โควิด 19 : โอมิครอนทำแผนเที่ยวปีใหม่ครอบครัวไทยกลายเป็นกักตัวเกือบเดือนในอังกฤษ

ที่มาของภาพ, วีรวัฒน์ อัจจุตมานัส
- Author, วีรวัฒน์ อัจจุตมานัส
- Role, นักเขียนอิสระ
จุดเริ่มต้นของการเดินทางท่องเที่ยวอังกฤษ 17 วันของครอบครัวเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่คือการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในรอบ 2 ปีของพวกเรา และเป็นการเดินทางไปเยี่ยมหลานสาว 2 คนที่เดินทางไปเรียนต่อตั้งแต่กลางปีโดยที่ไม่มีใครในครอบครัวไปส่งเลย
ในขณะเดียวกันข่าวยอดผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอนของอังกฤษในช่วงนั้นก็พุ่งสูงเกือบหลักแสนแทบทุกวัน จนคิดจะยกเลิกการเดินทางหลายครั้ง แต่สุดท้ายพวกเราก็ตัดสินใจเดินหน้าสู่เกาะอังกฤษในวันที่ 23 ธ.ค.
ก่อนเดินทางพวกเราเตรียมตัวไปอย่างดี พกยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ จากเมืองไทยไปด้วย รวมถึงการไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นกันทั้งครอบครัว ยกเว้นหลานชายวัย 17 ปีที่เพิ่งฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม ส่วนหลานวัย 11 ปี และ 3 ปี อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ได้รับวัคซีน รวมถึงการปรับแผนการเดินทางออกนอกเมืองในวันที่คิดว่าคนหนาแน่น เลือกอยู่ในลอนดอนในวันคริสต์มาสแทนเพราะเป็นวันทีเงียบเหงาที่สุด เว้นก็แต่ในวันที่ 27 ธ.ค. เราพาหลาน ๆ เข้าไปเล่นที่สวนสนุก Winter Wonderland ที่คนค่อนข้างจอแจและชาวลอนดอนก็ไม่ค่อยสวมแมสก์กันเลย
เรามุ่งหน้าไปเมืองยอร์กในวันถัดมา สถานการณ์ยังดูปกติ ทุกคนยังดูสดใสร่าเริง มีเพียงหลานชายวัย 17 ปีที่เริ่มดูซึม ๆ มีไข้ต่ำ ๆ โดยเราคิดว่านี่คงเป็นไข้หวัดธรรมดาที่เกิดจากอากาศหนาวเย็นของอังกฤษ จนในวันที่ 29 ธ.ค. ขณะที่เราแวะพักค้างคืนที่นิวคาสเซิลเพื่อมุ่งหน้าสู่สกอตแลนด์ หลานชายคนนั้นเริ่มร้องขอชุดตรวจหาเชื้อ ที่คนไทยเรียกว่า Antigen Test Kit หรือ ATK ที่เอามาจากไทยทันที (ที่อังกฤษใช้คำว่า Lateral Flow Test Kit หรือ LFT) เพราะเริ่มสงสัยว่าจะติดเชื้อโควิดโอมิครอนเข้าให้แล้ว ผลออกมาเป็นตามคาดได้ผลบวกถึง 2 อัน เขาน่าจะติดเชื้อโควิดแน่นอนแล้ว แต่สมาชิกในครอบครัวจะทำอย่างไรต่อไป
ความสับสนอลหม่านของครอบครัว
ความรู้สึกแรกมันเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย จับต้นชนปลายไม่ถูกโดยเฉพาะคนเป็นพ่อเป็นแม่ นี่คือเชื้อโรคที่ยังทำให้คนตายได้อยู่ และในขณะนั้นข้อมูลเกี่ยวกับโอมิครอนก็ยังมีความสับสนอยู่มาก พวกเราเริ่มหาทางกลับบ้านตั้งแต่วินาทีนั้น แต่มันมืดแปดด้าน นอกเสียจากการเข้าสู่ระบบการคัดกรองโรคของ ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service - NHS) บริการของรัฐบาลอังกฤษที่ดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน แต่ก่อนอื่นเราต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งเพื่อกักตัวให้ครบ 10 วันตามข้อกำหนดของสหราชอาณาจักร

