You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ผลสำรวจพบองคชาตของบุรุษทั่วโลกมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก
ทีมนักวิจัยทางการแพทย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (urology) จากสหรัฐฯ และอิตาลี ตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดลงในวารสาร The World Journal of Men’s Health โดยระบุว่าขนาดของอวัยวะเพศชายขณะแข็งตัวเต็มที่นั้น ดูเหมือนว่าจะขยายยาวเพิ่มขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมานี้
ขนาดของอวัยวะเพศชายดังข้างต้น เป็นค่าเฉลี่ยที่ได้จากการสำรวจประชากรบุรุษทั่วโลก 55,761 คน ในการสำรวจหลายครั้งที่จัดทำขึ้นระหว่างปี 1942-2021
ทีมผู้วิจัยบอกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือในระดับสูง เพราะการตรวจวัดขนาด “น้องชาย” ในการสำรวจทุกครั้ง ทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ใช้เครื่องมือได้มาตรฐาน โดยไม่นำเอาข้อมูลจากการวัดขนาดด้วยตนเองของกลุ่มตัวอย่างมาพิจารณาร่วมด้วย
ผลการสำรวจพบว่า ความยาวของอวัยวะเพศชายขณะแข็งตัวเต็มที่ในหลายภูมิภาคของโลกและในทุกกลุ่มอายุ เพิ่มขึ้นถึง 24% ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญอย่างสูง โดยความยาวของอวัยวะเพศชายขณะแข็งตัวเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยเดิมที่ 12.3 เซนติเมตร (4.8 นิ้ว) ไปเป็น 15.2 เซนติเมตร (6 นิ้ว) ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยไม่พบความเปลี่ยนแปลงของค่าเฉลี่ยความยาวอวัยวะเพศชาย หากตรวจวัดขณะที่กำลังผ่อนคลายหรืออ่อนตัวในเวลาปกติ
ศ.นพ. ไมเคิล ไอเซนเบิร์ก ผู้นำทีมวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในสหรัฐฯ บอกว่าสาเหตุที่ริเริ่มทำการสำรวจเพราะสงสัยว่าความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพการเจริญพันธุ์ของเพศชาย เช่นจำนวนสเปิร์มที่มีแนวโน้มลดลง มีความเกี่ยวข้องกับขนาดของอวัยวะเพศที่อาจเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่
“เราพบว่าขนาดของอวัยวะเพศชายขณะแข็งตัวเต็มที่ไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในเวลาเพียงไม่กี่สิบปี ทำให้น่าเป็นห่วงว่านี่คือผลของการได้รับสารเคมีในสิ่งแวดล้อม อย่างเช่นยาฆ่าแมลง สิ่งปนเปื้อนในอาหาร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือของใช้เพื่อสุขอนามัยต่าง ๆ”
“สารเคมีเหล่านี้อาจไปรบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ และส่งผลให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมนได้ เหมือนกับกรณีที่เด็กทุกวันนี้เจริญเติบโตกันอย่างรวดเร็ว จนเป็นหนุ่มเป็นสาวไวยิ่งกว่าสมัยก่อนมาก เนื่องจากสารเคมีในสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของอวัยวะเพศ” ศ. นพ. ไอเซนเบิร์กกล่าว
ทีมผู้วิจัยมีแผนจะทำการสำรวจอีกครั้ง โดยให้ครอบคลุมประชากรบุรุษทั่วโลกในวงกว้างกว่าเดิม เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มที่ค้นพบในครั้งนี้ถูกต้อง ซึ่งการตรวจสอบซ้ำจะนำไปสู่การศึกษาเพิ่มเติมได้อย่างแน่ชัดว่า สารเคมีชนิดใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของอวัยวะเพศชายกันแน่