นักสิทธิมนุษยชนเบลารุสและองค์กรจากรัสเซีย-ยูเครน ครองรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 2022

อาเลส เบียเลียตสกี นักสิทธิมนุษยชนชาวเบลารุส

ที่มาของภาพ, RIGHT LIVELIHOOD

คำบรรยายภาพ, อาเลส เบียเลียตสกี นักสิทธิมนุษยชนชาวเบลารุส

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของนอร์เวย์ ประกาศยกย่องผลงานของนักกิจกรรมชาวเบลารุส รวมทั้งองค์กรภาคประชาสังคม 2 แห่งในรัสเซียและยูเครน ซึ่งทั้งหมดต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิพื้นฐานของพลเมือง และสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำสงครามรุกรานยูเครน

รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีนี้ มอบให้แก่นายอาเลส เบียเลียตสกี (Ales Bialiatski) ผู้นำภาคพลเมืองซึ่งรณรงค์เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศเบลารุส รวมทั้งองค์กรภาคประชาชน “เมโมเรียล” (Memorial) ในรัสเซีย และศูนย์เพื่อเสรีภาพพลเมือง (Center for Civil Liberty) ของยูเครน

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแถลงว่า ผู้ได้รับรางวัลในปีนี้มีผลงานดีเด่นในการติดตามบันทึกข้อมูลและเปิดเผยคดีอาชญากรรมสงคราม การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้อำนาจในทางที่ผิดโดยปราศจากความชอบธรรม

“พวกเขาทำให้โลกได้ประจักษ์ถึงความสำคัญของภาคประชาสังคม ในการสร้างสันติภาพและประชาธิปไตย” คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2022 กล่าว

สำหรับประวัติของนายอาเลส เบียเลียตสกี วัย 60 ปีนั้น เขาเป็นนักสิทธิมนุษยชนที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในการต่อสู้เพื่อภาคประชาสังคมของเบลารุส โดยได้ก่อตั้งองค์กรเอกชน “เวียสนา” (Viasna) ขึ้นเมื่อปี 1996 เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรดานักโทษการเมือง รวบรวมข้อมูลและเปิดเผยความจริงกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และติดตามจับตาดูการเลือกตั้งที่ส่อแววทุจริตด้วย

ภาพวาดของนายอาเลส เบียเลียตสกี, ตราสัญลักษณ์ขององค์กร Memorial (กลาง), และตราสัญลักษณ์ของศูนย์เพื่อเสรีภาพพลเมือง (ขวา)

ที่มาของภาพ, NOBEL PRIZE OUTREACH

คำบรรยายภาพ, ภาพวาดของนายอาเลส เบียเลียตสกี, ตราสัญลักษณ์ขององค์กร Memorial (กลาง), และตราสัญลักษณ์ของศูนย์เพื่อเสรีภาพพลเมือง (ขวา)

นายเบียเลียตสกีต้องเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจทางการเมืองของเบลารุส โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก “ผู้นำเผด็จการคนสุดท้ายของยุโรป” ที่ภาคประชาชนประท้วงต่อต้าน 

เขาเคยถูกคุมขังหลายครั้ง และตกเป็นเป้าการตั้งข้อกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ล่าสุดเขายังอยู่ในเรือนจำเนื่องจากความผิดฐานหลบเลี่ยงภาษี โดยถูกคุมขังทั้งที่ยังไม่มีการพิจารณาคดีมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว

ด้านองค์กรเมโมเรียลของรัสเซียนั้น ถือเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่จัดตั้งขึ้นหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เพื่อตรวจสอบและเปิดเผยเหตุอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่เกิดขึ้นในยุคของสตาลิน อย่างไรก็ตาม การทำงานขององค์กรเพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของภาครัฐในปัจจุบัน ทำให้ผู้นำรัสเซียไม่พอใจ และสั่งยุบเลิกองค์กรนี้ไปเมื่อราวครึ่งปีก่อน 

ส่วนศูนย์เพื่อเสรีภาพพลเมืองของยูเครน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2007 เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชนและคุณค่าแบบประชาธิปไตย องค์กรนี้มีบทบาทอย่างมากในการรวบรวมข้อมูลและติดตามตรวจสอบคดีอาชญากรรมสงคราม ซึ่งเกิดขึ้นนับหมื่นกรณีหลังรัสเซียพยายามบุกเข้ายึดครองดินแดนยูเครน โดยต้องการนำอาชญากรสงครามซึ่งรวมทั้งประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย มาเข้ารับการพิจารณาคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ให้ได้