เหตุอาคารก่อสร้าง สตง. ถล่มจากแผ่นดินไหว พบผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย การกู้ภัยจะทำอะไรอีกบ้าง

ที่มาของภาพ, thai news pix
แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.2 ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อเวลา 13.20 น. ของวันที่ 28 มี.ค. ส่งแรงสะเทือนถึงประเทศไทยหลายพื้นที่ ความเสียหายรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ความคืบหน้าล่าสุดของเหตุอาคารก่อสร้างตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่ม พบผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และยังสูญหายอีก 79 ราย
ความคืบหน้าปฏิบัติการกู้ภัยและค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุอาคารสำนักงานของ สตง. ซึ่งเป็นอาคารสูง 30 ชั้น ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่มลงมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดแถลงเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ( 29 มี.ค.) ว่าพบผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และพบรอดชีวิตรวม 9 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 1 คนที่เข้ามารายงานตัว ทำให้ยังเหลือผู้สูญหายอีกทั้งหมด 79 คน ซึ่งมีการใช้เรดาร์ตรวจดูหาตำแหน่งได้แล้วราว 30 คน เหลือ 49 คนที่ยังระบุตำแหน่งไม่ได้
ส่วนการจัดการในพื้นที่ค้นหายืนยันว่าภายในพื้นที่ปฏิบัติการเป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อย มีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการใช้เครื่องมือหนัก เนื่องจากหน่วยกู้ภัยที่จะเข้าไปติดอุปสรรคเรื่องชิ้นส่วนซากอาคารที่มีน้ำหนักมาก ไม่สามารถใช้มือในการค้นหาได้ ต้องทยอยนำชิ้นส่วนออกก่อนเจาะรูเพื่อสร้างโพรงเพื่อเข้าไปตรวจสอบว่ามีผู้รอดชีวิตหรือไม่และใช้สุนัขเข้าไปตรวจหาเพื่อยืนยันจึงค่อยดำเนินการขุดเข้าไป
"ตอนนี้เรายังดำเนินการการค้นหาเพื่อช่วยชีวิตอยู่ ยังไม่หมดความหวัง พยายามเดินหน้าให้มากที่สุด ให้ทุกคนทำให้เต็มที่เพราะเรายังเชื่อว่ายังมีผู้รอดชีวิตอยู่ โดยเฉพาะชั้นล่างซึ่งเป็นอาคารใต้ดิน โดยตัวอาคารยุบไปจะมีโพรง อาจจะมีคนรอดชีวิตอยู่ได้ ก็จะเดินหน้าเต็มที่" นายชัชชาติ กล่าว
ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าเครื่องมือหนักมีความพร้อมทั้งรถเครนขนาดต่าง ๆ และรถแบ็คโฮจากกองทัพ แต่ปฏิบัติการต้องใช้เวลา เนื่องจากปัจจัยด้านน้ำหนักของซากอาคารที่อาจกระทบต่อผู้ประสบภัย
"ต้องใช้เวลา เราไม่สามารถเข้าไปลุยได้อย่างเดียว เพราะมีเรื่องความไม่เสถียรของตัวโครงสร้างอาคารอยู่ด้วย" นายชัชชาติ กล่าว
ความเสียหายไม่ได้เกิดเฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า เหตุแผ่นดินไหวศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร ในช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง สามารถรับรู้แรงสั่นไหวได้ในพื้นที่ รวม 57 จังหวัด โดยเบื้องต้นได้รับรายงานความเสียหายใน 13 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ จ.ปทุมธานี และ จ.แพร่ รวมทั้งกรุงเทพมหานครที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติเต็มพื้นที่
