วิดีโอชุดใหม่เพิ่มปริศนา ทำไมต้องเชิญอดีต ปธน.หู จิ่นเทา ออกจากที่ประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์

ที่มาของภาพ, CNA
- Author, ฟ่าน หวัง
- Role, บีบีซีนิวส์ สิงคโปร์
ภาพวิดีโอชุดใหม่ เผยให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่อดีตประธานาธิบดี หู จิ่นเทา จะถูกเชิญตัวออกกลางการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อสัปดาห์ก่อน และทำให้ปริศนาว่า ทำไมต้องเชิญอดีตผู้นำวัย 79 ปี ออกจากที่ประชุม ซึ่งเจ้าตัวมีท่าทีไม่ยินดีนัก ยิ่งเพิ่มปมความน่าสงสัยมากขึ้น
ภาพวิดีโอชุดใหม่นี้มาจากสถานีข่าวแชนแนลนิวส์เอเชีย (CNA) เผยรายละเอียดที่ลึกมากขึ้น แสดงให้เห็นว่า หลี่ จ้านซู หนึ่งในสมาชิกโปลิตบูโร หรือคณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมือง ดึงเอกสารออกจากตรงหน้าของนายหู จิ่นเทา และพูดคุยกับเขา
จากนั้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้หันไปสั่งการกับชายคนหนึ่งเป็นระยะเวลาพักใหญ่ ก่อนที่ชายคนนั้นจะเข้าไปดึงตัว พยายามเชิญนายหู จิ่นเทา ออกจากที่ประชุม
นายหลี่ จ้านซู แสดงท่าทีเหมือนจะยืนขึ้นช่วยนายหู แต่นายหวัง หู้หนิง โปลิตบูโรอีกคน ได้ดึงให้นายหลี่ กลับไปนั่ง
ระหว่างที่นายหูกำลังถูกคะยั้นคะยอ เชิญให้ออกจากที่ประชุม โดยเจ้าตัวมีทีท่าไม่อยากจะออกไปนั้น นายสีได้กล่าวอะไรบางอย่างต่อนายหู ขณะนั้น กลุ่มชายที่นั่งแถวหน้าคนอื่น ๆ ไม่แม้แต่จะพยายามหันกลับมามองด้านหลัง ว่าเกิดอะไรขึ้น
ภาพเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็น นำมาสู่การคาดการณ์ ตีความ และบทวิเคราะห์มากมาย บางคนมองว่า นี่เป็นการแสดงอำนาจของนายสีเอง เพื่อชี้ว่า ยุคสมัยแห่งฉันทามติตามแบบของนายหู จิ่นเทา ได้สิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่บางคนก็มองว่า เป็นแค่เรื่องปัญหาสุขภาพของนายหูเอง
แต่หลายคนเชื่อว่า นี่เป็นฉากการเมืองที่จงใจของนายสี เพราะสมัยหู จิ่นเทา ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2003-2013 นั้น จีนก้าวสู่ยุคแห่งการเปิดกว้างต่อประชาคมโลก แต่เมื่อนายสีขึ้นครองอำนาจ จีนกลับโดดเดี่ยวตนเองมากขึ้น

ที่มาของภาพ, CNA
แค่ปัญหาสุขภาพ ?
สำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีน ทวิตข้อความชี้แจงว่า ที่ต้องเชิญนายหูออกจากที่ประชุมเพราะเขาอาการไม่สู้ดีนัก แต่ไม่มีการรายงานข่าวนี้ในประเทศจีนเลย อย่างไรก็ดี ผู้ใช้สังคมออนไลน์ในจีนไม่สามารถเข้าถึงทวิตเตอร์ได้ เพราะถูกบล็อก
ภาพเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน ก่อนที่นายสี จะประกาศขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 พร้อมเผยโฉมหน้าทีมบริหารพรรคคอมมิวนิสต์ชุดใหม่ ที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้จงรักภักดีและคนสนิทของตัวเขาเอง
เติ้ง ยู่เหวิน อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เดอะสตัสดีไทม์ (The Study Times) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุว่า ไม่มีเหตุผลที่พรรคคอมมิวนิสต์จะวางเอกสารไว้ตรงหน้านายหู หากนายหูไม่ได้รับอนุญาตให้อ่าน โดยเฉพาะในการประชุมใหญ่ระดับนี้
“มันเป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาด” เขากล่าว “ไม่มีใครอธิบายอะไรได้จนกว่าจะมีหลักฐานว่ามีเนื้อหาอะไรอยู่ในเอกสารนั้น หรือมีการพูดอะไรบ้างในฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
เบื้องลึกพฤติการณ์
ด้าน เหวิน-ติ ซุง อาจารย์มหาวิทยาลัยออสเตรเลียนเนชันแนล ระบุว่า แม้จะมีการเปิดเผยภาพชุดใหม่ออกมา แต่ก็ยังสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้
“จีนเป็นชาติเจ้าระเบียบ โดยเฉพาะในกิจกรรมใหญ่ระดับนี้ และยุคสมัยของสี คือ ยุคแห่งการควบคุม” เขากล่าว
“พฤติกรรมที่ไร้การควบคุมของนายหู และการเชิญนายหูออกไปนั้นดูแปลกประหลาดก็จริง ซึ่งข่าวลือต่าง ๆ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าข่าวลือ หรือการคาดการณ์ถึงการกวาดล้างผู้นำยุคเก่าจะเป็นเรื่องจริงเสมอไป”

เติ้ง ชี้ว่า อยากให้มองพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่อาวุโสคนอื่น ๆ รวมถึง เหวิน เจียเป่า อดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยนายหู ที่พยายามมองตรงไปข้างหน้า แม้ว่านายหูจะถูกพาตัวเดินผ่านออกไปด้านหลังเขา ซึ่งนายเติ้งมองว่า นี่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงยุคสมัยของจีนภายใต้นายสี จิ้นผิง ได้
“คิดดูจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหน้าที่ที่หันกลับไปมองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น” เขากล่าว
“แม้มันจะไม่ได้เป็นท่าทีคุกคามอำนาจของนายสี แต่จะก่อให้เกิดผลกระทบทางจิตใจต่อเจ้าหน้าที่เหล่านี้แน่”
แต่ถ้าดรามาทางการเมืองในแดนมังกรที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นการเตรียมบทไว้ หรือไม่ได้เป็นเรื่องสุขภาพของนายหูแล้วล่ะก็ โฉมหน้าโปลิตบูโรชุดใหม่ของนายสี ที่ประกาศตัวออกมาในวันต่อมา ก็ถือเป็นการปิดม่านยุคสมัยของนายหู จิ่นเทา อย่างสมบูรณ์ หรืออีกนัยหนึ่งคือ จีนจะไม่กลับไปสู่ยุคที่อ้าแขนต่อประชาคมโลกเหมือนยุคของนายหูอีกต่อไป











