รัสเซีย-ยูเครน : ยูเครนผลิตไฟฟ้าส่งออกอีกครั้ง หลังรัสเซียโจมตีระบบพลังงาน

REUTERS

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, โรงไฟฟ้าย่อยในเมืองคาคิฟ ถูกรัสเซียโจมตี เมื่อเดือน ก.ย. 2565

ยูเครนกลับมาผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อการส่งออกได้เป็นครั้งแรกใน 6 เดือน หลังจากระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ได้รับการซ่อมแซมจากการถูกโจมตีจากรัสเซียในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา

ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2565 หรือปีที่แล้ว โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของยูเครน ถูกรัสเซียพุ่งเป้าโจมตีอย่างยาวนานต่อเนื่อง ทำให้ยูเครนเกิดวิกฤตด้านพลังงานถูกตัดกระแสไฟฟ้า และมีการดับไฟฟ้าให้ใช้งานได้เป็นช่วงเวลา ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา

ยูเครนถูกรัสเซียบังคับให้ หยุดการส่งออกกระแสไฟฟ้า แต่ตอนนี้ ยูเครนกำลังกลับมาขายกระแสไฟฟ้าอีกครั้ง

เฮอร์มัน ฮาลูเชนโก รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของยูเครน เซ็นคำสั่งให้มีการส่งออกไฟฟ้าได้ แม้ภารกิจหลักในการป้อนกระแสไฟฟ้ายังคงเป็นการจ่ายไฟในประเทศ เขาบอกว่า ยูเครนผลิตกระแสไฟฟ้าส่วนเกินได้มาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน และขณะนี้ยูเครนไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขใด ๆ

"ฤดูหนาวอันยากลำบากได้ผ่านไปแล้ว" เขากล่าว พร้อมบอกว่า ขั้นต่อไปคือการเริ่มกลับมาส่งออกกระแสไฟฟ้าอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ยูเครนสามารถติดต่อแหล่งทุนทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการก่อสร้างและ ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่เสียหายจากการถูกโจมตี

รมว. พลังงานยูเครน กล่าวชื่นชมบรรดาวิศวกรและพันธมิตรนานาชาติที่ร่วมกันซ่อมแซมให้ระบบผลิตไฟฟ้ากลับมาทำงานได้อีกครั้ง

เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้อาศัยในหลายเมืองของยูเครน บอกกับบีบีซีว่า กระแสไฟฟ้าเริ่มกลับมาเสถียรมากขึ้น ชาวเมืองดนีโปร ระบุว่า ไฟตามท้องถนนกลับมาส่องสว่างเหมือนเดิมแล้ว

EPA

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, กระแสไฟฟ้าดับในกรุงเคียฟ เมื่อเดือน พ.ย. 2565

อย่างไรก็ตาม ยูเครเนอร์โก (Ukrenergo) บริษัทพลังงานแห่งชาติของยูเครน ผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ บอกว่า ยูเครนไม่ควรไว้วางใจว่า รัสเซียจะหยุดการโจมตี

ยูเครเนอร์โก ระบุว่า รัสเซียเปิดปฏิบัติการโจมตีระบบพลังงานและไฟฟ้าของยูเครนด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีจำนวน 1,200 ครั้ง ในช่วงสงครามที่ผ่านมา โดยทางยูเครเนอร์โก ชี้ว่า การพุ่งเป้าโจมตีของรัสเซียเป็น "ความพยายามใหญ่หลวง" ที่จะทำลายระบบพลังงานของประเทศในชาติยุโรป

ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ชาวยูเครนบางส่วนต้องย้ายไปอยู่ศูนย์พักพิงที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ยืดหยุ่น ในศูนย์ดังกล่าวมีกระแสไฟฟ้า เครื่องทำความร้อน อาหารและยา ไว้รองรับผู้ประสบภัยความหนาวและสงคราม

โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำทุกแห่งในยูเครนได้รับความเสียหาย หลังจากรัสเซียปฏิบัติโจมตีเน้นเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ยูเครนยังสูญเสียอำนาจในการควบคุมโรงไฟฟ้าซาปอรีเชีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2565 หรือเพียงหนึ่งเดือนหลังจากรัสเซีย ส่งทหารบุกยูเครนในช่วงปลายเดือน ก.พ.

เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ยูเครน ตั้งเป้าว่าจะเก็บรายได้ 1.5 พันล้านยูโร จากการขายกระแสไฟฟ้าไปยังยุโรป ตลาดส่งออกพลังงานหลักตั้งแต่เกิดสงคราม

รัสเซียสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าของยูเครนมากแค่ไหน

หลังจากเผชิญกับความล้มเหลวในสมรภูมิรบหลายครั้ง ในเดือน พ.ย. ปีที่ผ่นมา กองทัพรัสเซียได้มุ่งเน้นการโจมตีไปที่โรงไฟฟ้าของยูเครน คลังเก็บเชื้อเพลิง และสถานีประปา

ยูเครเนอร์โก บริษัทพลังงานแห่งชาติของยูเครน ระบุว่า ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้ามีมากถึงขนาดที่ไม่สามารถตอบสนองต่อปริมาณความต้องการไฟฟ้าราว 50%

นายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า ประชาชนราว 6 ล้านคนใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้งาน

โรงไฟฟ้าทั่วประเทศตั้งแต่กรุงเคียฟไปจนถึงเมืองโอเดสซาทางใต้และเมืองวีนนิตเซียทางตะวันตกต่างถูกโจมตี กระแสไฟฟ้าขัดข้องทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถใช้ระบบทำความร้อน ขณะที่อุณหภูมิลดต่ำลงกว่า 0 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ของยูเครนช่วงฤดูหนาว

สหภาพยุโรป ได้มอบเงินผ่านกองทุนช่วยเหลือด้านพลังงานของยูเครน (Ukraine Energy Support Fund) ในการซื้ออุปกรณ์อย่างเครื่องปั่นไฟและสายไฟเพื่อที่จะได้มีปริมาณไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น