18 วันหลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ถึงวงประชุม JBC เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ผู้แทนจากไทยและกัมพูชาได้ปิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 (JBC) พร้อมกับลงนามบันทึกการประชุมร่วมกัน

ที่มาของภาพ, MFA

คำบรรยายภาพ, ผู้แทนจากไทยและกัมพูชาได้ปิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 (JBC) พร้อมกับลงนามบันทึกการประชุมร่วมกัน

การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee - JBC) ไทย-กัมพูชา เป็นเวลาสองวันระหว่าง วันที 14 -15 มิ.ย. ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

นี่ถือเป็นการประชุม JBC เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี และยังจัดขึ้นภายหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชา เมื่อ 28 พ.ค. บริเวณชายแดนช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นที่อ้างสิทธิของทั้ง 2 ประเทศ ยังตกลงแบ่งเขตกันไม่ได้

ก่อนวงประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะเริ่มต้น ประธาน กมธ. ของ 2 ฝ่ายคือ นายฬำ เจีย รัฐมนตรีรับผิดชอบกิจการชายแดน หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการชายแดนแห่งกัมพูชา กับนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศด้านเขตแดน ได้หารือกันนอกรอบ ก่อนร่วมประชุมเต็มคณะ

เวลา 14.00 น. ของวันที่ 14 มิ.ย. กระทรวงการต่างประเทศไทยรายงานว่า ทั้ง 2 ฝ่ายกล่าวถ้อยแถลงย้ำความสำคัญของการใช้กลไก JBC ในการเจรจาประเด็นด้านเขตแดนระหว่างกันและการทำงานร่วมกันด้วยสันติวิธี ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พ.ศ. 2543 (MOU 43) เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาชายแดนและลดความตึงเครียดที่มีอยู่

นายฬำ เจีย กับนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย (ขวา) ประธาน กมธ. JBC ของฝ่ายกัมพูชาและไทย ทักทายกัน ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา 14 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, MFA

คำบรรยายภาพ, นายฬำ เจีย กับนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย (ขวา) ประธาน กมธ. JBC ของฝ่ายกัมพูชาและไทย ทักทายกัน ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา 14 มิ.ย.

แม้ทางการไทยยืนยันต้องการใช้กลไกทวิภาคีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของ 2 ประเทศ ลดความตึงเครียดจากการเผชิญหน้า และทำให้เกิดความชัดเจนเรื่องเส้นเขตแดน แต่ดูเหมือนทางการกัมพูชาจะ "มองข้ามช็อต" ไปแล้ว และเดินเกมการทูตนำหน้าไทยอยู่หนึ่งก้าวในหลายจังหวะ ตามความเห็นของนักวิชาการด้านความมั่นคงและผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างต่างประเทศ

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงเวลานัดหมายประชุม JBC พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศจุดยืนของกัมพูชาว่ามี 2 ประเด็นที่จะ "ไม่ถูกหยิบยกมาหารือ" ในวงประชุม JBC ประเด็นแรกคือ เขตแดนใน 4 พื้นที่ ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และพื้นที่มุมไบ (หรือสามเหลี่ยมมรกตบริเวณช่องบก) เนื่องจากกัมพูชาตัดสินใจว่าจะนำเข้าสู่กระบวนการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice - ICJ) โดยมีกำหนดยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ 15 มิ.ย.

"หากฝ่ายไทยไม่ยอมรับหรือไม่ให้คำตอบรับ กัมพูชาจะยื่นคำร้องต่อ ICJ ฝ่ายเดียว" พล.อ.ฮุน มาเนต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Hun Manet" ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.7 ล้านคน เมื่อคืน 13 มิ.ย.

ส่วนอีกประเด็นคือ การเปิด-ปิดจุดผ่านตามแนวชายแดนจะไม่ถูกหยิบยกในการประชุม JBC เช่นกัน เพราะไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) นี้ และยังกล่าวโทษว่าฝ่ายไทยเริ่มใช้มาตรการปิดด่านฝ่ายเดียวตั้งแต่ 7 มิ.ย.