สำหรับความเคลื่อนไหวหลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบมายังประเทศไทย เข้าสู่วันที่สองแล้ว
บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลความคืบหน้าล่าสุดไว้ ณ ที่นี้

ที่มาของภาพ, thai news pix
อาฟเตอร์ช็อกในเมียนมายังมีต่อเนื่อง
เช้านี้ (29 มี.ค.) กรมอุตุนิยมวิทยารายงานจำนวนอาฟเตอร์ช็อกจนกระทั่งถึงเวลา 06.00 น. จากแผ่นดินไหวกลุ่มรอยเลื่อนสะกาย บริเวณประเทศเมียนมา พบจำนวน 77 ครั้ง โดยอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงต่ำ หลายพื้นที่ของประเทศไทยแทบไม่รู้สึกถึงแรงสั่นไหว
ขณะเดียวกันตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 08.00 น. วันนี้ ตามรายงานของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา พบแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางในประเทศไทยแล้ว 18 ครั้ง ในหลายอำเภอในจังหวัดทางภาคเหนือของไทย ซึ่งส่วนใหญ่มีขนาดความรุนแรงต่ำไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน เช่น บางอำเภอของ จ.แม่ฮ่องสอน, อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย, อ.พร้าว จ.เชียงใหม่, จ.ลำปาง, จ.พิจิตร, จ.พิษณุโลก
อย่างไรก็ตาม อาฟเตอร์ช็อกครั้งหนึ่งเมื่อเวลา 23.21 น. ที่ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีขนาด 4.1 ซึ่งเป็นระดับที่มีผู้รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้
ตึกสูงคอนโดหลายแห่งงดเข้าพักอาศัย การตรวจสอบความปลอดภัยโครงสร้างดำเนินการอย่างไร
ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพมหานคร มีการประชุมสรุปความคืบหน้าสถานการณ์แผ่นดินไหวในหลายส่วนงาน โดยความเคลื่อนไหวสำคัญคือการส่งวิศวกรอาสาเข้าตรวจสอบอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด
รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แยกการตรวจสอบอาคารที่ได้รับผลกระทบเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ อาคารภาครัฐ หน่วยงานราชการ อาคารสาธารณะต่าง ๆ ดำเนินการตรวจสอบโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง, บ้านเรือนประชาชน และอาคารของเอกชน
ด้านตัวแทนจากกรมโยธาธิการฯ รายงานที่ศูนย์บัญชาการฯ ว่า กรมฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบอาคารโรงพยาบาล 3 แห่ง เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้แก่ รพ.ราชวิถี, รพ.พระมงกุฏเกล้า และ รพ.เลิดสิน ซึ่ง ขณะนี้มีอาคารของ รพ.ราชวิถี ที่ต้องระงับการใช้อาคาร
"ในเบื้องต้นจะต้องไปดูก่อน ผมเชื่อว่าอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่น่าจะได้รับผลกระทบบางส่วน หากดู 3 โรงพยาบาลนี้ รพ.ราชวิถี น่าจะเป็นแห่งที่เจอหนักที่สุดบริเวณลิฟต์ฮอลล์ที่พบการแตกเห็นเหล็ก ซึ่งตึกดังกล่าวสูงราว 20 ชั้น จึงสั่งให้ระงับการใช้อาคาร ส่วนอาคารอื่น ๆ ยังมีความปลอดภัยอยู่" ตัวแทนจากกรมโยธาธิการฯ ระบุ
ส่วนบ้านเรือนประชาชนซึ่งมีการแจ้งผ่านทราฟฟี ฟองดูว์ (Traffy Fondue) กทม. จะได้ประสานให้วิศวกรอาสาลงไปดำเนินการตรวจสบ

