ปธน. เบลารุสตอบโต้ชาติตะวันตก หลังถูกคว่ำบาตรจากกรณีสกัดเครื่องบิน-จับนักข่าว

ที่มาของภาพ, EPA
ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ประกาศกลางที่ประชุมสภาว่าปฏิบัติการเปลี่ยนเส้นทางบินของสายการบินไรอันแอร์เป็นไปเพื่อปกป้องพลเมืองและความมั่นคงของประเทศ พร้อมกับขู่ว่าจะตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรใด ๆ ก็ตามจากชาติตะวันตกซึ่งเขาเชื่อว่ากำลังใช้เบลารุสเป็น "สนามทดลอง" เพื่อรุกคืบไปถึงรัสเซีย
ถ้อยแถลงของนายลูกาเชนโกในที่ประชุมสภาเมื่อวานนี้ (26 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นเป็นการออกมาพูดต่อสาธารณะครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งทำให้ทางการเบลารุสถูกวิจารณ์อย่างหนัก
สหภาพยุโรป (อียู) มีมติห้ามสายการบินทั้งหมดของประเทศเบลารุสบินเข้าน่านฟ้าภูมิภาคยุโรป หลังเกิดเหตุเที่ยวบินหนึ่งของสายการบินไรอันแอร์ ถูกทางการเบลารุสบังคับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อให้ลงจอดที่กรุงมินสค์ซึ่งเป็นนครหลวง ก่อนเข้าจับกุมผู้สื่อข่าวฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่เป็นผู้โดยสารบนเครื่องบินลำดังกล่าวไป
ในการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ของประเทศเบลเยียมต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำจาก 27 ชาติสมาชิกของอียูตัดสินใจแบนสายการบินของเบลารุสเป็นการตอบโต้ ทั้งยังแจ้งให้สายการบินต่าง ๆ ในสหภาพยุโรปงดบินเหนือน่านฟ้าของเบลารุสอีกด้วย นอกจากนี้ อียูจะออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเบลารุสตามมาอีกในภายหลัง
เหตุอุกอาจซึ่งสร้างความบาดหมางดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 พ.ค.) หลังทางการเบลารุสนำเครื่องบินรบขึ้นบินประกบเที่ยวบิน FR4978 ของสายการบินไรอันแอร์ ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงเอเธนส์ของกรีซไปยังเมืองวิลเนียสของลิทัวเนีย แล้วบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่เมืองหลวงของเบลารุส โดยอ้างว่ามีการขู่วางระเบิด เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะเที่ยวบินของไรอันแอร์อยู่ในน่านฟ้าของเบลารุสและใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางในลิทัวเนียแล้ว
ผู้สื่อข่าวที่ถูกจับกุมคือนายโรมัน โปรทาเซวิช วัย 26 ปี ซึ่งเป็นชาวเบลารุสที่ลี้ภัยการเมืองในลิทัวเนียมาได้สองปีแล้ว ล่าสุดเขาปรากฏตัวในคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ออกมาเมื่อวานนี้ (24 พ.ค.) โดยนายโปรทาเซวิชกล่าวว่าเขายังปลอดภัยและแข็งแรงดี ทั้งได้สารภาพว่าตนกระทำความผิดจริง ตามที่ทางการเบลารุสกล่าวหาว่าเขาก่อการร้ายและยั่วยุปลุกปั่นให้เกิดเหตุจลาจลด้วย

ที่มาของภาพ, NEXTA
อย่างไรก็ตาม บรรดานักรณรงค์เคลื่อนไหวทางการเมืองของเบลารุสพากันวิจารณ์ว่า นายโปรทาเซวิชน่าจะถูกข่มขู่กดดันให้รับสารภาพ ในระหว่างการบันทึกคลิปวิดีโอดังกล่าว ส่วนอียูและชาติตะวันตกอื่น ๆ มองว่า การกระทำโดยพลการของเบลารุสในครั้งนี้ไม่ต่างไปจากการจี้เครื่องบิน
ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวว่า "ช่างเป็นการกระทำที่อุกอาจ ทั้งยังเป็นการโจมตีอันน่าละอายต่อผู้เห็นต่างทางการเมืองและเสรีภาพของสื่อมวลชน"
บิดาของนายโปรทาเซวิชบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า เขากลัวว่าลูกชายจะถูกทางการเบลารุสทรมานและทำร้ายร่างกาย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทางครอบครัวรู้สึกตกใจและเศร้าเสียใจอย่างมาก เพราะเรื่องเช่นนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 ตรงใจกลางของภูมิภาคยุโรปเลย เขายังหวังว่าประชาคมนานาชาติรวมทั้งอียู จะช่วยกันกดดันทางการเบลารุสอย่างเต็มความสามารถเพื่อคลี่คลายสถานการณ์นี้
"เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ"
ประธานาธิบดีเบลารุสยืนยันว่าเหตุที่เขาต้องสั่งการให้เที่ยวบินดังกล่าวเปลี่ยนเส้นทางมาจอดที่เมืองหลวงของเบลารุสเพราะมีการขู่วางระเบิดจริง โดยขณะนั้นเครื่องบินกำลังอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วย
"ผมต้องปกป้องประชาชนและต้องคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ" นายลูกาเชนโกกล่าวและปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่ามีการส่งเครื่องบินทหารไปประกบเครื่องบินของไรอันแอร์เพื่อบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางบิน โดยบอกเป็น "เรื่องโกหกอย่างสิ้นเชิง"
เขาบอกว่านานาชาติกำลังแทรกแซงกิจการภายในของเบลารุส

ที่มาของภาพ, HO via EPA
"นี่ไม่ใช่สงครามข้อมูลข่าวสารแล้ว แต่มันคือสงครามลูกผสม" นายลูกาเชนโกกล่าวต่อที่ประชุมสภาในกรุงมินสก์ "เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้มันกลายเป็นสงครามจริงขึ้นมา"
เขากล่าวหาว่าชาติตะวันตกกำลังใช้เบลารุสเป็น "สนามทดลอง" เพื่อรุกคืบไปยังรัสเซียซึ่งเป็นชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับเบลารุส และประกาศว่าเบลารุสจะตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรใด ๆ ก็ตามอย่างรุนแรง
"การค้นหาเหยื่อรายใหม่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้มีแต่ประเทศเราเท่านั้นที่เป็นเป้าหมาย เรากลายเป็นสนามฝึก เป็นสนามทดลองเพื่อการรุกคืบสู่ตะวันออก" ผู้นำเบลารุส ซึ่งปกครองประเทศมายาวนานถึง 27 ปีกล่าว
ทางการรัสเซียสนับสนุนความเห็นของนายลูกาเชนโก
"ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่เชื่อถ้อยแถลงของผู้นำเบลารุส" นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวกับผู้สื่อข่าว
ประธานาธิบดีลูกาเชนโก วัย 66 ปี ผู้ได้รับฉายาว่า "เผด็จการคนสุดท้ายของยุโรป" ถูกสหภาพยุโรปคว่ำบาตรอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีคำสั่งห้ามเขาเดินทางเข้าประเทศที่เป็นสมาชิกอียู และมีการอายัดทรัพย์สินของเขาในสหภาพยุโรปอีกด้วย เนื่องจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างหนัก
นายลูกาเชนโกยังถูกกล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้งเมื่อเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุให้มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ โดยเขาได้ลงมือปราบปรามผู้ต่อต้านอย่างรุนแรง จนต้องมีนักรณรงค์เคลื่อนไหวทางการเมืองและสื่อมวลชนจำนวนมากลี้ภัยไปยังต่างประเทศ
เกิดอะไรขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ค.