"ขอยืนยันว่ากัมพูชาไม่ใช่ผู้เริ่มต้นปัญหานี้ ดังนั้นก็ไม่ควรเป็นฝ่ายต้องยุติปัญหานี้ก่อน เรื่องที่เริ่มโดยฝ่ายเดียว ต้องจบโดยฝ่ายเดียว ไม่จำเป็นต้องมีการเจรจา ใครเริ่มก่อน คนนั้นก็ต้องเป็นฝ่ายจบก่อน นั่นคือข้อสรุป" นายกฯ กัมพูชาระบุ

ส่วนการประชุมในวันที่ 15 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันที่สอง ภายหลังการประชุม JBC เสร็จสิ้น กระทรวงการต่างประเทศของไทย เปิดเผยว่า การหารือเป็นไปอย่างราบรื่นและฉันมิตร ทั้งสองฝ่ายกล่าวขอบคุณที่การประชุมสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยทั้งสองฝ่ายได้ปิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 (JBC) พร้อมกับลงนามบันทึกการประชุมร่วมกัน

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีภารกิจที่ต้องหารือและดำเนินการร่วมกันต่อไป โดยฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JBC สมัยพิเศษครั้งต่อไปในเดือน ก.ย.นี้

กมธ. ทั้ง 2 ฝ่าย ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กรมแผนที่ทหาร กองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งชาติกัมพูชา กระทรวงกลาโหมกัมพูชา กองทัพภาคต่าง ๆ ของกัมพูชา รวมถึงผู้ว่าฯ ชายแดนไทย-กัมพูชาทุกจังหวัด

ที่มาของภาพ, MFA

คำบรรยายภาพ, กมธ. ทั้ง 2 ฝ่าย ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กรมแผนที่ทหาร กองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งชาติกัมพูชา กระทรวงกลาโหมกัมพูชา กองทัพภาคต่าง ๆ ของกัมพูชา รวมถึงผู้ว่าฯ ชายแดนไทย-กัมพูชาทุกจังหวัด

สำหรับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) จัดตั้งขึ้นตาม MOU 43 ที่ 2 ประเทศลงนามร่วมกันเมื่อ 14 มิ.ย. 2543 มีภารกิจสำคัญคือการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว่างกันให้ชัดเจน โดยใช้กลไกนี้เป็นหลักในการเจรจาประเด็นทางเทคนิคและข้อกฎหมายเขตแดน

MOU 43 ข้อ 5 กำหนดห้าม 2 ประเทศ "ไม่ให้ดำเนินการใด ๆ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน"

แต่ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาละเมิด MOU 43 หลายครั้ง ทั้งขยายชุมชน สร้างกาสิโน ปลูกพืชไร่ประชิดชายแดนที่เป็นการทำลายสันปันน้ำ ทำให้ไทยประท้วงไปกว่า 400 ครั้ง ตามการเปิดเผยของรองแม่ทัพภาคที่ 2

18 วันหลังเหตุปะทะชายแดน ไทย-กัมพูชาทำอะไรบ้าง

นับจากเสียงปืนดังที่ชายแดนไทย-กัมพูชา มาถึงวันประชุม JBC เกิดอะไรขึ้นบ้าง บีบีซีไทยสรุปความเคลื่อนไหวสำคัญในรอบ 18 วันที่ผ่านมา

28 พ.ค. เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ที่บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ในเวลา 05.30 น. กองทัพบกรายงานว่า มีทหารกัมพูชาเข้ามาวางกำลังในพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิ ฝ่ายไทยจึงจัดชุดประสานงานเพื่อเข้าพูดคุยเจรจา เมื่อถึงบริเวณดังกล่าว กำลังส่วนระวังเหตุของทหารกัมพูชาได้เข้าใจผิด และเริ่มใช้อาวุธ ฝ่ายไทยจึงใช้อาวุธตอบโต้กลับไป ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ตอนแรก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม บอกว่า เหตุปะทะที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง "บังเอิญ" โดยทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้ตั้งใจจะสู้รบกัน แต่ช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักงานข่าวขแมร์ ไทม์ส (Khmer Times) ของกัมพูชารายงานแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ยืนยันว่ามีทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นายจากเหตุปะทะ พร้อมระบุว่า กองทัพไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อนในสนามเพลาะ

