You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โควิด-19 : ออกคำสั่งขยายเวลาห้ามเครื่องบินโดยสารเข้าไทยชั่วคราว จาก 6 เม.ย. ไปถึง 18 เม.ย.
ออกประกาศขยายเวลา ห้ามอากาศยานบินเข้าไทยถึงวันที่ 18 เม.ย. จากเดิมที่จะหมดลงในเวลาเที่ยงคืนของ 6 เม.ย.
วันนี้ (6 เม.ย.) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เผยแพร่ประกาศ ห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 2 ห้ามอากาศยานขนส่งคนโดยสารทำการบินเข้ามายังท่าอากาศยานในประเทศไทยชั่วคราว ตั้งแต่ วันที่ 7 เม.ย. เวลา 00.01 น. หรือคืนนี้ จนถึงวันที่ 18 ม.ย. เวลา 23.59 น.
ประกาศฉบับนี้ เป็นฉบับที่ออกมาต่อเนื่องจากประกาศฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ห้ามทำการบินเข้าไทยระหว่างวันที่ 4-6 เม.ย. ด้วยเหตุผลเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 รุนแรงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประกาศนี้ ไม่รวมถึงอากาศยานของราชการหรือที่ใช่ในราชการทหาร อากาศยานที่ขอลงฉุกเฉิน อากาศยานที่ขอลงทางเทคนิค โดยไม่มีผู้โดยสารออกจากเครื่อง อากาศยานที่ทำการบินเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม การแพทย์ การขนส่งสิ่งของเพื่อสงเคราะห์ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อากาศยานที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินรับส่งบุคคลกลับภูมิลำเนา และอากาศยานขนส่งสินค้า
เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา กพท. ออกประกาศห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่ 00:01 น. ของวันที่ 4 เม.ย. ไปจนถึง 23:59 น. ของ 6 เม.ย.
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท. ออกประกาศวันที่ 3 เม.ย. ห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว โดยมีรายละเอียดว่า เพื่อประโยชน์ในการป้องกันมิให้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) รุนแรงมากยิ่งขึ้น และเพื่อสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินข้างต้นให้ยุติลงโดยเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
1.ห้ามอากาศยานขนส่งคนโดยสารทำการบินเข้ามายังท่าอากาศยานในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2563 เวลา 00.01 น. จนถึงวันที่ 6 เมษายน 2563 เวลา 23.59 น.
2.การอนุญาตการบินที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ออกให้แก่อากาศยานขนส่งคนโดยสารสำหรับการบินเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงระยะเวลาตามข้อ 1 ให้เป็นอันยกเลิก
3.ข้อห้ามตามข้อ 1 ไม่รวมถึงอากาศยานดังต่อไปนี้
1) อากาศยานราชการหรือที่ใช้ในราชการทหาร
2) อากาศยานที่ขอลงฉุกเฉิน
3) อากาศยานที่ขอลงทางเทคนิค โดยไม่มีผู้โดยสารออกจากเครื่อง
4) อากาศยานที่ทำการบินเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ทำการบินทางการแพทย์ หรือ การขนส่งสิ่งของเพื่อสงเคราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
5) อากาศยานที่ไต้รับอนุญาตให้ทำการบินรับส่งบุคคลกลับภูมิลำเนา
6) อากาศยานขนส่งสินค้า
4. ให้ผู้โดยสารบนอากาศยานที่ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานต้นทางก่อนประกาศนี้ใช้บังคับ อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยต้องได้รับการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน
สื่อไทยหลายแห่งรายงานว่า คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังมีกลุ่มคนไทยกว่า 100 คนเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. และปฏิเสธที่จะเข้ารับการกักตัวตามมาตรการของรัฐบาล ซึ่งจัดสถานที่ไว้รอรับที่ อ.สัตหีบและโรงแรมอีก 2 แห่งในกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่าไม่ทราบว่ามีมาตรการดังกล่าว
เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์พีพีทีวีรายงานว่า กลุ่มผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงสุวรรณภูมิ เรียกร้องให้รัฐบาลส่งตัวแทนมาชี้แจง และทำท่าจะลุกลามเป็นการชุมนุมต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ต่อมา เจ้าหน้าที่ทหารระดับพลตรีได้เข้ามาคุมสถานการณ์ และเปิดการเจรจากับผู้เดินทางประมาณ 20 นาที ก่อนจะอนุญาตให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านได้ โดยกำชับให้ทุกคนต้องกักตัวเอง 14 วัน แม้ว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขจะคัดค้าน แต่ไม่สามารถควบคุมตัวผู้เดินทางทั้งหมดได้
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการด่วนในวันที่ 4 เม.ย. เวลา 9.00 น.
กระทรวงการต่างประเทศคือ "แพะ" ?
สื่อไทยหลายแห่งรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์มีคำสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศ ชะลอการเดินทางเข้าประเทศของคนไทยและคนต่างชาติตั้งแต่ 2 เม.ย.จนถึง 15 เม.ย. นี้ แต่ปรากฏว่า กระทรวงการต่างประเทศยังคงออกเอกสารรับรองให้คนไทยและคนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย ทำให้ยังมีคนไทยเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แต่บีบีซีไทยได้รับเอกสาร "โทรเลข" ลงวันที่ 2 เม.ย. ที่กระทรวงการต่างประเทศส่งถึงสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าของไทยทั่วโลกให้ชะลอการเดินทางกลับไทยของคนไทยในต่างประเทศ "ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 15 เม.ย. 2563" โดยให้เริ่มเดินทางได้ตั้งแต่ 16 เม.ย.
ก่อนหน้านี้เมื่อ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา นายจุฬาได้ลงนามในประกาศแนวทางปฏิบัติรับวิกฤตไวรัสโคโรนาฉบับใหม่ ยกเลิกประกาศที่ออกมาเมื่อวันที่ 18 มี.ค. เนื้อหาของประกาศวันที่ 19 มี.ค. คือการขยายพื้นที่ครอบคลุมการบังคับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากทุกประเทศที่จะเข้าประเทศไทย ซึ่งเดิม ประกาศเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ครอบคลุมผู้โดยสารจากพื้นที่ระบาดหนัก 6 แห่ง คือ เกาหลีใต้ จีน มาเก๊า ฮ่องกง อิตาลี และอิหร่านเท่านั้น
ประกาศนี้บังคับให้ชาวไทยเดินทางกลับประเทศจากทุกประเทศต้นทางต้องมีใบรับรองแพทย์ว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง และใบรับรองจากสถานทูตไทยในประเทศต้นทาง
ประกาศนี้สร้างความโกลาหลให้คนไทยในหลายประเทศที่ต้องการเดินทางกลับบ้าน พร้อมกับคำถามจากคนไทยในต่างแดนว่า มาตรการนี้จะสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้จริงหรือ
จากสถานการณ์การระบาดในไทยที่รุนแรงขึ้น ทำให้กระทรวงการต่างประเทศสั่งการในโทรสารเมื่อ 2 เม.ย. ให้ "งดรับลงทะเบียนคนไทยที่เดินทางกลับประเทศไทยทุกช่องทาง" ตั้งแต่เที่ยงคืนของ 3 เม.ย. ตามเวลาในไทย โดย กระทรวงการต่างประเทศจะ กำหนดมาตรการ จำนวนโควต้า ผู้ที่เดินทางกลับตามภูมิภาคต่าง ๆ ตามลำดับความเร่งด่วน แล้วจะแจ้งให้ สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าของไทยทั่วโลก เปิดรับการลงทะเบียน ในวันที่ 15 เม.ย.