สำรวจผับบาร์กลางกรุง คุยกับนักท่องราตรี-เจ้าของร้าน ในคืนแรกรัฐบาลยืดเวลาปิดเป็นตี 4

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
รมว.มหาดไทย “วางใจ” ภาพรวมในวันแรกของการยืดเวลาเปิดสถานบริการไปถึงตี 4 หลังลงพื้นที่สุ่มตรวจย่านอาร์ซีเอ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้ประกอบการและนักท่องราตรีต่างขานรับกฎกระทรวงฉบับใหม่
“รู้ว่ามีนโยบาย แต่ไม่รู้ว่าเริ่มวันนี้” นักท่องเที่ยวชายที่เรียกแทนตัวเองว่า “หงา” กล่าวกับบีบีซีไทย
เขามองว่า เป็นนโยบายที่ดีหากทำเป็นโซนตามแหล่งท่องเที่ยว เพราะคนส่วนใหญ่มักมาเที่ยวช่วงดึก น่าจะพอกระตุ้นเศรษฐกิจไปได้ในตัวแม้ไม่มากนัก
เช่นเดียวกับสาววัยรุ่นที่ใช้ชื่อว่า “เมย์” ซึ่งบอกว่า ทราบว่าจะมีการยืดเวลาปิดร้านเหล้ามาครึ่งเดือนแล้ว แต่ไม่รู้แน่ชัดว่าจะเริ่มวันไหน
“หนูทำงานกลางคืนก็จะรู้ว่า (สถานบริการ) เปิด-ปิดช้าลง มันเวิร์คเลยสำหรับหนู เพราะบางทีร้านอื่นปิดเร็ว เราเพิ่งเลิกงาน อยากเที่ยวต่อ ก็มาเที่ยวร้านที่ปิดดึก ๆ ได้” เมย์บอก ขณะนั่งชิลด์อยู่กับเพื่อนย่านอาร์ซีเอ
การยืดเวลาเปิด-ปิดสถานบริการเป็น 04.00 น. เป็นไปตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ที่ต้องการให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่และไฮซีซัน
วานนี้ (15 ธ.ค.) ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดสถานบริการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2566 ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สถานบันเทิงทั้งประเทศที่จะได้ปิดตอนตี 4 แต่ต้องเป็น สถานบริการตามใบอนุญาต และต้องอยู่ใน 5 จังหวัด/พื้นที่ เท่านั้น ได้แก่ สถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร, จ.ภูเก็ต, จ.ชลบุรี, จ.เชียงใหม่ และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
นอกจากนี้ สถานบริการที่อยู่ในสถานที่ตั้งโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมทั่วประเทศ ก็สามารถเปิดบริการได้ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เช่นกัน
สำหรับ สถานบริการ ที่สามารถให้เปิดได้ถึง 04.00 น. ตามกฎกระทรวงนี้ ประกอบด้วย สถานที่ที่มีเวทีเต้นรำ, โรงน้ำชา, อาบอบนวด, ผับ คาราโอเกะ เธค, ร้านเหล้า ร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี จากเดิมต้องปิดตั้งแต่เวลา 24.00 น. หรือ 01.00 น. หรือ 02.00 น. ตามแต่ประเภทของสถานบริการ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
แต่ในวันสิ้นปี กฎกระทรวงฉบับนี้ขยายเวลาให้สถานบริการในทุกท้องที่ทั่วประเทศ สามารถเปิดบริการในคืนส่งท้ายปีเก่า (31 ธ.ค.) ไปจนถึงเวลา 06.00 น. ของวันปีใหม่ (1 ม.ค.) เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่
“วันปีใหม่ ที่จะยืดไปถึง 6 โมง ดีแน่ เพราะยังไงคนก็เมายันสว่าง พูดง่าย ๆ ปีละหน ไม่ได้มีมาบ่อย” หงากล่าวสนับสนุนการยืดเวลาเปิดผับบาร์ในคืนนับถอยหลังสู่ปี 2567
“ผมอาจจะขี้เกียจกลับบ้าน อาจมาอีกก็ได้” อนุทินแย้มสุ่มตรวจอีก