ด้านสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และประธานองคมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊กประณาม "บุคคล องค์กร หรือกลุ่มใด ๆ ที่ตัดสินใจก่อเหตุรุกรานเช่นนี้ ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์รุกรานปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2551-2554"

29 พ.ค. มีการประชุมระหว่าง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กับ พล.อ.เมา โซะพัน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ.สส.) และ ผบ.ทบ.กัมพูชา ที่ช่องจอม-โอเสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องกันใน 3 ประเด็น ได้แก่

  • ให้ทั้ง 2 ฝ่ายดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นครั้งนี้ผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งจะจัดขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์
  • ให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในจุดที่เหมาะสม หรือ 200 เมตรจากจุดปะทะ ลดการเผชิญหน้า
  • ให้รักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ให้ใช้ความอดทนอดกลั้นล่าสุด

ทว่าเย็นวันเดียวกัน กัมพูชาได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับผลการหารือ แต่มีเนื้อหา 4 ข้อ ได้แก่

  • ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ผ่านกลไกที่มีอยู่ทั้งหมด ได้แก่ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาปี 2543 (MOU 2543)
  • ทั้ง 2 ฝ่ายจะควบคุมสถานการณ์ตามสภาพเดิม อดทนอดกลั้น และแก้ไขปัญหาทั้งหมดผ่านกลไก JBC ซึ่งจะมีการประชุมภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
  • ฝ่ายกัมพูชาขอให้มีการเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่น 28 พ.ค. อีก
  • ฝ่ายกัมพูชาจะไม่ถอนกำลัง หรือวางกำลังโดยไม่ติดอาวุธ ณ จุดที่เกิดการปะทะ เพราะบริเวณดังกล่าวฝ่ายกัมพูชา "ยึดครอง" มาตั้งแต่ก่อนมีการลงนามใน MOU 2543
ผบ.ทบ.ไทยและกัมพูชาพบกันเมื่อ 29 พ.ค. เพื่อเจรจาคลี่คลายความตรึงเครียดเหตุปะทะระหว่างทหารของทั้ง 2 ประเทศ

ที่มาของภาพ, Thai Royal Army

คำบรรยายภาพ, ผบ.ทบ.ไทยและกัมพูชาพบกันเมื่อ 29 พ.ค. เพื่อเจรจาคลี่คลายความตรึงเครียดเหตุปะทะระหว่างทหารของทั้ง 2 ประเทศ

30 พ.ค.กองทัพบกออกแถลงการณ์ชี้แจงผลการเจรจาระหว่าง ผบ.ทบ. 2 ประเทศ มีเนื้อหา 4 ข้อ ได้แก่

  • ผบ.ทบ. ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียกำลังพลจากเหตุการณ์ปะทะ
  • กรณีข้อขัดแย้งบริเวณช่องบก ทบ.ไทย และกัมพูชา มีความเห็นร่วมกันในการใช้กลไก JBC
  • ผู้บังคับบัญชาทั้ง 2 ฝ่ายระบุว่าจะกำกับดูแลกำลังพลให้อยู่ภายใต้กรอบการเจรจาอย่างเคร่งครัด
  • การพบปะเจรจาระหว่าง ผบ.ทบ.ไทยและกัมพูชาในครั้งนี้ บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี สามารถบรรลุข้อตกลงในการถอนกำลังออกจากจุดที่ปะทะและคงกำลังอยู่ในที่ตั้งเดิม รอผลการประชุม JBC

1 มิ.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุว่า ไทย-กัมพูชาเตรียมจัดประชุม JBC เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และหาข้อสรุปโดยสันติวิธี

ขณะที่ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า จะนำกรณีพิพาทในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม, ตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตาควาย, และพื้นที่มุมไบ ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก

2 มิ.ย. สภานิติบัญญัติแห่งชาติและวุฒิสภาของกัมพูชาลงมติเอกฉันท์ 182 เสียง สนับสนุนให้นำข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย เข้าสู่การพิจารณาของศาลโลก ตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

