อนาคตใหม่ : ยุทธศาสตร์ 3 ขา หยุด “ระเบิดเวลา” รธน.

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

แม้รัฐบาล "ประยุทธ์ 2" บรรจุเรื่องการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา แต่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ชิงส่งสัญญาณสกัดกั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวเมื่อ 13 ส.ค. ว่า "ยังไม่ถึงเวลา"

เมื่อต้นเดือน ส.ค. พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เพิ่งเปิดตัวรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งพวกเขามองว่าเป็น "ระเบิดเวลา"

ว่ากันว่า "ธง" ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือการเปลี่ยนนิยามรัฐธรรมนูญ จากที่เคยเข้าใจเป็นการทั่วไปว่ารัฐธรรมนูญคือ "กติกาสูงสุดของประเทศ" อนค. ต้องการลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ตามแบบประเพณีนิยมลง และชี้ชวนให้สังคมเห็นว่ารัฐธรรมนูญคือ "ระเบียบทางสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วมและยอมรับร่วมกัน" ทั้งนี้อำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนผ่านกลไกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่ใช่คณะบุคคลที่ตั้งขึ้นมาตามอำเภอใจ

คำขวัญรณรงค์ที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ประกาศต่อสาธารณะคือ "สร้างจินตนาการใหม่ เพื่อข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่" ทว่าคำสำคัญที่ อนค. เตรียมไว้สื่อสารทางลับเพื่อลดแรงต้านจากฝ่ายชนชั้นนำคือ "พรรคไม่ได้ต้องการล้มล้างสถาบันฯ แต่เข้ามาหาทางออกให้กับวิกฤตประเทศ" ในภาวะที่สังคมไทยยังไม่มี "ฉันทามติใหม่" หลังยุคเปลี่ยนผ่าน

อนค. เสนอ 4 ฉันทามติใหม่

  • ประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
  • มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ มีพระราชฐานะอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง
  • มีระบบรัฐสภาที่แสดงออกซึ่งเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง มีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ
  • มีนิติรัฐ สิทธิเสรีภาพของประชาชนได้รับความคุ้มครอง มีระบบตรวจสอบการใช้อำนาจ

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปสาระสำคัญจากคำประกาศของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บนเวที จ. เชียงใหม่ เมื่อ 4 ส.ค. 2562

"ยุทธศาสตร์ 3 ขา" ของอนาคตใหม่

ก่อนเปิดปฏิบัติการ "ถอดสลักระเบิดเวลา" อนค. ได้ถอดบทเรียนของ "ขบวนการธงเขียว" ยุครัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา ในช่วงจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" แล้วกำหนด "ยุทธศาสตร์ 3 ขา" เคลื่อนไหวทั้งในสภา นอกสภา และในโลกออนไลน์

ขบวนการนอกสภา ใช้ยุทธวิธี "ตีโอบจากนอกสู่ใน" โดยเลือก จ. เชียงใหม่ เป็นสถานที่เปิดแคมเปญรื้อรัฐธรรมนูญ วันที่ 4 ส.ค. ก่อนขยับต่อไปยัง จ. สงขลา วันที่ 19 ส.ค. และพื้นที่อื่น ๆ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แคมเปญ "ทวงคืนอำนาจการจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชน" ที่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านกำหนดเป็นวาระร่วมกัน และแยกย้ายไปเดินสาย-เปิดเวทีทั่วประเทศ

ส.ส. อนค. ผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ กล่าวกับกับบีบีซีไทยว่า เหตุที่พรรคเลือกเชียงใหม่เป็นจุดเริ่มต้น เพราะประชาชนในภาคเหนือมีความตื่นตัวทางการเมืองค่อนข้างสูง ทำให้พรรคนำ ส.ส. เหนือเข้าสภาได้ 6 คน อีกทั้งไม่ต้องการให้เกิดภาพการรวมศูนย์ ไม่จำเป็นว่าทุกเรื่องสำคัญต้องเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น

