาที่ชายสองคนถูกจับระหว่างปฏิบัติการดักจับคนร้ายของตำรวจนอกเครื่องแบบกลางถนน

ชายทั้งสองคนซึ่งเป็นชาวอัฟกันอายุราว 30 ปี ถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเพื่อรับของโจร และสมคบคิดเพื่อซ่อนหรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดทางอาญา

ตอนที่ทั้งคู่ถูกจับ เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์หลายสิบเครื่องในรถของพวกเขา นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์เพิ่มเติมอีกราว 2,000 เครื่องในสถานที่ที่เชื่อมโยงกับทั้งคู่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบชายชาวอินเดียอีกคนหนึ่ง วัย 29 ปี ซึ่งถูกตั้งข้อเดียวกัน

สารวัตรสืบสวนกาวิน ชี้ว่า "การพบกับกล่องสินค้าเตรียมส่งออกโทรศัพท์ล็อตแรกคือจุดเริ่มต้นของการสืบสวน ซึ่งนำไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายลักลอบขนโทรศัพท์ข้ามชาติ ที่เชื่อว่าอาจมีส่วนในการส่งออกโทรศัพท์มากถึง 40% ที่ถูกขโมยในกรุงลอนดอน"

สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 15 ราย โดยพวกเขาถูกตั้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ รับของโจร และสมคบคิดเพื่อขโมยทรัพย์สิน

ผู้ต้องสงสัยแทบทั้งหมดเป็นผู้ชาย ยกเว้นเพียงคนเดียวที่เป็นผู้หญิง หนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นชาวบัลแกเรียด้วยหนึ่งคน เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์ประมาณ 30 เครื่องในระหว่างการบุกตรวจค้นช่วงเช้ามืด

Police bodycam footage shows multiple mobile phones are seen on the back seats of a grey car, with wraps of foil strewn across the floor of the car. The seats are red and black.
คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์หลายเครื่อง บางเครื่องถูกห่อด้วยฟอยล์ ภายในรถหลังจากจับกุมชายชาวอัฟกันทั้งสองคน

จำนวนโทรศัพท์ที่ถูกขโมยในกรุงลอนดอนเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา จาก 28,609 เครื่อง ในปี 2020 เป็น 80,588 เครื่อง ในปี 2024 ขณะนี้ สามในสี่ของโทรศัพท์ที่ถูกขโมยทั่วสหราชอาณาจักร เกิดขึ้นในกรุงลอนดอน

ทุกปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 20 ล้านคน เดินทางมายังเมืองหลวงแห่งนี้ และพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง ย่านเวสต์เอนด์ และเวสต์มินสเตอร์ ก็เป็นจุดที่เกิดเหตุฉกโทรศัพท์และลักทรัพย์บ่อยครั้ง

ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร ระบุว่า "อาชญากรรมประเภทลักทรัพย์จากตัวบุคคล" (theft from the person) เพิ่มขึ้น 15% ในอังกฤษและเวลส์ในรอบปีสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2003

แรงจูงใจสำคัญที่ทำให้การขโมยโทรศัพท์พุ่งสูงขึ้น มาจากความต้องการโทรศัพท์มือสองที่เพิ่มขึ้นทั้งในสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ ในหลายกรณี เหยื่อไม่เคยได้โทรศัพท์ของตนกลับคืนมาอีกเลย

A CCTV image showing a black moped being driven along a pavement by two people wearing all black, snatching a mobile phone from a pedestrian walking along the pavement. One of the people on the moped can be seen holding the phone in their hand moments after snatching it, as the pedestrian recoils.
คำบรรยายภาพ, โจรฉกโทรศัพท์มักใช้จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถหลบหนีอย่างรวดเร็ว

"เราได้รับรายงานว่ามีอาชญากรบางคนเลิกขายยาเสพติด แล้วหันมาทำธุรกิจขโมยโทรศัพท์แทน เพราะมันทำเงินได้มากกว่า" ซาราห์ โจนส์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแห่งสหราชอาณาจักร ที่กำกับดูแลงานด้านตำรวจ กล่าว

"ถ้าคุณขโมยโทรศัพท์แล้วมันมีมูลค่าหลายร้อยปอนด์ ก็ไม่แปลกที่เหล่าอาชญากรผู้มักจะนำหน้าก้าวหนึ่งเสมอและต้องการหาช่องทางทำอาชญากรรมรูปแบบใหม่ จะหันมาสนใจวงการนี้"