สื่อกัมพูชา 2 สำนัก ได้แก่ ขแมร์ ไทม์ส และพนมเปญ โพสต์ รายงานตรงกันถึงการสนับสนุนของบิดานายกฯ กัมพูชา

"หากเราไม่ให้ศาลตัดสิน ประเด็นนี้จะเป็นเหมือนกับเรื่องกาซาระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอล แก้ไขไม่ได้ จะมีการสู้กันร่ำไป ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ทำไมถึงกลัวไปขึ้นศาลหากเรามีความจริงใจ" พนมเปญ โพสต์ รายงานคำพูดของสมเด็จฮุน เซน ในที่ประชุมร่วม 2 สภา

4 มิ.ย. รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่าจะนำข้อพิพาทพื้นที่ 4 แห่งเข้าสู่การพิจารณาของศาลโลก ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ควบคู่ไปกับการประชุม JBC ซึ่งจะเกิดขึ้นวันที่ 14 มิ.ย. ที่กรุงพนมเปญ แต่กัมพูชาจะไม่นำ 4 พื้นที่นี้เข้าหารือในการประชุมดังกล่าว และหวังว่าไทยจะร่วมมือผ่านกลไกศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

ต่อมาไทยโต้แย้งแถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชา ยืนยันพื้นที่ 4 แห่งอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย ดังนั้นการที่กัมพูชาจะยื่นเรื่องให้ศาลโลกพิจารณาพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง จึงนับว่าเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง

วันเดียวกันนี้ยังเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลไทยออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เนื้อหาเป็นการยืนยันเร่งแก้ไขปัญหาในทุกมิติ เพื่อประเทศไทยและประชาคมอาเซียน

ชายแดน

ที่มาของภาพ, ROYAL THAI GOVERNMENT

5 มิ.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.เตีย เซยฮา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กัมพูชา หารือกันที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีการหารือ 2 ประเด็นคือ 1. กรณีกัมพูชาจะหยิบยกประเด็นอธิปไตยให้ศาลโลกพิจารณา ฝ่ายไทยยืนยันว่าไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกตั้งแต่ปี 2503 อยากให้ผ่านการพิจารณาที่ประชุม JBC และ 2. ขอให้มีการปรับกำลังเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า โดยไทยเสนอคือให้ถอยออกไปเหมือนกับปีก่อนที่เคยตกลงกันไว้ ถอยออกไปบริเวณศาลาตรีมุข เป็นจุดที่ถอยออกไปประมาณ 150-200 เมตร

6 มิ.ย. ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เข้าร่วมด้วย โดยเห็นชอบ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1. จำกัดการเข้าออก โดยยกเว้นกรณีการข้ามไปศึกษา การค้าขายแรงงาน และประเด็นอื่น ๆ ด้านมนุษยธรรม ส่วนกลุ่มอื่นที่ไม่จำเป็น เช่น นักท่องเที่ยวหรือการพนันให้มีการจำกัดการเข้าออก 2. ปรับเวลาเปิด-ปิดด่าน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน แต่ยังทำการค้าขายได้ 3. หากจำเป็นต้องยกระดับ จะมีการปิดชายแดนบางจุด 4. ปิดชายแดนตลอดแนวตั้งแต่ จ.อุบลราชธานี จ.บุรีรัมย์ จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร์ จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี จ.ตราด

ต่อมาเพจกระทรวงกลาโหมกัมพูชาโพสต์ข้อความว่า กัมพูชาจะไม่ถอนกำลัง ตามที่กระทรวงกลาโหมไทยเสนอไป ทำให้ สมช. และรัฐบาลมองว่าไม่มีความคืบหน้า นายกฯ จึงสั่งการให้ยกระดับขั้นที่ 1 และ 2

7 มิ.ย. ผบ.ทบ. ลงนามในคำสั่งมอบอำนาจให้ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา (ผบ.กกล.บูรพา) และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.กกล.สุรนารี) ควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มมาตรการดังกล่าวตั้งแต่เวลา 19.00 น.

พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.กกล.บูรพา ลงพื้นที่ตลอดแนวชายแดน เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังกำลังพลทหารพราน, ตชด., เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่จุดผ่านแดนที่ 5 จุดของ จ.สระแก้ว หลังมีการประกาศลดเวลาเปิด-ปิดด่านเมื่อ 7 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.กกล.บูรพา ลงพื้นที่ตลอดแนวชายแดน เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังกำลังพลทหารพราน, ตชด., เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่จุดผ่านแดนที่ 5 จุดของ จ.สระแก้ว หลังมีการประกาศลดเวลาเปิด-ปิดด่านเมื่อ 7 มิ.ย.

8 มิ.ย. ฝ่ายกัมพูชา โดย พล.ท.สรัย ดึก รอง ผบ.ทบ. และผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 เชิญฝ่ายทหารไทยนำโดย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผบ.กกล.สุรนารี ไปพูดคุย โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบการปรับการวางกำลังให้กลับไปสู่แนววางกำลังเดิมเมื่อปี 2567 พร้อมทั้งกลบคูติดต่อ (คูเลต) ที่ช่องบกกลับไปสู่สภาพเดิม สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการประชุม JBC และเห็นพ้องให้ใช้กลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นเป็นช่องทางหารือการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่องในอนาคต

9 มิ.ย. สมเด็จฮุน เซน โพสต์เฟซบุ๊กว่า "การปรับกำลังทหาร ไม่ใช่การถอนทหารออกจากดินแดนของเรา แต่เป็นการปรับกำลังทหารในดินแดนของเรา" และยืนยันเดินหน้าการฟ้องคดีต่อศาลโลก

10 มิ.ย. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม เปิดแถลงข่าวเล่าเบื้องหลังการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งล่าสุดสถานการณ์ดีขึ้น ส่วนมาตรการตัดน้ำ ตัดไฟ ชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ ของ สมช.

11 มิ.ย. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามและประเมินภาพรวมของสถานการณ์ชายแดน และมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดที่ติดกับชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนายกฯ ตั้งข้อสงสัยเรื่องเวลาเปิด-ปิดด่านของ 2 ประเทศที่ไม่ตรงกัน และขอให้ฝ่ายความมั่นคงไปดูว่าจะเปิด-ปิดเวลาตรงกันได้หรือไม่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่า การเปิดปิดเวลาไม่ตรงกัน "อาจมีนัยบางอย่าง เหมือนมีลักษณะของการเมืองนิดหน่อย เพื่อชิงความได้เปรียบ" แต่หลังจากนี้ฝ่ายความมั่นคง ผู้ว่าฯ ในพื้นที่จะมีการหารือกัน ซึ่ง น.ส.แพทองธาร กล่าวย้ำว่า ถ้าเรายึดถือผลประโยชน์ของประชาชน เปิด-ปิดตรงกัน จะได้ค้าขายได้เท่ากัน อันนี้จะดีกว่าขอให้ลองดู คงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมีปัญหา

12 มิ.ย. สำนักข่าวขแมร์ไทมส์รายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แสดงท่าที "พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดหาหลักฐานให้แก่ทั้งฝ่ายกัมพูชาและไทยหากจำเป็น" เพื่อสนับสนุนกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศ

นายกฯ ฮุน มาเนต ของกัมพูชา หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ในระหว่างร่วมประชุมสหประชาชาติว่าด้วยมหาสมุทรครั้งที่ 3 (UNOC3) ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายกฯ ฮุน มาเนต ของกัมพูชา หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ในระหว่างร่วมประชุมสหประชาชาติว่าด้วยมหาสมุทรครั้งที่ 3 (UNOC3) ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส

13 มิ.ย. 2 พ่อลูกตระกูลฮุนออกแถลงการณ์ร่วมกรณีสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า หากทางการไทยยังคงปฏิเสธจะเปิดด่านพรมแดน รัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินมาตรการ 6 ข้อ ได้แก่

  • ระงับนำเข้าสินค้าไทยมาวางจำหน่ายในตลาดกัมพูชา กล่าวคือยุติการใช้สินค้าไทย และให้ประชาชนหันมาใช้สินค้ากัมพูชาหรือประเทศอื่น ๆ แทน
  • รัฐบาลกัมพูชาเตรียมจะซื้อหรือหาตลาดทดแทนให้แก่ผู้ประกอบการกัมพูชาที่ส่งออกสินค้าไปไทย
  • นำตัวผู้ป่วยที่หาทางไปรักษาพยาบาลในประเทศไทยกลับมารักษาในกัมพูชาหรือประเทศอื่น
  • เตรียมการหาโอกาสด้านอาชีพให้แก่แรงงานกัมพูชาที่มีความสมัครใจจะกลับประเทศ กัมพูชากำลังขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และการก่อสร้าง แรงงานกัมพูชาอาจสมัครใจกลับมาก่อนที่จะถูกไทยเนรเทศ เพราะขณะนี้ในบางพื้นที่มีการดูถูกดูหมิ่นและเหยียดชาวกัมพูชา
  • ทุกเหล่าทัพของกัมพูชาจะอยู่ในสถานะเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง เพื่อตอบสนองและป้องกันเหตุคุกคาม
  • จังหวัดใกล้พรมแดนต้องเตรียมแผนอพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย และดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีอาหาร ยารักษาโรค และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ เพียงพอ

วันเดียวกันนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวสำคัญจาก 3 กระทรวงกัมพูชา 1. กระทรวงข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลกัมพูชาได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ในประเทศให้ระงับการถ่ายทอดละครหรือภาพยนตร์ไทยทั้งหมดตั้งแต่คืนวันที่ 12 มิ.ย. เป็นต้นไป 2. กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะของกัมพูชาที่ประกาศระงับการนำเข้าและการนำภาพยนตร์ไทยออกฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. 3. กระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคมกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในกัมพูชาได้ยุติการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตจากประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ไทยสูญเสียรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ด้านนายกฯ ไทยถูกผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการล่าสุดของกัมพูชา โดยเธอบอกว่า ตอนแรกกัมพูชาได้ยินว่าประเทศไทยจะตัดน้ำตัดไฟบริเวณชายแดน เป็นมาตรการที่ต้องผ่าน สมช. ก่อน เรายังไม่ได้ประกาศอย่างนั้นออกไป เป็นเพียงมาตรการเตรียมความพร้อม แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ อาจมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น "ต้องฝากสื่อสารว่าเรื่องตัดน้ำตัดไฟ รัฐบาลยังไม่มีแถลงการณ์ออกไป"

ค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ฮุน มาเนต โพสต์เฟซบุ๊กว่ามี 2 ประเด็นที่จะ "ไม่ถูกหยิบยกมาหารือ" ในวงประชุม JBC คือ เขตแดนใน 4 พื้นที่ เนื่องจากกัมพูชาตัดสินใจว่าจะนำเข้าสู่กระบวนการของ ICJ โดยมีกำหนดยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ 15 มิ.ย. และการเปิด-ปิดจุดผ่านตามแนวชายแดน เพราะกัมพูชาไม่ใช่ผู้เริ่มต้นปัญหานี้ "ไม่จำเป็นต้องมีการเจรจา ใครเริ่มก่อน คนนั้นก็ต้องเป็นฝ่ายจบก่อน"

14 มิ.ย. ประชุม JBC ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยจบลงโดยไม่มีข้อสรุปจนต้องมีการจัดการประชุมรอบที่สองในวันที่ 15 มิ.ย.

15 มิ.ย. ภายหลังการประชุม JBC เสร็จสิ้น กระทรวงการต่างประเทศของไทย เปิดเผยว่า การหารือเป็นไปอย่างราบรื่นและฉันมิตร ทั้งสองฝ่ายกล่าวขอบคุณที่การประชุมสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยทั้งสองฝ่ายได้ปิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 (JBC) พร้อมกับลงนามบันทึกการประชุมร่วมกัน

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีภารกิจที่ต้องหารือและดำเนินการร่วมกันต่อไป โดยฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JBC สมัยพิเศษครั้งต่อไปในเดือน ก.ย.นี้

ประชุมเจบีซี

ที่มาของภาพ, MFA