ที่มาของภาพ, thai news pix
ส่วนอาคารขนาดใหญ่ของเอกชน 9 ประเภทตามบัญชีของกรุงเทพมหานคร เช่น โรงแรม คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ อาคารเหล่านี้ตามกฎหมายต้องมีการตรวจสอบอาคารทุกปีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีผู้ตรวจสอบอาคารที่เป็นวิศวกร กรมโยธาฯ ได้ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของอาคารเร่งแจ้งผู้ตรวจสอบอาคารของโครงการเร่งเข้าตรวจสอบโครงการ ซึ่งหากไม่เพียงพอหรือบริษัทผู้ตรวจฯ ไม่พร้อม ทางกรมฯ มีบัญชีผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนกับกรมฯ ประมาณ 2,600 ราย สามารถให้การดำเนินการในส่วนนี้ได้
ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด กรมฯ สั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ตั้งศูนย์บัญชาการตรวจสอบเช่นกัน
รศ.วิศณุ รองผู้ว่าฯ กทม. รายงานด้วยว่า ประชาชนได้แจ้งเหตุการตรวจสอบรอยร้าวและความเสียหายที่ได้รับผลกระทบเข้ามาในระบบทราฟฟี ฟองดูว์แล้วกว่า 2,000 เหตุ โดยกลุ่มวิศวกรอาสาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว 700 เหตุ
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
เมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียที่อาศัยใน กทม. ต่างพูดคุยถึงความเสียหายของอาคารคอนโดที่พักอาศัยหลายแห่ง ซึ่งบางพบว่าหลายแห่งไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้จากการประเมินความปลอดภัยเบื้องต้น ทั้งใน กทม. และนนทบุรี
ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพมหานคร รายงานว่าเมื่อเวลา 23.30 น. ว่า กทม. ได้ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วศท.) ตรวจสอบอาคารพักอาศัยที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวใน กทม. จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ คอนโดไลฟ์ ลาดพร้าว แวลลีย์ เขตจตุจักร, คอนโด สกายไรส์ อเวนิว สุขุมวิท 64 เขตพระโขนง พร้อมระบุว่า นิติบุคคลแจ้งให้ผู้พักอาศัยอพยพออกจากอาคารเพื่อความปลอดภัยแล้ว
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2
ความคืบหน้าการให้บริการขนส่งสาธารณะ
ท้องถนนในกรุงเทพมหานครตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันศุกร์ (28 มี.ค.) ตกอยู่ในสภาพเป็นอัมพาตหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายให้อาคารหลายแห่ง รวมทั้งเหตุเครนถล่มลงพาดบริเวณทางด่วนซึ่งทางการต้องปิดทางด่วนขึ้น-ลงบริเวณด่านดินแดง และการปิดให้บริการรถไฟฟ้าทุกสาย
ขนส่งสาธารณะระบบรางที่ปิดให้บริการวานนี้ ได้กลับมาเปิดให้บริการแล้ว
รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว และสายสีทอง กลับมาเปิดให้บริการตามปกติทุกสถานี เมื่อเวลา 23.20 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา (28 มี.ค.) ส่วนรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที (MRT) สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ให้บริการเดินรถปกติ เมื่อเวลา 05.00 น. เช้านี้ (29 มี.ค.)

ที่มาของภาพ, thai news pix
