ไวรัสโคโรนา : ใบรับรองแพทย์สำหรับผู้โดยสารก่อนเข้าไทย สกัดโควิด-19 ได้จริงหรือ

สนามบิน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้คนเดินทางออกจากประเทศอิตาลีที่สนามบิน Milan - Malpensa ใกล้เมืองมิลานของอิตาลี

ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนฯ ให้ผู้โดยสารไทยมีใบรับรองแพทย์ก่อนกลับเข้าประเทศสร้างความโกลาหลให้คนไทยในหลายประเทศที่ต้องการเดินทางกลับบ้าน พร้อมกับคำถามว่า มาตรการนี้จะสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้จริงหรือ

เมื่อ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยลงนามในประกาศแนวทางปฏิบัติรับวิกฤต ไวรัสโคโรนา ฉบับใหม่ ยกเลิกประกาศที่ออกมาเมื่อวันที่ 18 มี.ค.

เนื้อหาของประกาศวันที่ 19 มี.ค. คือการขยายพื้นที่ครอบคลุมการบังคับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากทุกประเทศที่จะเข้าประเทศไทย ซึ่งเดิม ประกาศเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ครอบคลุมผู้โดยสารจากพื้นที่ระบาดหนัก 6 แห่ง คือ เกาหลีใต้ จีน มาเก๊า ฮ่องกง อิตาลี และอิหร่าน เท่านั้น

ประกาศนี้บังคับให้ชาวไทยเดินทางกลับประเทศจากทุกประเทศต้นทางต้องมีใบรับรองแพทย์ว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง และใบรับรองจากสถานทูต

โควิด

ที่มาของภาพ, ปรารถนา สำราญสุข

คำบรรยายภาพ, คนไทยในอังกฤษที่ประสงค์กลับไทยเข้าแถวยาวหน้าสถานทูตไทยในกรุงลอนดอนเพื่อรอรับใบรับรองแพทย์

"ปัจจุบันปรากฏว่าองค์การอนามัยโลกได้ประกาศยกระดับสถานการณ์แพร่ระบาดดังกล่าวเป็นโรคระบาดทั่วโลก" ประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยฉบับวันที่ 19 มี.ค. ระบุ

ประกาศระบุว่า ข้อปฏิบัติใหม่มีขึ้น "เพื่อประโยชน์สาธารณะในการป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนภายในประเทศในวงกว้าง และเพื่อการกำกับดูแลการบินพลเรือนในภาวะจำเป็นให้ได้อย่างทันท่วงที"

สำหรับผู้เดินทางสัญชาติอื่น ต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 3 วันที่ระบุว่าไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา และมีประกันสุขภาพวงเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งครอบคลุมถึงเชื้อไวรัสโคโรนาด้วย

ผู้โดยสารทั้งไทยและชาวต่างชาติ หากไม่มีเอกสารที่จำเป็นดังกล่าว สายการบินสามารถปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องได้

โควิด

ที่มาของภาพ, ปรารถนา สำราญสุข

ประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยฉบับวันที่ 19 มี.ค.มีผลตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. เวลา 00.00 น. ยึดตามเวลาเช็คอินที่สนามบินต้นทาง ก่อนถึงเวลามีผลบังคับใช้

ความวุ่นวายที่อังกฤษ

ประกาศดังกล่าวได้สร้างความวุ่นวายและสับสนตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 18 มี.ค.ของอังกฤษแล้ว เมื่อสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอนแจ้งผ่านหน้าเฟซบุ๊ก อ้างประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่า ผู้ที่จะเดินทางกลับจากสหราชอาณาจักรถึงไทยตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค เป็นต้นไป ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางและใบรับรองการเดินทางกลับไทยจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน

ปรารถนา สำราญสุข นักศึกษาระดับปริญญาโทที่วิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา (SOAS) มหาวิทยาลัยลอนดอน บอกกับบีบีซีไทย เมื่อ 19 มี.ค. มีคนไทยมากกว่า200 คนต้องยืนรอต่อคิวหน้าสถานเอกอัครราชทูตเพื่อรอยื่นเรื่องขอใบรับรอง