ที่มาของภาพ, วีรวัฒน์ อัจจุตมานัส
เราตัดสินใจยกเลิกแผนการเดินทางเดิมทั้งหมด และมุ่งหน้าสู่เบอร์มิงแฮมที่หลานสาวเรียนหนังสืออยู่ แยกรถเช่าสำหรับย้ายผู้ป่วยออกไป 1 คัน โดยคนขับสวมแมสก์ 2 ชั้น และลงทะเบียนขอเข้าตรวจ PCR Test (ที่ต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์) เพื่อยืนยันผลสำหรับผู้ติดเชื้อและผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดได้อีก 3 คน ในจำนวนนี้คือพ่อ แม่ และน้องชายของผู้ติดเชื้อ
เราเช่าอะพาร์ตเมนต์แบบ 2 ห้องนอน จำนวน 3 หลัง แยกครอบครัวผู้ป่วยออกไป ส่วนผู้ป่วยก็แยกห้องนอนและห้องน้ำต่างหาก สมาชิกที่เหลือสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในห้อง ตอนนี้พวกเราทุกคนมีความเสี่ยงเพราะคลุกคลีอยู่ด้วยกันมาตลอดตั้งแต่เดินทางถึงอังกฤษ ชุดตรวจ LFT กลายเป็นของจำเป็นเพราะต้องตรวจหาเชื้อกันทุกวัน โชคดีที่รัฐบาลอังกฤษทุ่มงบมหาศาลสำหรับการตรวจคัดกรองผู้ป่วยทำให้เราเข้าถึงชุดตรวจได้ง่าย ผ่านการลงทะเบียนที่เว็บไซต์ของ NHS และเข้าไปรับได้ที่ร้านขายยาที่ร่วมโครงการ แต่สำหรับการเข้าถึงหมอนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย
ห้องฉุกเฉินและรถพยาบาล
ข่าวร้ายต้อนรับวันส่งท้ายปีเก่าก็คือหลานชายคนวัย 17 ปี ของผมติดเชื้อโควิดแน่นอน และน้องชายวัย 11 ปีของเขาก็ติดไปด้วย ซึ่งคือสิ่งที่วิตกมาตลอด เพราะเขาอยู่ในวัยก้ำกึ่งระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ได้รับวัคซีนและเป็นเด็กน้ำหนักเกินด้วย เขาเริ่มแสดงอาการหลังจากพี่ชาย 3 วันแต่อาการหนักกว่ามาก คือมีไข้สูง ตาลาย หัวใจเต้นแรง จนต้องเรียกรถพยาบาลให้มารับตัวไป เราหวังว่าเขาจะได้รับการรักษาตัวได้นอนในโรงพยาบาล แต่หมอเพียงแค่ให้ยาและแนะนำให้ซื้อยารักษาตามอาการ จากนั้นก็ปล่อยกลับบ้าน แต่เหมือนทุกอย่างจะไม่จบง่าย ๆ ผ่านไปอีก 3 วัน พี่สาวคนหนึ่งของผมมีตรวจผล LFT ออกมาเป็นบวก ทุกอย่างไม่น่าไว้ใจ เราเลยขอชุดตรวจ PCR Home Kit จาก NHS ผ่านทางไปรษณีย์ เพื่อตรวจสมาชิกทุกคนในครอบครัว

ที่มาของภาพ, วีรวัฒน์ อัจจุตมานัส
เมื่อผมและเกือบทุกคนกลายเป็นผู้ติดเชื้อ
เราตรวจ PCR Home Kit กันเมื่อ 3 ม.ค.ช่วงนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในอังกฤษทำสถิติใหม่มาหลายวันติด (187,414 คน เมื่อ 3 ม.ค.) ทำให้ผลออกมาล่าช้า ขณะที่กำหนดการกลับเมืองไทยของเราคือ 8 ม.ค. โดยข้อกำหนดของประเทศไทยจะต้องใช้ผล RT-PCR ภายใน 72 ช.ม. ผมตัดสินใจจะไปตรวจ RT-PCR เพื่อรับใบรับรอง Fit to Fly ในวันที่ 6 ม.ค. และเหมือนหวยออกทุก 3 วัน เช้าวันนั้นผมรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติจึงตรวจ LFT ก่อนแล้วผลออกมาเป็นบวก จึงบอกให้สมาชิกคนอื่น ตรวจอีกครั้ง สรุปว่าแทบทุกคนผลออกมาเป็นบวก และเพื่อยืนยันผล จะต้องลงทะเบียนตรวจ PCR ที่ศูนย์กันอีกครั้ง ขณะนี้ผู้ไม่ติดเชื้อในครอบครัวเหลือเพียง 3 คน คือ แม่ของเด็กที่ติดเชื้อคนแรก สามีของน้องสาว และพี่สาวคนหนนึ่งของผม เราตัดสินใจส่งพวกเขากลับไทย ยกเว้นแม่ของเด็กที่ติดเชื้อ 2 คนแรกที่อยากอยู่ดูแลและกลับพร้อมลูก ซึ่งเป็นการตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ในเวลาต่อมา