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงระบุว่า แก๊งอาชญากรรมกลุ่มนี้มุ่งเป้าไปที่ ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล โดยเฉพาะ เพราะสามารถขายได้กำไรอย่างงามในตลาดต่างประเทศ

การสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนพบว่า โจรข้างถนนได้รับเงินสูงถึง 300 ปอนด์ต่อเครื่อง และโทรศัพท์ที่ถูกขโมยบางเครื่องถูกขายในประเทศจีนในราคาสูงถึง 4,000 ปอนด์ต่อเครื่อง เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ และเป็นที่ต้องการในหมู่ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของรัฐบาลจีน

ผู้บัญชาการแอนดรูว์ เฟเธอร์สโตน ผู้รับผิดชอบการปราบปรามการขโมยโทรศัพท์ของกองบัญชาการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน กล่าวว่า "นี่คือการปราบปรามการโจรกรรมและปล้นโทรศัพท์มือถือครั้งใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร และเป็นหนึ่งในปฏิบัติการที่พิเศษที่สุดที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนเคยดำเนินการมา"

"เราได้ทำลายเครือข่ายอาชญากรรมในทุกระดับ ตั้งแต่พวกโจรข้างถนนไปจนถึงกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ลักลอบส่งออกโทรศัพท์ที่ถูกขโมยหลายหมื่นเครื่องต่อปี"

อย่างไรก็ดี เหยื่อจำนวนมากของการขโมยโทรศัพท์ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจ รวมถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน ว่ายังดำเนินการไม่เพียงพอ

คำร้องเรียนที่พบบ่อยคือ เจ้าหน้าที่ ไม่ให้ความช่วยเหลือแม้เมื่อเหยื่อจะรายงานตำแหน่งแบบเรียลไทม์ของโทรศัพท์ที่ถูกขโมย ผ่านบริการติดตามอย่าง Find My iPhone ของแอปเปิล หรือระบบติดตามที่คล้ายกัน

เมื่อปีที่แล้ว นาตาลี มิตเชล วัย 29 ปี ถูกขโมยโทรศัพท์ที่ถนนออกซ์ฟอร์ด ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน เธอให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ตอนนี้เธอรู้สึกหวาดระแวงทุกครั้งที่ต้องมาในเมืองหลวง

"มันรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยเมื่ออยู่ที่นี่ เพราะฉันไม่แน่ใจเลยว่าใครอยู่รอบตัว ฉันกังวลเรื่องกระเป๋า กังวลเรื่องโทรศัพท์ของตัวเอง" เธอกล่าว

"ฉันคิดว่าตำรวจของกองบัญชาการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนควรดำเนินการให้มากกว่านี้ อาจจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม หรือจัดเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาช่วยแก้ปัญหานี้โดยตรง แต่ฉันเข้าใจว่าจำนวนคดีและจำนวนผู้ที่ติดต่อขอความช่วยเหลือมีมากเกินไป ทำให้พวกเขาไม่มีทรัพยากรและกำลังคนเพียงพอจะจัดการได้ทั้งหมด"

สำหรับกองบัญชาการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน ซึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้เผยแพร่คลิปวิดีโอบนติ๊กตอก และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ไล่จับโจรฉกโทรศัพท์นั้น ระบุว่า อัตราการปล้นทรัพย์ส่วนบุคคล (personal robbery) ลดลง 13% และ อัตราการลักทรัพย์ (theft) ลดลง 14% ในกรุงลอนดอนในปีนี้

ขณะเดียวกัน ทางตำรวจเตรียมเพิ่มเจ้าหน้าที่อีก ราว 80 นายในทีมย่านเวสต์เอนด์ เพื่อมุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมอย่างการขโมยโทรศัพท์โดยเฉพาะ

อย่างไรก็ดี หน่วยงานต้องเผชิญปัญหางบประมาณ โดยในปีหน้าจะต้อง ลดเจ้าหน้าที่ลงเกือบ 2,000 นาย และ ตัดบริการบางส่วนออก เพื่อรับมือกับ ช่องโหว่งบประมาณ 260 ล้านปอนด์