โควิด

ที่มาของภาพ, ปรารถนา สำราญสุข

คำบรรยายภาพ, การทำความสะอาดฆ่าเชื้อก่อนเข้าสถานทูตไทย

ปรารถนา ซึ่งเตรียมกลับบ้านวันอาทิตย์นี้ บอกว่าเป็นมาตรการที่ไม่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง เพราะการมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางไม่เกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาเลยสักนิด และการต้องมายืนรวมตัวกับคนจำนวนมากในวันนี้ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อให้ผู้มาเข้าคิว

"รู้สึกว่ามันเป็นการตัดหางปล่อยวัดในทางหนึ่ง ไม่รู้ว่ารัฐบาลโดนโจมตีมากหรืออะไร ความต้องการกลับบ้านก็ลำบากอยู่แล้ว"

ปรารถนา บอกว่านักเรียนบางคนต้องซื้อตั๋วใหม่ราคาสูงลิบเพื่อที่จะได้กลับก่อนประกาศมีผลบังคับใช้ เนื่องจากอยู่นอกลอนดอนออกไป และก็ไม่สามารถพบแพทย์ทัน

"ถึงแม้ว่าจะได้(ใบรับรอง)แล้ว ก็ไม่สมเหตุสมผลเพราะว่ามาตรวจโรควันนี้ จริง ๆ ถ้าหนูไม่แสดงอาการมันก็ไม่เจอ ถ้าหนูบินวันที่ 22 หนูอาจจะไปแสดงอาการอีกทีวันที่ 25 มันไม่ใช่มาตรการที่จะกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์"

คิวยาว รอนาน เสี่ยงติดโรค

ปรารถนาบอกว่า "รู้สึกเลวร้ายมาก" ในสถานการณ์ที่มีการแนะนำให้คนอยู่ห่างกันแต่กลับต้องไปเข้าแถว แต่คนก็ต้องทำเพราะอยากกลับบ้าน

"บางคนเขาก็ไม่ใส่หน้ากาก การที่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างต่ำก็สองชั่วโมง ถ้ามีคนที่เป็นขึ้นมาจริง ๆ อาจจะเป็นฝรั่งที่เดินผ่านก็ตาม มันอันตรายมาก เห็นแต่ความเสี่ยง ไม่เห็นความป้องกันอะไรเลย"

ศิรดา เขมานิฏฐาไท เป็นนักเรียนไทยอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนี้ โดยเธอเขียนถึงกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ประกาศนี้ไม่ได้มีการปรึกษากันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเป็นกระทรวงต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตที่ต้องมารับภาระ

"ตอนนี้เหมือนเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะสถานทูตก็ไม่มั่นใจว่าประชาชนถูกปฏิเสธให้ขึ้นเครื่องหรือไม่หากไม่มีใบดังกล่าว" ศิรดา ระบุ

เธอยังตั้งคำถามอีกด้วยว่า คนในชาติสามารถถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศตัวเองได้หรือไม่

"รัฐบาลส่วนกลางคุณจะไม่ใช้อำนาจบริหารที่มีอยู่ล้นมือทำอะไรเลยเหรอ ตอนนี้รัฐราชการมาก ๆ แต่ละหน่วยงานต้องมาดำเนินงานกันเอาเอง" ศิรดาตั้งคำถาม

ก่อนหน้านี้ ศิรดา โพสต์ทางเฟซบุ๊กของเธอ โดยตั้งข้อสังเกตสรุปได้ว่า "ประกาศอย่างกระชั้นชิด สร้างความสับสน แม้กระทั่งในหมู่ข้าราชการเอง" โดยทางสถานทูต และนักเรียนทุนด้านแพทย์และวิทยาศาสตร์บางคนต้องมาช่วยกันแก้ปัญหาหน้างานเอาเอง