ที่มาของภาพ, วีรวัฒน์ อัจจุตมานัส
อาการของโควิดเชื้อโอมิครอน
ถึงตอนนี้ผมค่อนข้างคุ้นเคยกับโควิดโอมิครอน อาการของหลานชายทั้ง 2 คน เหมือนไข้หวัดมาก ๆ รักษาตัวสัก 3 วันก็หาย เมื่อตัวเองป่วย อาการก็เป็นแบบนั้น คือเริ่มต้นจากมีเสมหะเป็นก้อนเหนียว ๆ ในลำคอ ต่อจากนั้นมีอาการไอ เจ็บคอ คอแห้งเหมือนนอนอ้าปากทั้งคืน เหงื่อออกตอนกลางคืน มีไข้ต่ำ ปวดหลังส่วนล่าง และถ่ายท้องค่อนข้างบ่อย ขณะที่สมาชิกคนอื่นไม่มีอาการอะไรเลยก็มี หรือบางคนก็แค่ไอ โดยรวมแล้วโควิดโอมิครอนไม่น่ากลัวเลย แต่ความวุ่นวายที่กำลังจะตามมาเพราะติดเชื้อนี่สิ
ในอีเมลแจ้งผลตรวจจะมีรหัสผู้ติดเชื้อ และลิงก์เพื่อให้ลงทะเบียนกับระบบ NHS Test & Trace ซึ่งนี่จะมีความสำคัญต่อระยะเวลาการกักตัว 10 วัน สำหรับผู้ที่มีอาการจะนับจากวันที่มีอาการ ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการจะนับจากวันที่ตรวจ PCR Test ถ้าหากในวันที่ 6-7 ผลการตรวจ LFT เป็นลบ 2 วันติดต่อกันสามารถออกนอกบ้านได้ โดยคำถามหลัก ๆ ของ NHS Test & Trace จะเป็นประวัติส่วนตัว ประวัติการเดินทาง ประวัติผู้ใกล้ชิด เมื่อกรอกทุกอย่างเรียบร้อย จะได้รับอีเมลแจ้งวันสิ้นสุดการกักตัว ที่ต้องใช้เมื่อขอใบรับรองแพทย์ ในระหว่างนี้จะมึข้อความจาก NHS ส่งมาให้เรื่อย ๆ ทั้งในอีเมลและ SMS หรือเจ้าหน้าที่โทรศัพท์หาเพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือซักประวัติในกรณีที่ให้ข้อมูลไม่ครบ

คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อโควิดในสหราชอาณาจักร
- เข้าสู่ระบบคัดกรองโรคของ NHS ให้เร็วที่สุดด้วยการลงทะเบียนที่หน้าเว็บไซต์ - www.gov.uk/get-coronavirus-test
- ปฎิบัติตัวตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการลงรายละเอียด NHS Test & Trace เพื่อกำหนดวันสิ้นสุดการกักตัว
- ลงทะเบียนรับชุดตรวจ LFT ของทาง NHS ถ้าโชคดี คุณหายก่อนกำหนด ช่วยย่นระยะเวลาการกักตัวลงได้
- หาใบรับรองแพทย์ที่น่าเชื่อถือเพราะเป็นสิ่งจำเป็นในหลายกรณี
- ยอมรับความจริงอันปวดใจว่าโควิดทำให้คนต้องแยกจากกันดังนั้นใครหายก่อน จงกลับก่อน อย่าห่วงกัน จะยิ่งทำให้ปัญหาวนเวียนไม่รู้จบ
ส่วนขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยสำหรับคนไทยที่ได้รับวัคซีนครบแบบ Alternative Quarantine (AQ) ดูจากเว็บไซต์ของสถานทูตเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน

ถ้ารักกันจริงต้องทิ้งกันไป
ตั้งแต่ 29 ธ.ค. เป็นต้นมา มีเรื่องให้ลุ้นและปรับแผนการกลับบ้านกันใหม่แทบทุกวัน เมื่อสมาชิกในครอบครัวติดเชื้อเพิ่มทุก 3 วัน กำหนดกลับของแต่ละคนก็ต้องยืดออกไปเรื่อย ๆ มาถึงตรงนี้จากที่เคยอธิษฐานให้ "ไม่ติด" กลายเป็น "ขอให้ติด" พร้อมกันไปเลยดีกว่า เพราะต้องประสานงานกับฝ่ายกงสุลในกรุงลอนดอน ปรับเปลี่ยนเรื่อง Thailand Pass เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน จองตรวจ Fit to Fly เพื่อบินกลับไทย ฯลฯ ทุกอย่างดูวุ่นวาย และเหมือนวังวนเริ่มใหม่แทบทุกวัน ที่สำคัญทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนเลย อย่างพี่สาวที่เคยมีผลเป็นลบ กลับพบเชื้อเมื่อตรวจ Fit to Fly สรุปแล้วมีคนที่ได้บินกลับไทยตามกำหนดการเดิมคือวันที่ 8 ม.ค. แค่คนเดียว คือสามีของน้องสาวที่เป็นพ่อของหลานชายวัย 3 ขวบ
มันเป็นเรื่องทรมานใจที่ครอบครัวต้องแยกจากกัน แต่ก็เป็นทางรอดทางเดียวเหมือนคนจมน้ำ ใครขึ้นฝั่งได้ก่อนก็ขอให้ไปก่อน ไม่อย่างนั้นก็จมกันหมด กำหนดกลับครั้งต่อไปคือ 14 ม.ค. ในรอบนี้จะเป็นเด็ก ๆ ที่ติดเชื้อกลุ่มแรกและคุณแม่ของเขา ส่วนผมและคนที่เหลือวางแผนกลับ 17 ม.ค. ซึ่งครบกำหนดกักตัว 10 วันนับจาก 6 ม.ค.ตามผล PCR ที่ศูนย์ตรวจของ NHS ในจังหวะเดียวกันผลตรวจ PCR Home Kit เพิ่งมาถึงในวันที่ 9 ม.ค. ว่าพวกเราติดเชื้อกันตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. เป็นต้นมา ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ไทม์ไลน์และวันที่เหล่านี้มีผลกำหนดชะตากรรมให้พวกเราได้กลับบ้านในตอนท้าย
และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกจนได้เมื่อผล Fit to Fly ในวันที่ 12 ม.ค.ของแม่เด็กกลุ่มแรกออกมาว่าติดเชื้อ นั่นหมายความว่าต้องยืดเวลากักตัวไปอีก 10 วัน และแผนกลับไทยในวันที่ 14 ม.ค.มีอันต้องล่มไป ซึ่งถ้าหากตัดใจกลับไปก่อนตั้งแต่แรกเรื่องทุกอย่างจะจบลงเร็วกว่านี้

ที่มาของภาพ, วีรวัฒน์ อัจจุตมานัส
ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในช่วงใกล้สิ้นสุดการกักตัว พวกเราติดต่อคลีนิกเอกชนเพื่อออกใบรับรองแพทย์ให้ในราคาใบละราว 75 ปอนด์ หรือประมาณ 3,400 บาท (รัฐบาลสามารถออกให้ได้ แต่ต้องรอนาน) เพื่อใช้ยืนยันในกรณีผลตรวจยังเป็นบวกอยู่ แม้ครบเวลากักตัว เพราะจากข้อมูลมีความเป็นไปได้ที่เชื้อตายจะยังคงวนเวียนอยู่ในร่างกายของเราเป็นเดือน ๆ ถ้าโชคดีตรวจ Fit to Fly ได้ผลเป็นลบก็ดีไป แต่ถ้าผลออกมาเป็นบวกใบรับรองแพทย์จะช่วยยืนยันว่าคุณกักตัวครบตามกำหนด และเชื้อที่มีอยู่ในร่างกายเป็นเชื้อตายที่ไม่สามารถแพร่ระบาดได้อีก
สมาชิกครอบครัว 9 คนมีกำหนดกลับในวันที่ 17 ม.ค. ผล Fit to Fly ของ 5 คนออกมาเป็นลบ แต่ผลของผม สามีพี่สาว และน้องสาว (ที่ต้องพ่วงลูกชายวัย 3 ขวบมาด้วย) ยังคงเป็นบวกอยู่ เราตัดสินใจเดินหน้าเพื่อไปคุยที่เคาน์เตอร์สายการบิน เพราะยังไงเสียก็ครบกำหนดระยะกักตัว 10 วันที่อังกฤษแล้ว แต่ข้อกำหนดของฝั่งไทยคือ 14 วัน ทางสายการบินก็ยังไม่ยอมให้ขึ้นเครื่องอยู่ดี เราพยายามต่อรองด้วยผล PCR Home Kit ว่าติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. แต่ก็ไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่ยืนยันยึดวันที่จากใบรับรองแพทย์คือเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. ตามผล PCR ที่ไปตรวจที่ศูนย์ และแจ้งให้กลับมาใหม่ในวันที่ 20 ม.ค. ซึ่งจะครบกำหนด 14 วันพอดี ถึงวันนั้นแม้ผลจะยังเป็นบวกอยู่ก็สามารถขึ้นเครื่องได้ สรุปแล้วมีคนได้กลับเมืองไทยไปได้อีกเพียง 5 คนเท่านั้น ถึงวันนี้เราเพิ่งส่งคนกลับบ้านได้แค่ครึ่งเดียวของสมาชิกครอบครัวทั้งหมด