สำรวจพื้นที่การเมืองจากประชามติ 2559 ถึงเลือกตั้ง 2562

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมและสรุปจากข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักงาน กกต. ทั้งนี้ในส่วนของประชามติ ไม่ได้นำผลการลงคะแนน "คำถามพ่วง" มารวม ณ ที่นี้

ส่วน ขบวนการไซเบอร์ ใช้ยุทธวิธี "ระดมเสียงจากโลกเสมือนจริงสู่การแสดงพลังในโลกของความเป็นจริง" และหวังผลในทางกฎหมาย

เว็บไซต์ https://newconsensus.in.th ถูกสร้างขึ้นเฉพาะกิจ โดยเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตว่าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ข้อมูล ณ 14 ส.ค. ประชาชนร้อยละ 99.59 ของผู้ร่วมโหวต 10,305 คน ระบุว่า "เห็นด้วย" ทั้งหมดนี้เพื่อเรียกความสนใจจากประชาชน กระตุ้นการมีส่วนร่วม และส่งแรงกดดันจากแนวร่วมนอกสภาไปให้ ขบวนการในสภา เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

"พวกอายุปีครึ่ง" ตั้งเป้าระดมเสียง 2 ช่องทางควบคู่กันไปคือ ล่าชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 50,000 รายชื่อ และล่าชื่อ ส.ส. ให้ได้ 1 ใน 5 ของสมาชิกสภาล่าง หรือ 100 คน ซึ่ง ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ "พรรค 81 เสียง" ได้ประกาศเชิญชวนเพื่อนร่วม "สภาห้าร้อย" อีกอย่างน้อย 20 คน มาร่วมลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ถูกออกแบบให้ "แก้ไขแทบไม่ได้" ภารกิจ "ถอดสลักระเบิด" ต้องกระทำในรัฐสภาโดยอาศัยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา หรือ 376 จาก 750 เสียง ในจำนวนนี้ต้องเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง จาก 250 เสียง

"แม้ ส.ว. จะมาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. แต่หากประชาชนแสดงความต้องการออกมาจนเป็นที่ประจักษ์ชัดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วทำรัฐธรรมนูญใหม่ร่วมกัน ผมคิดว่า ส.ว. ก็จะต้องฟังเสียงของประชาชน" ปิยบุตร กล่าวภายหลังประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อ 2 ส.ค.

จาก "ร่าง รธน. ปลอม" ถึง "ข่าวปลอม"

การผลิตชุดความรู้/ความคิดต่างต่อรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ของชาว อนค. และพันธมิตรฝ่ายค้าน อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หลังจาก พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อ 9 ส.ค. ว่า กองทัพกำลังต่อสู้กับ "สงครามลูกผสม" ซึ่งข้าศึกใช้ "ข่าวปลอม" ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาต่อต้านกองทัพและสถาบันกษัตริย์

แม้ไม่ได้ระบุชื่อพรรคการเมืองใดโดยตรง แต่การบอกใบ้-ให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า "พรรคการเมืองบางพรรคเพิ่งตั้งมา 2-3 ปี มีแผนโฆษณาชวนเชื่อที่มุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่คนพวกนี้อายุ 16-17 ปี" ทำให้เหลือไม่กี่พรรคตกที่นั่ง "ผู้ต้องสงสัยและถูกพาดพิง"

"เราก็คงจะใช้สถานะ ส.ส. ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ประชาชนมอบให้รณรงค์เพื่อสร้างข้อเท็จจริงที่แตกต่าง (alternative fact) ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ประชาชนตัดสินเองว่าถ้าปล่อยเอาไว้จะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างไร" รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ อนค. กล่าวกับบีบีซีไทย

รังสิมันต์ เป็นอดีตนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่าขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในชั้นประชามติ ขณะนั้นเอ็นดีเอ็มได้รณรงค์ "โหวตโน" และจัดทำจุลสารความเห็นแย้งคำอธิบายสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เรียกว่า "ร่างรัฐธรรมนูญปลอม" รวมถึงจัดทำเอกสาร "7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" ที่นำไปสู่การจับกุมคุมขังตั้งข้อหานักศึกษาและนักกิจกรรม 13 คน ที่นำเอกสารนี้ไปรณรงค์ให้ประชาชนโหวตไม่รับร่างฯ