เปิดคำถามคำตอบ นายกฯ ซัก ปภ.-กสทช. ปมข้อความ sms เตือนภัยล่าช้า-ไปไม่ถึงประชาชน
ที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศปภ.ช.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการชุมติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหว ช่วงตอนที่น่าสนใจช่วงหนึ่ง คือการไล่เรียงถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงประเด็นการส่งข้อความสั้น (sms) แจ้งเหตุ เตือนภัยแผ่นดินไหว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มี.ค. ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่วิจารณ์ว่ามีความล่าช้าและไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือน
บีบีซีไทยถอดประชุมช่วงดังกล่าว ดังข้อความต่อไปนี้
น.ส.แพทองธาร: "อยากทราบว่าประเด็นแรกตอนเกิดเหตุการณ์ที่ดิฉันและท่านรองนายกฯ อนุทิน อยู่ที่ภูเก็ต สิ่งแรกที่ควรจะเกิดขึ้นคืออะไรคะ แผ่นดินไหวปุ๊ปสิ่งแรกที่ประชาชนควรรู้คืออะไรบ้าง ใช่ในเรื่องของ sms ไหมคะ ถ้าใช่หน่วยงานไหนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ทุกคนยกมือตอบได้เลยนะคะ เพราะต้องทำงานร่วมกัน"
นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรม ปภ.: "ปกติแล้วจะมีการเฝ้าระวังแผ่นดินไหวจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้รับรายงานเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั้งหมด และได้แจ้งมาทาง ปภ. เพื่อแจ้งเตือน หลังจาก ปภ. ปกติแล้ว แผ่นดินไหวเป็นสถานการณ์เดียวที่ไม่สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ จะรู้ก็แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา ทุกคนจะรู้เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ของเราแจ้งเตือนครั้งแรกคือส่งไปยัง sms รวมทั้งแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด โดย ปภ. ส่งไปที่ กสทช. เพื่อให้ส่ง sms แจ้งให้พี่น้องประชาชน"
น.ส.แพทองธาร: ได้ยินว่า ปภ. ส่งไป 2 ครั้ง ใช่ไหมคะ ส่งครั้งแรกตอนกี่โมง
อธิบดีกรม ปภ.: "ส่งทั้งหมด 4 ครั้ง ส่งครั้งแรกตอนเวลา 14.42 น. พร้อมชี้แจงต่อว่า เนื่องจากสถานการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนรับรู้หมดแล้ว ปภ. ส่งให้ประชาชนสามารถเข้าอาคารได้ในกรณีที่มีความจำเป็น เนื่องจากว่าพอเกิดเหตุการณ์คนที่อยู่ในอาคารสูงจะเดินลงมาทันที เพราะฉะนั้นประชาชนจะไม่รู้เลยว่าต้องทำตัวอย่างไร"
น.ส.แพทองธาร: "กสทช. ได้รับคำจาก ปภ. ไหมคะว่าต้องส่ง sms ให้กับประชาชน"
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รักษาการเลขาธิการ กสทช.: กล่าวว่า ปภ. ส่งให้ กสทช. ประมาณ 14.40-14.20 น. ผมส่งให้ OPOR ประมาณ 14.44 น."
น.ส.แพทองธาร: "มีข้อจำกัดในการส่งได้ครั้งละ 200,000-400,000 เบอร์จริงหรือไม่
รักษาการเลขาธิการ กสทช.: "เซลล์บรอดคาสต์ใช้เวลาประมาณ 15 นาที บรอดคาสต์จะส่งไปที่เซลล์ไซต์และเซลล์ไซต์จะกระจายสัญญาณทันที แต่พอเป็น sms ต้องมีการรันนัมเบอร์จึงส่งได้ครั้งละ 200,000 เลขหมาย ทีนี้กำลังชั่งใจอยู่ เพราะว่าทรูและเอไอเอสบอกว่า กำลังพัฒนาระบบให้ส่งได้ครั้งละ 3 ล้านเลขหมาย แต่ใช้เวลาร่วม 5-6 ชั่วโมง เพราะต้องรันคิว จึงมีข้อจำกัดทางเทคโนโลยีของ sms"