ทางการเบลารุสนำเครื่องบินรบลำหนึ่งขึ้นบินประกบเที่ยวบิน FR4978 ของสายการบินไรอันแอร์ ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงเอเธนส์ของกรีซไปยังเมืองวิลเนียสของลิทัวเนีย เพื่อบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางและลงจอดที่กรุงมินสค์ในเวลา 13.16 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเหตุนี้เกิดขึ้นขณะที่เที่ยวบินของไรอันแอร์อยู่ในน่านฟ้าของเบลารุส และใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางในลิทัวเนียแล้ว
เจ้าหน้าที่ของเบลารุสได้ให้ผู้โดยสารทั้ง 126 คนลงจากเครื่องบิน ก่อนที่ตำรวจจะเข้าจับกุมตัวนายโปรทาเซวิชไปพร้อมกับนางสาวโซเฟีย ซาเปกา แฟนสาววัย 23 ปีของเขา โดยผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่านายโปรทาเซวิชอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างมาก ทั้งบอกกับผู้โดยสารคนอื่นด้วยว่าเขาอาจต้องโทษถึงขั้นประหารชีวิต
มารดาของนางสาวซาเปกาเปิดเผยว่า ลูกสาวได้ส่งข้อความทางวอตส์แอปป์บอกว่าจะถูกนำตัวไปคุมขังในเรือนจำกรุงมินสค์ โดยยังไม่ทราบชัดว่าเธอทำความผิดในข้อหาอะไรกันแน่
นายไมเคิล โอเรียลี ประธานผู้บริหารของไรอันแอร์ระบุว่า จากการตรวจสอบในภายหลัง พบว่ามีผู้โดยสารในเครื่องบินลำดังกล่าวอีก 3 ราย ได้ลงจากเครื่องที่กรุงมินสค์และไม่ได้เดินทางไปต่อจนถึงปลายทางที่ลิทัวเนีย ทำให้น่าสงสัยว่าคนเหล่านี้อาจเป็นสายลับเคจีบีของเบลารุส ซึ่งสะกดรอยตามนายโปรทาเซวิชมาแต่แรกแล้วก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ทางการเบลารุสอ้างว่าที่ต้องบังคับให้เครื่องลงจอด เนื่องจากได้รับข้อความข่มขู่จากกลุ่มฮามาสของปาเลสไตน์ว่า หากไม่ทำตามข้อเรียกร้องที่ระบุไว้ในจดหมายฉบับหนึ่ง กลุ่มฮามาสจะระเบิดเครื่องบินลำดังกล่าวเสีย ขณะมาถึงน่านฟ้าของเมืองวิลเนียสในลิทัวเนีย
ข้ออ้างดังกล่าวถูกปฏิเสธจากกลุ่มฮามาส ซึ่งยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด ส่วนนางอังเกลา แมร์เคิล ผู้นำเยอรมนียังแสดงความเห็นด้วยว่า ข้ออ้างดังข้างต้นเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏว่ากลุ่มฮามาสมีศักยภาพในการก่อเหตุร้ายนอกดินแดนอิสราเอลและปาเลสไตน์
โรมัน โปรทาเซวิช คือใคร
นายโปรทาเซวิชเป็นสื่อมวลชนคนดังที่ชาวเบลารุสรู้จักกันเป็นอย่างดี เขาเคยเป็นบรรณาธิการของ Nexta ช่องทางนำเสนอข่าวในแอปพลิเคชันเทเลแกรม เขาเดินทางออกจากเบลารุสในปี 2019 และลี้ภัยอยู่ในประเทศลิทัวเนียนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ยังคงทำหน้าที่รายงานข่าวการเมืองของเบลารุส รวมทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2020 ซึ่งทำให้เขาถูกทางการตั้งข้อหาก่อการร้ายและยุยงปลุกปั่นให้เกิดเหตุจลาจล
ช่องข่าว Nexta ที่นายโปรทาเซวิชดูแลอยู่ ทำหน้าที่สำคัญในการสนับสนุนฝ่ายค้านระหว่างการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งสนับสนุนการประท้วงคัดค้านผลเลือกตั้งที่ประธานาธิบดีลูกาเชนโกเป็นผู้ชนะ
ปัจจุบันนายโปรทาเซวิชได้ย้ายมาทำงานให้กับช่อง Belamova ทางเทเลแกรม โดยเขียนบทความแทนบล็อกเกอร์ฝ่ายค้านอีกคนหนึ่ง ที่ถูกทางการเบลารุสจับกุมตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายนของปีที่แล้ว