จาก 17 วัน กลายเป็น 1 เดือน
- 23 ธ.ค. 2021 ครอบครัวเดินทางถึงกรุงลอนดอน
- 27 ธ.ค. 2021 เล่นสวนสนุก Winter Wonderland ใน ลอนดอน
- 29 ธ.ค. 2021 หลานชายวัย 17 ปีตรวจพบเชื้อโควิด 19
- 31 ธ.ค. 2021 ผลตรวจ PCR ยืนยันว่าหลานชายติดเชื้อและน้องชายของเขาติดไปด้วย แต่พ่อแม่ของหลานมีผลเป็นลบ
- 3 ม.ค. 2022 ส่งผลตรวจ PCR Home Kit และ หนึ่งในพี่สาวได้ผลเป็นบวกจากชุดตรวจ ATK
- 6 ม.ค. 2022 สมาชิกของครอบครัวเกือบทั้งหมดติดเชื้อโควิดและเข้าสู่ระบบ NHS
- 8 ม.ค. 2022 ส่งสมาชิกครอบครัวกลับไทยได้เพียงคนเดียว
- 9 ม.ค. 2022 ผลตรวจ PCR Home Kit แจ้งว่าเราติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.
- 12 ม.ค. 2022 ผลตรวจ Fit to Fly แจ้งว่าแม่ของผู้ป่วยคนแรกติดเชื้อ ทำให้แผนการกลับบ้านในวันที่ 14 ม.ค.ต้องล่มไป
- 17 ม.ค. 2022 สมาชิกอีก 5 คนเดินทางกลับไทย
- 20 ม.ค. 2022 สมาชิกอีก 4 คนเดินทางกลับไทย
- 24 ม.ค. 2022 สมาชิกอีก 2 คนเดินทางถึงประเทศไทยเป็นการปิดทริปแสนยาวนานที่พวกเราจะไม่มีวันลืม

เมื่อผลการตรวจออกมา unclear
สมาชิกที่เหลือเริ่มวางแผนกันใหม่โดยจองตรวจ Fit to Fly ในวันที่ 18 ม.ค. เพื่อให้ทันบินออกจากอังกฤษในวันที่ 20 ม.ค. มาถึงวันนี้ การตรวจ PCR Fit to Fly กลายเป็นกิจวัตรวันเว้นวันของพวกเรา ซึ่งทำให้สูญเงินนับหมื่นบาทต่อคน ในคืนนั้นผลการตรวจของสามีพี่สาวออกมาเป็นลบ ส่วนน้องสาวยังคงเป็นบวกอยู่แต่ยังสามารถขึ้นเครื่องกลับได้เพราะครบ 14 วันตามข้อกำหนดของสายการบิน เหลือเพียงตัวผมที่ผลออกมาว่า unclear คือมีความกำกวมว่าติดหรือไม่ติดจากค่าตัวแปรต่าง ๆ จนต้องออกไปตรวจใหม่อีกครั้งในเวลาที่ฉิวเฉียด จนผลออกมาเป็นลบ
สมาชิกครอบครัว 4 คนเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 21 ม.ค. เข้าระบบ Thailand Pass และต้องตรวจ PCR กันอีกครั้ง โดยทั้งหมดได้ผลกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง โชคดีที่เราตัดสินใจทำใบรับรองแพทย์เอาไว้ยืนยันว่าผ่านการกักตัวมาแล้ว 14 วัน และเชื้อในร่างกายก็เป็นเชื้อตายที่แพร่ระบาดไม่ได้อีก ซึ่งกรณีนี้ก็เกิดขึ้นกับพี่สาว และหลานชายวัย 17 ปีที่ติดเชื้อเป็นคนแรก ทั้งๆ ที่ก่อนบินผล Fit to Fly ของทั้งคู่ไม่พบเชื้อเลยแม้แต่นิดเดียว
จนถึงวันที่ 24 ม.ค. สมาชิกของครอบครัวอีก 2 คน คือสามีภรรยาพ่อแม่ของเด็กที่ติดเชื้อเป็นคนแรกตรวจ Fit to Fly ได้ผลออกมาเป็นลบจึงได้กลับถึงเมืองไทยเป็นการปิดทริปแสนยาวนานที่ครอบครัวของเราจะไม่มีวันลืม

ที่มาของภาพ, วีรวัฒน์ อัจจุตมานัส