น.ส.แพทองธาร: สรุปแล้ว ทาง กสทช. ได้ส่งไปกี่เบอร์
รักษาการเลขาธิการ กสทช.: ส่งครั้งแรก 14.44 น. ทยอยส่งครั้งละ 200,000 เบอร์ ส่งไปทั้งหมดประมาณ 10 กว่าล้านเบอร์
น.ส.แพทองธาร: แล้วทำไมตอนแรกที่ออกมาคนบอกว่าไม่ได้ sms
รักษาการเลขาธิการ กสทช.: เป็นเพราะต้องมีการรันนัมเบอร์หรือเลขหมาย ครั้งแรกเป็น 4 จังหวัด กรุงเทพฯ สมุทรปราการ แถว ๆ นนทบุรี ครั้งที่ 2-4 จะรวมอีก 70 กว่าจังหวัด
น.ส.แพทองธาร: ปัญหาคือเซลล์บรอดคาสต์ที่อนุมัติไปยังไม่มา เราจะส่งได้ครั้งละ 100,00-200,000 เลขหมาย แล้วข้อความที่ส่ง ส่งว่าอย่างไร
รักษาการเลขาธิการ กสทช.: เป็นข้อความที่ทาง ปภ. ส่งมา ทำให้ นายกฯ ถามต่ออีกว่า เป็นข้อความว่า ปภ. ส่งข้อความว่าอะไร
อธิบดี ปภ.: กล่าวว่า ครั้งแรกส่งว่าให้เข้าอาคารได้เท่าที่จำเป็น ครั้งที่สอง ส่งเวลา 16.07 น. และ 16.09 น. แจ้งในเรื่องข้อปฏิบัติตนกรณีเกิดแผ่นดินไหว ครั้งสุดท้าย 16.44 น. แจ้งให้ประชาชนสามารถกลับเข้าอาคารได้ ทั้งหมด 4 ครั้ง
หลังจากนั้น น.ส. แพทองธาร กล่าวหลังจาก ปภ. ชี้แจงว่า ปัญหาคือการส่ง sms ช้า และไม่ทั่วถึง ทราบดีว่า เซลล์บรอดคาสต์จะมาช่วงเดือน มิ.ย.หรือ ก.ค. ที่จะทำให้สามารถส่งครั้งหนึ่งแล้วกระจายไปได้ทั้งหมด แต่ทั้งนี้เรื่องการขอความร่วมมือไปยังระบบสื่อสารค่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ายใหญ่ ๆ อย่างเอไอเอส ทรู อันนั้นความร่วมมือสามารถดูได้ตรงไหนในกรณีที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ขอความร่วมมือได้อย่างไร และจะสามารถส่ง 1-2 แสนเลขหมายจะส่งได้ 1 ล้านได้อย่างไร รวมทั้งการเตือนภัยให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยด้วย จึงขอให้ กสทช. และ ปภ. ช่วยประสานกันอีกทีว่าสามารถปรับปรุงเรื่องนี้ได้อย่างไร
"ท่านต้องตอบคำถามตรงนี้ เพราะดิฉันต้องตอบคำถามประชาชน เพราะว่าดิฉันสั่งไปตั้งแต่ก่อนบ่ายสองว่าให้ sms เตือนให้หมดทุกอย่าง แต่ระบบไม่ออก เลยไม่ทราบว่าต้องปรับปรุงตรงไหนเพิ่มเติมได้อีก ท่านมีข้อแนะนำได้ไหม แนะนำมาเลย มีการสั่งการทั้ง มท. และนายกฯ แล้ว ต้องดำเนินการอย่างไรอีก" นายกรัฐมนตรี กล่าว

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล
ต่อมา น.ส.แพทองธาร แถลงภายหลังการประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหวว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตาม ปรับปรุงแก้ไขตรงไหนได้บ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีตึกกำลังก่อสร้างถล่ม 1 ตึก ส่วนตึกอื่น ๆ ใน กทม. ไม่มีผลกระทบอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากมีมาตรฐานรองรับแผ่นดินไหวไว้อยู่แล้วในกฎข้อบังคับ แต่ได้เร่งให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ตรวจสอบตึก สตง. ที่ถล่มว่าเกิดอะไรขึ้น โดยให้รายงานผลใน 1 สัปดาห์