เขาเห็นว่า สถานการณ์หลังเลือกตั้งปี 2562 ต่างจากช่วงก่อนประชามติ 2559 ที่ "พูดแล้วโดนจับ" ปล่อยให้ฝ่ายรัฐประชาสัมพันธ์อยู่ข้างเดียว แต่สิ่งนี้ไม่น่าเกิดขึ้นซ้ำอีก

"ประชาธิปไตยใหม่" ของใคร

รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ถูกจัดทำขึ้นภายใต้บรรยากาศหลังรัฐประหารปี 2557 แต่หัวหน้า คสช. กลับเรียกขานว่าเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" หลังผ่านประชามติด้วยคะแนน "เห็นชอบ" ของประชาชน 16.8 ล้านคน (ร้อยละ 61.35) ต่อ 10.5 ล้านคน (ร้อยละ 38.65) และบอกว่าการลงประชามติคือจุดเริ่มต้นในการสร้าง "ประชาธิปไตยใหม่"

2 ปีเศษหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ อนค. กับพวกพยายามสร้าง "ฉันทามติแก้รัฐธรรมนูญ" ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกที่จะนำไปสู่การแสวงหา "ฉันทามติประชาธิปไตยใหม่"

อย่างไรก็ตาม อนค. กำลังประสบปัญหาจากนิยาม "ประชาธิปไตย" เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องคดียุบพรรค โดย 1 ใน 3 เหตุผลของผู้ร้องคือการใช้คำว่า "หลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ" ในข้อบังคับพรรค โดยหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า "อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขณะที่ตัวผู้นำ อนค. เองก็ตกเป็นผู้ต้องหา/ผู้ถูกกล่าวหาในหลายคดี ซึ่งบางคดีก็เป็นผลจากการตีความรัฐธรรมนูญไม่ตรงกัน

ถึงขณะนี้มีพรรคการเมืองอย่างน้อย 3 พรรค ออกมาเปิดเผยแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย อนค. เสนอยกเลิกมาตรา 269-272 ว่าด้วย "ส.ว. เฉพาะกาล" และยกเลิกมาตรา 279 ที่รับรองบรรดาประกาศ คำสั่ง คสช. และคำสั่งของหัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ขณะที่พรรคเพื่อไทยและพรรครัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์เสนอให้ "ปลดล็อก" ด้วยการแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้มี ส.ส.ร.

"พรรคอนาคตใหม่เชื่อว่ารัฐธรรมนูญ 2560 คือระเบิดเวลาที่จะระเบิดปะทุออกมาเป็นความรุนแรง และเพื่อหยุดระเบิดเวลานี้ ต้องช่วยกันหยุดรัฐธรรมนูญฉบับที่ทำให้รัฐประหารถูกกฎหมาย และให้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยู่เหนืออำนาจประชาชน" ธนาธร ระบุ

เนื้อหาใดใน รธน. ที่เป็น "ระเบิดเวลา" ในสายตาฝ่ายค้าน

  • ระบบจัดสรรปันส่วนผสม >> ทำให้เกิดรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ
  • ส.ว. เฉพาะกาล >> มี "อำนาจพิเศษ" ช่วย "สืบทอดอำนาจ" ให้ผู้นำคณะรัฐประหาร
  • ที่มานายกฯ >> ขาดความเป็นประชาธิปไตย
  • ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี >> คสช. คิด แต่ผูกพันประชาชนในระยะยาว
  • อำนาจศาลและองค์กรอิสระที่มากขึ้น >> กระทบต่อระบบการตรวจสอบและถ่วงดุล
  • รัฐธรรมนูญแก้ไขยาก >> นำมาซึ่งวิกฤตรัฐธรรมนูญในอนาคต

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมจากคำกล่าวของแกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านในหลายวาระ