"ประกาศนี้ผลักให้ประชาชนต้องเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น เพราะต้องมารวมกันอย่างแออัดในจุดเดียว คุณหมออาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ก็เสี่ยงไปด้วย และเจ้า fit to fly certificate ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าไม่มีcovidนะ เป็นการตรวจร่างกายคร่าวๆ เช็คความดัน เช็คออกซิเจนในเลือด ...ถ้าไปหาprivate GP ก็เสี่ยงที่จะเจอบริการที่แพงจนเกินเหตุ หรือหากอยู่นอกลอนดอนก็หาบริการได้ยากมากๆ"

ศิรดา ได้โพสต์ขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานทูต "ที่ยืนหยัดให้บริการประชาชนเต็มที่" แม้นมีผู้ขอรับบริการบางคน "พยายามอยากใช้อภิสิทธิ์หน้างาน ขอลัดคิวในการตรวจโดยการอ้างผู้ใหญ่ท่านนั้นท่านนี้ อยากบอกพวกท่านว่ายามหน้าสิ่วหน้าขวานยังจะมาเบียดเบียนคนอื่นๆอีก พอเถอะ"

บีบีซีไทย พยายามสอบถามเรื่องนี้ไปที่ นายพิษณุ สุวรรณชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน แต่ไม่ได้รับการตอบรับ

สถานการณ์ในเมืองอื่น ๆ

นอกจากลอนดอนแล้ว คนไทยในประเทศที่มีการระบาดของโควิด-19 รุนแรงในอีกหลายประเทศก็ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะปัญหาในการขอใบรับรองแพทย์ก่อนบินกลับประเทศไทย 72 ขั่วโมง

ในเพจ "รวมใจไทย เอมิเลีย-โรมานญา Gruppo Thailandese Emilia-Romagna" ของคนไทยที่อาศัยในอิตาลี ให้ข้อมูลว่าที่เมืองเบอร์กาโม (Bergamo) ซึ่งมีคนไทยอาศัยอยู่ 227 คน ในเมืองนี้มีผู้ติดเชื้อ 4,305 คน และมีคนไทยติดเชื้อรักษาตัวที่โรงพยาบาล 1 คน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "กชกร เหง่าศรี" ตั้งคำถามว่าทำไมไทยมีสองมาตาฐานในการคัดกรองคนเข้าประเทศ

"คนไทยจากจีนกลับได้ เกาหลีกลับได้ อิตาลีกลับได้แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ ขอย้ำภาษาอังกฤษ ซึ่งหมอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ทุกคนค่ะ และใบรับรองแพทย์ออกได้ยากมากนะตอนนี้"

ขณะที่แอดมินของเพจรวมใจไทย เอมิเลีย-โรมานญา ได้แชร์ข่าวว่ารัฐบาลอิตาลี มีนโยบายชัดเจนในการนำพลเมืองอิตาลีที่ตกค้างในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกลับประเทศ โดยจัดเครื่องบิน Boeing 777-200ER สายการบิน Alitalia เที่ยวบินพิเศษบินตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. มีตารางบินกำหนดวันแน่นอนจากเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น มัลดีฟส์ อินเดีย นิวยอร์ก ลอนดอน ไคโร โตเกียว เป็นต้น

ทางเพจกล่าวคำชื่นชมรัฐบาลอิตาลีที่มีการจัดแผนการอย่างมืออาชีพและไม่ทอดทิ้งพลเมืองของตน ถึงแม้สถานการณ์ภายในประเทศจะหนักหนาก็ตาม

ในส่วนของเฟซบุ๊กเพจ "Thai-Spain family" กลุ่มครอบครัวไทยในสเปน ได้มีการโพสต์ข้อความหลังมีมาตรการนี้ออกมามีเนื้อหาว่า