นายกฯ กล่าวขอให้ประชาชนมั่นใจว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวมีอาฟเตอร์ช็อกประมาณ 50 ที แต่ไม่ได้รู้สึก หรือไม่ได้รู้ตัวกันแล้ว ความสั่นจากอาฟเตอร์ช็อกน้อยลงเรื่อย ๆ รอบสุดท้ายเช็คสัญญาณมา 24.00 น.คืนวานนี้ (28 มี.ค.) มีแรงสั่นสะเทือนต่ำกว่า 1.2 ริกเตอร์ ตอนนี้คือไม่รู้สึกอะไรแล้ว และกล่าวว่ารัฐบาลจะเยียวยา และดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกอย่างโดยเร็วที่สุด
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้คุยกับทุกภาคส่วนของ กทม. ดูแลส่วนหน้าที่เกิดเหตุตอนนี้ และตอนนี้มี ปภ.ช. กำกับดูแลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะเป็นผู้บัญชาการศูนย์นี้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนัก และมีการเข้าไปในสถานที่จุดที่เกิดเหตุตึกถล่ม
น.ส.แพทองธาร กล่าวด้วยว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนัก และเข้าไปในสถานที่จุดที่เกิดเหตุตึกถล่ม ขณะนี้รอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแถลงว่าต้องการส่วนที่จะได้รับการดูแลที่หน้างานอย่างไรบ้าง ทั้งส่วนของกรม ปภ. เรื่องเครื่องมือ เครื่องจักร และการกู้ภัยต่าง ๆ
ความหวังของญาติที่รอคอยและอาสาในที่เกิดเหตุ
"ตอนเที่ยงเราทักแชทคุยกันว่าจะเรากลับบ้านด้วยกันตอนสงกรานต์ คำสุดท้ายที่คุย เขาบอกให้เราสู้ ๆ นะ สู้เพื่อครอบครัว" หนูพัด กองพร หญิงวัย 37 ปี กล่าวกับบีบีซีไทย
บุคคลที่เธอมาตามหาตั้งแต่ราวหนึ่งทุ่มเมื่อวานนี้ที่จุดอำนวยการในที่เกิดเหตุตึกถล่ม คือ พ่อและแม่ของเธอ และคำกล่าวชวนกันกลับบ้านช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ก็เป็นบทสนทนาสุดท้ายที่ได้พูดคุยกัน
"โทรหาแม่ไม่ติด พยายามติดต่อไปก็โทรติดต่อไม่ได้ จนถึงหกโมงเย็น มีเพื่อนของพ่อโทรมาแจ้งว่าพ่อกับแม่ทำงานที่นี่ เราเลยนั่งรถมาตรวจสอบชื่อที่นี่ มาถึงตั้งแต่ทุ่มกว่า ๆ ตั้งแต่ตอนนั้น จนปัจจุบันก็นั่งรอข่าวพ่อกับแม่จากหน่วยงาน ก็ยังไม่มีข่าวอะไรเลย" หนูพัดที่ยังอยู่ในชุดทำงานโรงงานตั้งแต่เมื่อวานนี้ บอก
หนูพัด เล่าว่าจากที่หัวหน้างานของแม่แจ้ง เขาบอกว่าแม่ทำงานอยู่ที่ชั้น 29 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่แม่กินข้าวและกำลังจะขึ้นไปทำงานต่อ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าขณะที่ตึกถล่มลงมาแม่ของเธออยู่จุดไหน
"ยังมีความหวังอยู่ถึงแม้จะเล็กจะน้อยแค่ไหนก็ยังหวังให้เขากลับออกมาอย่างปลอดภัยทั้งคู่"

ที่มาของภาพ, NAPASIN SAMKAEWCHAM/BBC THAI
อำนวย จาดฤทธิ์ สามีของหนูพัดที่เดินทางมารอการค้นหาด้วยกัน คิดว่า เจ้าหน้าที่ทำงานช้าไปในมุมมองของเขา
"ผมว่าทำงานช้าไป มาดูตอนตี 4 ไม่มีเจ้าหน้าที่ รถเครนเพิ่งเริ่มทำงานตอนเก้าโมง ผู้ประสบภัยแล้วออกข่าวว่าอุปกรณ์ไฮเทค เครื่องมือไฮเทค เจ้าหน้าที่ทำงาน 24 ชั่วโมง ผมอยู่นี่ทั้งคืนตี 4 เจ้าหน้าที่หายไปหมดแล้ว มีแต่ญาตินั่งถ่างตากันกับนักข่าว" อำนวย กล่าวพร้อมนำภาพในมือถือที่ถ่ายไว้บริเวณด้านหลังพื้นที่เกิดเหตุให้ผู้สื่อข่าวดูตอนช่วงเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมื่อช่วงเช้า ระบุว่าการค้นหาในวันนี้จะเป็นการใช้เครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ ส่วนเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกล่าวว่าไม่สามารถใช้กำลังคนค้นหาได้แล้วเมื่อคืนที่ผ่านมาเนื่องจากจุดที่พบสัญญาณชีพอยู่ลึกลงไป
"เราก็ต้องรอ เรานั่งอยู่ข้างนอกมีความหวังภาวนา แฟนก็จุดธูปภาวนา ขอให้ปลอดภัย" เขากล่าวอย่างร้อนใจ ส่วนหนูพัดบอกว่า "เราจะรอจนกว่าที่สุด จนกว่าจะเจอว่าไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง ก็ขอให้ได้เจอ"
อุดร แอมประชา ชาว จ.ชัยภูมิ อายุ 57 ปี พร้อมด้วยสุพิศ บุตรศรี ชาว จ.ยโสธร วัย 40 ปี เดินทางมาที่หน้าบริเวณพื้นที่ที่ตึก สตง. ถล่มเช้านี้ เพื่อมาตามหาญาติลูกพี่ลูกน้องซึ่งทำงานเกี่ยวกับเดินไฟฟ้าในไซต์ก่อสร้าง พร้อมทีมงานกว่า 10 คน อุดร บอกว่า เขาเจอญาติ 2 คน ซึ่งเป็นแม่ลูกสองคนที่รอดชีวิตแล้ว แต่คนอื่น ๆ ยังไม่เจอและยังไม่สามารถติดต่อได้
"ติดต่อได้แต่แฟนกับลูกสาวของญาติที่ออกมาทัน แต่ทีมข้างในยังไม่รู้จะเป็นยังไง... ใจหาย คิดว่าคงจะไม่รอดแล้ว เพราะเขาอยู่ชั้นที่ 10 กว่า"

ที่มาของภาพ, NAPASIN SAMKAEWCHAM/BBC THAI
ด้านภัคพล เมธีภักดี อาสากู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม เปิดเผยการทำงานของทีมอาสาว่า ตั้งแต่เมื่อวานหลังเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงประมาณบ่าย 2-3 มูลนิธิเพชรเกษมส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บตามจุดต่าง ๆ ที่เป็นพื้นที่รอบนอกที่เกิดจากการบาดเจ็บของสะเก็ดตามโรงพยาบาลต่าง ๆ หลังจากเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บรอบนอกแล้วจึงเป็นขั้นการค้นหาผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร เมื่อวานนี้ (28 มี.ค.) ทีมของมูลนิธิสามารถช่วยออกมาได้ประมาณ 3 ราย และกู้ร่างผู้เสียชีวิตผู้หญิงออกมาได้ 1 รายในจุดโซน B คาดว่าเป็นชาวสัญชาติเมียนมา เมื่อช่วงเวลาประมาณตี 1 กว่า ๆ
เขาอธิบายว่า การกู้ภัยและค้นหาแบ่งพื้นที่ค้นหาออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ โซน ABCD โดยแบ่งการค้นหาโดยจัดแบ่งทีม อย่าง มูลนิธิเพชรเกษม ได้รับมอบหมายให้ค้นหาในพื้นที่โซน B ก็ไปเจอทั้งผู้รอดชีวิต และผู้เสียชีวิตตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนถึงเมื่อช่วงเช้า มีการสับเปลี่ยนกำลังกันอยู่ตลอด จนถึงเมื่อช่วงสาย ๆ ที่ผ่านมา
"การค้นหาและการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บมันทำไประดับหนึ่งแล้ว พอถึงช่วงสาย ๆ มันทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะคนที่ขอความช่วยเหลือหรือที่ยังมีสัญญาณชีพอยู่ลึกจากเราไปหลายเมตร อย่างต่ำน่าจะประมาณ 5 เมตร"
ภัคพล อธิบายว่าการพบสัญญาณชีพเป็นการใช้เครื่องมือตรวจจับเสียง เวลาคนขอความช่วยเหลือ บางรายพูดไม่ได้ แต่จะใช้วิธีเคาะเรียกเป็นจังหวะ เครื่องมือตัวนี้จะถูกสอดเข้าไปตามรู ตามช่องต่าง ๆ ที่พอจะสอดสายสัญญาณเข้าไปได้ และเจ้าหน้าที่มีหูฟังว่าจะสามารถได้ยินสัญญาณอะไรได้บ้าง หลังจากที่เจอแล้วจะมีการกำหนดหรือมาร์กจุด เช่น ในพื้นที่โซน A มีสัญญาณขอความช่วยเหลือจากการประเมินจากเสียง เมื่อวานนี้เขาบอกมี 15 ราย ช่วยออกมาจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ช่วงโซน B ยังช่วยเหลือออกมาไม่ได้