ในวันแรกของการบังคับใช้กฎกระทรวงฉบับใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมด้วยอธิบดีกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และตำรวจในพื้นที่ ได้เดินทางไปตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานบริการย่านอาร์ซีเอ ถ.พระราม 9 กรุงเทพฯ พร้อมพูดคุยกับผู้ประกอบการและทักทายประชาชนที่มาใช้บริการ
ในถนนสายกลางคืนเส้นนี้ มีเพียง 3 ร้านที่มีใบอนุญาตให้เปิดได้ถึงตี 4 ได้แก่ ออนิก (ONYX) รูท 66 (ROOT 66) และสเปซพลัสบางกอก (Spaceplus Bangkok)
“เราไม่ได้มาบุกค้น แต่มาตรวจความเรียบร้อย เราเลือกตรวจสอบร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้องที่มีสิทธิ์เปิดได้ตามเงื่อนเวลาที่ยืดออกไป” รมว.มหาดไทยกล่าว
จากการสังเกตการณ์ของนายอนุทินเมื่อช่วงเที่ยงคืน “ภาพรวมที่เกิดขึ้นแบบนี้ เราก็วางใจ” เนื่องจากสถานบริการได้ตรวจสอบบัตรประชาชนและอาวุธอย่างเคร่งครัด ส่วนผู้ที่มาเที่ยวก็มีพฤติกรรมอยู่ในความสงบเรียบร้อย ส่วนใหญ่เดินทางโดยรถสาธารณะ
ไม่มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปีมาใช้บริการใช่หรือไม่?
“ถ้าผมมา ไม่มีแน่ ทีนี้ผมอาจจะขี้เกียจกลับบ้าน ผมอาจมาอีกก็ได้ ก็ต้องคอยสุ่มดูกัน” มท. 1 ตอบคำถามผู้สื่อข่าว
รมว.มหาดไทยระบุว่า การขยายเวลาเปิดสถานบริการเป็นโซนนิ่ง เพราะมุ่งมั่นที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงานสร้างอาชีพ... ผู้คน ลูกจ้าง พนักงานเสริฟ บาร์เทนเดอร์ เชฟ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก็มีงานทำ มีรายได้เพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวก็มาใช้จ่าย รัฐบาลพยายามให้มีการหมุนเวียนของเม็ดเงิน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ผับ บาร์ ร้านที่จะสามารถเปิดให้บริการได้ถึงเวลา 04.00 น. มีทั้งหมด 207 แห่ง ตามการเปิดเผยของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม. แต่ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 140 แห่ง เนื่องจากบางแห่งปิดกิจการไปแล้ว
สถานบริการที่เปิดได้ถึงตี 4 จะตั้งอยู่ใน 3 โซนหลัก ได้แก่ รัชดา สีลม และอาร์ซีเอ
ส่วน ถ.ข้าวสาร ซึ่งมีสถานบันเทิงและร้านเหล้าราว 50 ร้าน มีเพียง 3 ร้านที่ได้รับอนุญาตให้เปิดได้ถึง 04.00 น. ซึ่งในคืนแรก ลูกค้าบางส่วนก็ไม่ได้นั่งลากยาวจนถึงตี 4 พนักงานร้านจึงได้เก็บกวาด ทำความสะอาดพื้นที่ตั้งแต่ตี 2 เศษ
หลังจากนี้ กทม. จะจัดทำรายละเอียดออกมาร้านไหนเข่าข่ายสถานบริการที่ได้รับอนุญาตบ้าง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ย้ำต้องจับลูกค้าตรวจแอลกอฮอล์ ห้าม “เมาแล้วขับ”
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาเน้นย้ำว่า สถานบริการที่เปิดได้ถึง 04.00 น. ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบริการ พ.ศ. 2546 และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบุคคลที่มีอาการมึนเมาสุราจนครองสติไม่ได้
นอกจากนี้ สถานบริการยังต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์ทางลมหายใจ ก่อนอนุญาตให้ลูกค้าขับขี่ยานพาหนะออกจากสถานบริการ
- หากวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดทางลมหายใจแล้วพบว่ามีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้สถานบริการจัดหาที่พักคอย และอำนวยความสะดวกเพื่อรอให้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดทางลมหายใจลดลงต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงอนุญาตให้ขับขี่ออกจากสถานบริการ
- หากผู้ขับขี่ยานพาหนะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ไม่ยินยอมพักคอย ให้สถานบริการประสานให้เพื่อน/ญาติของผู้ใช้บริการขับขี่แทน หรือให้จัดบริการยานพาหนะ เพื่อส่งลูกค้าเดินทางกลับโดยคิดค่าบริการจากผู้ใช้บริการ
สำหรับตัวเลข 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขตามกฎหมาย หากบุคคลที่มีใบขับขี่ตลอดชีพ หรือใบขับขี่ 5 ปี และมีอายุเกิน 20 ปี เป่าแอลกอฮอล์แล้วพบว่าปริมาณเกินกว่านี้ จะถือว่า “เมาแล้วขับ” มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ตาม พ.ร.บ.จราจร พ.ศ. 2522
ผู้ประกอบการเชื่อ ลูกค้าต่างชาติเพิ่ม
ด้านผู้ประกอบการก็ขานรับกฎกระทรวงฉบับใหม่เช่นกัน เพราะเชื่อว่าแนวโน้มน่าจะส่งผลดีกับสถานบริการ แต่ยังขอรอดูพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก่อนประเมินผลและประเมินรายได้ที่ทางร้านจะได้รับ
สรวุฒิ เยี่ยมพัฒน์ เจ้าของร้าน ONYX ย่านอาร์ซีเอ มองว่า การยืดเวลาปิดสถานบริการเหมาะสมกับบางพื้นที่ และบางลักษณะของสถานบันเทิง อย่างร้านขายอาหารที่มีดนตรีสดเล่น หากเปิด 18.00-04.00 น. ก็จะหนักเกินไป แต่ถ้าเป็นคลับ ดิสโกเธค ถือว่ามีความเหมาะสมระดับหนึ่ง เพราะเปิดหลัง 21.00 น. โดยปกติลูกค้าก็จะเข้าราว 23.00 น. ช่วงระยะเวลาการเที่ยวถือว่าไม่ยาวมาก
ส่วนในวันแรกที่รัฐให้เปิดได้ถึง 04.00 น. ทางร้านได้ปรับเพิ่มค่าแรงให้พนักงานตามระยะเวลาที่ขยายออกไป และเน้นย้ำเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยซึ่งทำเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การตรวจอาวุธ การใช้ระบบกล้องวงจรปิดรอบบริเวณ การใช้เครื่องสแกนบัตรประชาชนตัวจริง
“ทางร้านได้เตรียมทีมงานที่สามารถพูดภาษาต่าง ๆ ได้ เพื่อทำงานกับลูกค้าที่ดื่มแล้วเมา ปัญหาการกระทบกระทั่งมีแน่นอน อยู่ที่ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ดีที่สุด” สรวุฒิกล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เจ้าของร้านรายนี้คาดการณ์ว่า การยืดเวลาปิดสถานบริการ “มีแนวโน้มจะได้ลูกค้าชาวต่างชาติมากขึ้น” เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าต่างชาติจะเคยชินกับพฤติกรรมเวลาอยู่บ้านเขาคือไปเที่ยวตอนเที่ยงคืน แต่มาบ้านเรา เที่ยงคืนไปเที่ยวได้แป๊บเดียว ปิดแล้ว แต่ถ้าเราปรับตัวเข้าหาลูกค้าต่างชาติ เชื่อว่ามีแนวโน้มจะได้ลูกค้าต่างชาติมากขึ้น เขาอาจไปทานอาหาร เที่ยวที่ไหนก่อน จนถึงเวลาที่เขาเคยชินกับการมาเข้าคลับ ผับ เที่ยวกลางคืน แต่ทั้งหมดนี้ขอรอดูแนวโน้มพฤติกรรมของทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทยก่อน











