You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
บาทแข็ง ส่งออกหด ท่องเที่ยวชะลอตัว ทำแบงก์ชาติลดดอกเบี้ยนโยบาย แล้วคนทั่วไปได้อะไร
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเสียงข้างมากให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มีผลทันทีในวันนี้ (7 ส.ค. 2562) เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากการส่งออกสินค้าที่หดตัว
ธปท. โดย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.75% มาอยู่ที่ 1.50% เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากการส่งออกสินค้าที่หดตัว
การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นับเป็นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยครั้งล่าสุดที่ กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย คือ 28 เม.ย. 2558 ปรับลดจาก 1.75% เป็น 1.50% ต่อมา 19 ธ.ค. 2561 กนง. มีมติให้ขึ้นดอกเบี้ยจาก 1.50% เป็น 1.75%
มติลดดอกเบี้ยครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่นักเศรษฐศาสตร์ภาคเอกชน แต่ถือเป็นการทำตามเสียงเรียกร้องของนักธุรกิจส่งออกที่อยากให้ ธปท. ลดดอกเบี้ยมาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนลง เป็นผลดีต่อราคาสินค้าส่งออกจากไทย
3 ชาติ ประกาศลดดอกเบี้ยวันนี้
ประเทศไทยเป็นชาติที่ 3 ในเอเชีย-แปซิฟิก ที่ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานในวันพุธ เริ่มจาก ธนาคารกลางของนิวซีแลนด์ที่ประกาศลดดอกเบี้ยมาตรฐานลง 0.50% เป็น 1% ตามด้วยธนาคารกลางของอินเดีย ที่ลดดอกเบี้ยมาตรฐานลง 0.35% เป็น 5.40% ต่างอ้างเหตุผลการค้าโลกที่ชะลอตัวเนื่องจากสงครามการค้าที่กำลังดำเนินไป
นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ กนง. แถลงว่า กนง. เห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากการส่งออกสินค้าที่หดตัว นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นจากการลดอัตราดอกเบี้ยจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับสู่กรอบเป้าหมาย อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบกับความสามารถในการแข่งขัน และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต
"การส่งออกสินค้าหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ตามเศรษฐกิจคู่ค้า และปริมาณการค้าโลกที่ชะลอลงจากสภาวะการกีดกันทางการค้าที่ทวีความรุนแรง และขยายวงกว้างมากขึ้น ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง ส่าหรับด้านอุปสงค์ในประเทศ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงตามรายได้ของครัวเรือนนอกภาคเกษตรและการจ้างงานที่ปรับลดลง โดยเฉพาะการจ้างงานในภาคการผลิตเพื่อส่งออก รวมทั้งยังได้รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง อย่างไรก็ดี การย้ายฐานการผลิตมายังไทย และโครงการร่วมลงทุนของรัฐและเอกชนในโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยสนับสนุนการลงทุนในระยะต่อไป" นายทิตนันทิ์ ระบุในเอกสารเผยแพร่
นักเศรษฐศาสตร์ภาคเอกชนไทยมองว่า กนง. ตัดสินใจถูกต้องเพื่อป้องกันเศรษฐกิจไทยจากผลกระทบของสงครามการค้า แต่ไม่มีผลโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าของประชาชนทั่วไปมากนัก
เกิดอะไรขึ้นเมื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ธปท. หรือแบงก์ชาติ อธิบายว่า หาก กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ
- อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินและของธนาคารพาณิชย์จะปรับลดลงตาม ทั้งในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ลดลงทำให้ผู้ประกอบการมีแรงจูงใจที่จะกู้ยืมเพื่อลงทุนมากขึ้น
- อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำลงจะลดแรงจูงใจของประชาชนที่จะนำเงินมาฝากออมไว้กับธนาคาร และอาจนำเงินเหล่านั้นไปจับจ่ายใช้สอยแทน
ธปท. สรุปว่า "อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจึงช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ตรงกันข้าม หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับสูงขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็จะมีแนวโน้มชะลอลง"
กนง. คือ ใคร
ธปท. มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศโดยใช้นโยบายการเงิน ซึ่งมีเครื่องมือที่สำคัญ คือ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายผ่าน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงของ ธปท. 3 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 4 คน ประชุมกันปีละ 8 ครั้ง เพื่อลงมติตัดสินระดับของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสมกับภาวะและแนวโน้มของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
"เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง"
ผศ. ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และ รศ. ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยภายหลัง มติลดดอกเบี้ยนโยบายวันนี้ โดยเห็นพ้องว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และวิเคราะห์ไปในแนวทางเดียวกันว่าการลดดอกเบี้ยจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออก ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง แต่จะไม่ส่งผลลบหรือบวกโดยตรงกับเงินในกระเป๋าของประชาชนมากนัก
บีบีซีไทยสรุปความเห็นของ ผศ. ดร.อนุสรณ์ และ รศ. ดร.สมชาย ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ดังนี้
เหตุผลที่ กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบาย
ผศ.ดร.อนุสรณ์ : แบงก์ชาติน่าจะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดและอัตราเงินเฟ้อก็ต่ำกว่าเป้าหมาย จึงมีความจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมล่วงหน้า เพราะเห็นสัญญาณอยู่แล้วว่าผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ น่าจะรุนแรงและขยายวงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับสหรัฐฯ อีกด้วย ตอนนี้ สถานการณ์เรื่องลัทธิกีดกันทางการค้าเป็นประเด็นใหญ่ของเศรษฐกิจโลกและการค้าโลก ซึ่งจะกระทบกับเศรษฐกิจของไทยที่พึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวเยอะ การดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทยไม่ให้ขยายตัวต่ำจนเกินไป เพราะถ้ารอมาตรการทางการคลังก็อาจจะไม่ทันการณ์ เนื่องจากกว่ารัฐบาลจะอนุมัติงบประมาณปี 2563 ได้ก็น่าจะเป็นต้นปีหน้า
รศ.ดร.สมชาย: ตอนนี้เศรษฐกิจไทยถูกห้อมล้อมด้วยภยันตรายจากสงครามการค้า รวมทั้งเรื่องเบร็กซิต การส่งออกของเราก็ติดลบ ขณะที่เครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจของเราก็จำกัดเพราะต้องรอการอนุมัติงบประมาณปีหน้า แบงก์ชาติคงคิดว่าถ้ารอให้สถานการณ์แย่กว่านี้อาจไม่ทันการณ์ การตัดสินใจครั้งนี้ แบงก์ชาติคงจะพยายามไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งจนเกินไป ช่วยเรื่องการส่งออก และป้องกันไม่ให้ต่างชาติมาใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งลงทุนในทรัพย์สินปลอดภัย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข่าว การลดดอกเบี้ยส่งผลให้ค่าเงินลงมาอยู่ที่ 30.81 ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงบ่ายของวันพุธ ค่าเงินบาทแข็งขึ้นแล้วราว 5.6% นับแต่ต้นปีที่ผ่านมา ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจของธนาคาร ING ของเนเธอร์แลนด์คาดว่าค่าเงินบาทจะยังแข็งต่อเนื่องเหนือค่าเงินอื่นในภูมิภาคเอเชีย แต่จะลดลงอยู่ที่ 31.5 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นปีนี้
หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
ผศ.ดร.อนุสรณ์: เงินบาทอาจจะอ่อนค่าลงนิดหน่อย การแข็งค่าของเงินบาทอาจจะชะลอตัวลง แต่คงไม่มีนัยสำคัญที่จะมีผลต่อราคาน้ำมัน เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ลดลงด้วย
รศ.ดร.สมชาย: การส่งออกจะดีขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมคงไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะมาตรการทางการเงินเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น ต้องอาศัยมาตรการทางการคลังเพื่อสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน กระตุ้นการท่องเที่ยวซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเพียงมาตรการทางการเงินที่มาช่วยประคองไม่ให้เศรษฐกิจไทยทรุดไปมากกว่านี้
ลดดอกเบี้ยจะกระทบเงินในกระเป๋าเราอย่างไร
ผศ.ดร.อนุสรณ์: การลดดอกเบี้ยจะทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง การลดดอกเบี้ยจะดีต่อคนที่เป็นหนี้ ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากที่จะทยอยลดลงตามด้วยนั้นไม่น่าส่งผลกระทบมาก เพราะส่วนใหญ่คนที่มีเงินฝากก็เป็นคนที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว นโยบายที่จะกระทบต่อเงินในกระเป๋าหรือค่าครองชีพของคนทั่วไปจริง ๆ คือ นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งต้องรอดูว่ารัฐบาลจะมีนโยบายอย่างไร แต่การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็มีความจำเป็น
รศ.ดร.สมชาย: ไม่ได้กระทบโดยตรง ถ้าเป็นในประเทศอื่นอาจจะส่งผลให้เงินฝากลดน้อยลง แต่ของไทย ดอกเบี้ยเงินฝากเราค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว จึงไม่น่ามีผลกระทบมาก ผลลัพธ์ที่สำคัญของการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายคือ ช่วยไม่ให้การส่งออกของเรากระทบจากค่าเงินที่แข็งค่า และบรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ลงในขณะนี้