"ตัวเลขผู้ที่ติดอยู่ในอาคารจริง ๆ ไม่สามารถบอกได้ว่า ติดเท่าไหร่ เพราะไม่แน่ใจว่า เจ้าของพื้นที่สามารถบอกตัวเลขที่ชัดเจนถูกต้องหรือไม่"

ที่มาของภาพ, NAPASIN SAMKAEWCHAM/BBC THAI
อาสาสมัครรายนี้ กล่าวต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ ปภ. จะเป็นหน่วยบัญชาการหลัก ส่วนทีมอาสาสมัครจะเป็นหน่วยสนับสนุน เป็นลูกทีมในการช่วยหยิบจับ หรือเป็นการช่วยยกอุปกรณ์ ช่วยยกผู้บาดเจ็บออกมา ถ้าเป็นอุปกรณ์ด้านเทคนิคระดับสูงจะเป็นส่วนของผู้เชี่ยวชาญ ส่วนทางมูลนิธิเป็นหน่วยสนับสนุนตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ
"เหตุการณ์ตึกถล่มเคยเจอมาหลายครั้ง แต่เท่าที่เจอตอนนี้เหตุการณ์นี้น่าจะใหญ่ที่สุด และมีผู้ติดค้างมากที่สุด" เขากล่าว และบอกว่า มีเจ้าหน้าที่อาสามาช่วยถึง 60-70 คน บางส่วนกลับไปพักบ้างแล้ว และทีมอาสาได้ปรับแผนบางส่วนมาดูแลเรื่องอาหาร
ในฐานะผู้อยู่ในพื้นที่หน้างาน ภาพที่เขาเห็นขณะที่การค้นหากำลังดำเนินไป คือภาพของบุคคลที่มาตามหาเพื่อน ญาติพี่น้องที่พวกเขารัก
"เมื่อกี้มีแรงงานชาวเมียนมา ผมมองไปยังเห็นว่าเขามีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าจากการวิ่งหนี เพื่อนเขายังอยู่ข้างใน ยังออกมาไม่ได้ แต่เขาก็มานั่งเฝ้าอยู่ตรงนี้ เท่าที่สังเกตแววตาเขาเศร้ามาก และเหมือนกำลังรอเพื่อนกลับมา"
สถานการณ์ในเมียนมา ยอดตายพุ่งกว่าพันราย

ที่มาของภาพ, EPA
รัฐบาลทหารเมียนมา รายงานยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 1,002 ราย ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 2,376 คน
ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่รอดชีวิตที่ยังอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา

ที่มาของภาพ, Myanmar's military regime
รัฐบาลเมียนมาเปิดเผยว่า ได้เปิดโรงพยาบาลชั่วคราวและค่ายบรรเทาทุกข์ที่สนามบินมัณฑะเลย์ แต่ยังไม่ระบุว่า จะสามารถรองรับผู้คนได้จำนวนเท่าใด
ทั้งนี้ สนามบินแห่งนี้ยังเปิดใช้การไม่ได้ในขณะนี้ เนื่องจากรันเวย์ได้รับความเสียหายระหว่างเกิดแผ่นดินไหว แต่กองทัพเมียนมาเปิดเผยว่า กำลังเร่งแก้ไขเพื่อให้สามารถกลับมาเปิดบริการเที่ยวบินอีกครั้ง
นอกจากนี้ ชาวเมียนมาหลายล้านคนยังต้องประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้หลายชั่วโมง โดยบริษัทที่ดูแลในการจ่ายไฟฟ้าในนครย่างกุ้ง แจ้งให้ประชาชนทราบว่า จะมีการจ่ายไฟฟ้าเพียง 4 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในขณะนี้ บริษัทไฟฟ้ากำลังพยายามผลิตและจำหน่ายพลังงานจากเครื่องยนต์กังหันแก๊ส ก่อนที่โครงข่ายไฟฟ้าจะสามารถเชื่อมต่อกับมันได้
ชาวเมืองในมัณฑะเลย์และนครย่างกุ้งรายงานว่า หลังจากเกิดแผ่นดินไหว ไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพื้นที่บางส่วนในเมียนมาจะได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แต่ยังคงมีรายงานการสู้รบกัน โดยกองกำลังพิทักษ์ประชาชนหรือ พีดีเอฟ รายงานว่า ยังมีการโจมตีทางอากาศในเมียนมา
ทั้งนี้ นับตั้งแต่การทำรัฐประหารในปี 2021 เมียนมาตกอยู่ภายในการปกครองโดยทหาร