"หลายคนบ่นว่า ทำไมรัฐบาลไทยกับ สนง. (การบินพลเรือน)ออกกฎมาไม่เอื้อต่อคนไทยในการที่จะบินกลับประเทศไทยเลย อยู่ยุโรป การที่จะขอใบรับรองแพทย์มันยาก โดยเฉพาะในช่วงที่แพทย์ขาดแคลน ถึงขนาดว่าทางการสเปนขอให้นักศึกษาแพทย์ที่ทำท่าว่าจะจบในปีนี้และที่เพิ่งจบ รวมทั้งแพทย์ที่เกษียณอายุไปแล้ว กลับเข้ามาช่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพราะขาดแคลนบุคลากร"

"ยังดีที่สถานทูตไทยสามารถออกใบรับรองการเดินทางทางอีเมลให้กับผู้ที่จะเดินทางได้ และตอนนี้จากความร่วมมือร่วมใจกันในกลุ่มไลน์จิตอาสาสเปน มีนายแพทย์ผู้หนึ่งซึ่งเป็นคู่สมรสกับคนไทยน้ำใจงาม ได้อาสาจะช่วยเหลือในเรื่องของใบรับรองแพทย์"

พร้อมได้แจ้งข่าวว่าวันนี้ (20 มี.ค.) รัฐบาลสเปนมีประกาศให้โรงแรม แคมป์ ที่พักอาศัยสำหรับนักท่องเที่ยวประเภทต่าง ๆ ปิดให้บริการภายใน 1 สัปดาห์ และไม่มีกำหนดเปิดจนกว่ารัฐบาลจะออกคำสั่งใหม่

ผู้ใช้งานทวิตเตอร์หลายรายได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของคนในครอบครัวที่วางแผนเดินทางกลับประเทศไทย

ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งโพสต์ข้อความว่า "ที่ญี่ปุ่นก็วุ่นเหมือนกันค่ะ มีน้องจะกลับวันที่ 21 (มี.ค.) แต่เมื่อวานหาใบรับรองแพทย์ไม่ทันแล้ว เพราะที่นี่ก็ยุ่งยากเหมือนกันค่ะ แล้ววันนี้ 20 มี.คง ก็เป็นวันหยุดญี่ปุ่นอีก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาเอกสารทัน เย็นเมื่อวานโทรถามสายการบิน ทางนั้นเสนอให้เลื่อนไฟลท์กลับ 20 แทนค่ะ ยุ่งมาก"

"น้องชายเราก็โดนค่ะ อยู่อเมริกา กำหนดบินถึงไทยวันที่ 22 (มี.ค.) ตอน 2 ทุ่มกว่า ๆ แต่ตอนนี้ต้องแคนเซิลตั๋วไปแล้วเพราะเรื่องนี้ ติดต่อสถานฑูตทางนั้นก็จำกัดว่าต้องเป็นแค่ที่ที่เขาบอกไว้เท่านั้น ผลตรวจที่อื่นไม่ได้ กลายเป็นคิวรอตรวจยาวมาก ไม่ทันวันบินกลับ ต้องรอไปเรื่อย ๆ ใจคนทางนี้ก็เป็นห่วง" ผู้ใช้อีกรายหนึ่งแบ่งปันประสบการณ์

ส่วนผู้ใช้งานทวิตเตอร์อีกคนหนึ่งได้ทวีตข้อความถึงสถานการณ์ในเยอรมนีว่าการทำนัดแพทย์เพื่อขอใบรับรองแพทย์เป็นเรื่องที่ยากมากโดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้

"เข้าใจความลำบากเลยค่ะ เราเรียนอยู่เยอรมนีใช้ระบบเดียวกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าถึงหมอทันทีโดยไม่นัดก่อน ดีที่กลับมาก่อนประกาศกฎไม่กี่วันไม่งั้นคงต้องทิ้งตั๋ว เพราะเยอรมนีประกาศ shut down แล้ว แถมสถานทูตที่นี่ยังไม่มีนโยบายจัดหาแพทย์เพื่อออกใบรับรองให้นักเรียนไทยด้วย"