เลือกตั้ง 2562 : เพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ โต้ "ฮั้ว" ด้าน ชัชชาติ ไร้ชื่อสมัครปาร์ตี้ลิสต์ รับสนชิงผู้ว่าฯ กทม.

ที่มาของภาพ, BBC THAI
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เข้าจับมือทักทายกันอย่างเป็นกันเอง ก่อนเปิดฉากสนทนาหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
ทษช. : ว่ายังไงเพื่อนเก่าของเรา
พท. : ว่ายังไงเพื่อนรัก แม้อยู่คนละพรรค แต่เราพวกเดียวกัน
ทษช. : อ้าว ผมก็นึกว่าพรรคจะถูกยุบ ก็เลยต้องย้ายพรรค
ทษช. : อ้าวพรรคยังอยู่ ฮ่า แล้วญัตติแรกที่เราจะยื่นต่อสภาฯ คืออะไร
พท. : ถอดถอน คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) เพราะอะไร.. เพราะถ้า คสช. อยู่ กูแย่

ที่มาของภาพ, HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
นายอดิศร เพียงเกษ จาก พท. และนายสุธรรม แสงประทุม จาก ทษช. ต่างเคยเป็นรัฐมนตรีในสังกัดพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ทำให้ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างออกรส โดยมีเสียงเฮและเสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบตลอดเวลา ในระหว่างสองพรรคการเมืองเข้ายื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบบแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (5 ก.พ.)
แม้ พท. เคยเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดสภาฯ แต่ครั้งนี้ได้ยื่นบัญชีผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเพียง 97 คน ขณะที่ ทษช. ยื่นรายชื่อ 102 คน จากโควต้าทั้งหมดที่สมัครได้ 150 คน
พท.-ทษช. ปฏิเสธพัลวัน "ฮั้วการเมือง"
บีบีซีไทยเข้าใจว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีที่ "พรรคลูกหลาน" ของพรรคไทยรักไทยส่งผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 2 ระบบไม่เต็มบัญชี โดย พท. ส่งผู้สมัคร ส.ส. เขต 250 คน ส่วน ทษช. ส่ง 150 คน จากทั้งหมด 350 คน นั่นหมายความว่ามีพื้นที่ทับซ้อนราว 50 เขตเลือกตั้ง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอดิศร เพียงเกษ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พท. กล่าวกับบีบีซีไทยว่า แม้พรรคส่งผู้สมัคร ส.ส. ไม่ครบทุกเขต แต่มั่นใจว่าจะได้เป็นพรรคอันดับ 1 แน่นอน "คะแนนเสียงที่ตกน้ำของเรา จะไม่ตกไปไหน แต่ตกไปอยู่กับพรรคพวกของเรา นี่คือสิ่งที่เรียกว่ายุทธศาสตร์แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย"
สำหรับคนที่ให้คำจำกัดความนี้คนแรกคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ซึ่งนายอดิศรบอกว่า "ตั้งแต่รู้จักสุเทพมา เพิ่งเห็นว่าฉลาดที่สุดก็งานนี้ เขาพูดเรื่องแตกแบงก์ย่อย เพราะเขากลัวในยุทธศาสตร์ที่เราดำเนินการ"

ที่มาของภาพ, HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
แกนนำของ พท. และ ทษช. ต่างยืนยันว่า ทั้งสองพรรคบริหารการเมืองอย่างเป็นอิสระจากกัน อย่างไรก็ตามภาพที่สะท้อนจากการส่งผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ซึ่ง พท. ส่ง 250 เขต และ ทษช. ส่ง 150 เขต (ยื่นสมัครวันแรก 121 เขต) ทำให้ถูกเข้าใจว่าทั้งสองพรรค "แบ่งบทกันเล่น" โดยเฉพาะสนาม กทม. ที่ พท. ส่งผู้สมัคร 22 เขต และ ทษช. ส่ง 8 เขต
นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการ พท. กล่าวว่า รายการนี้ไม่มีการ "ฮั้วทางการเมือง" เพราะไม่ได้แข่งกันแค่ 2 พรรรค แต่เป็นเพราะ "รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อเราโดยเฉพาะ" จึงต้องมานั่งคิดว่าการดำเนินการทางการเมืองอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ส่วน พท. จะมีโอกาสได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อกี่คนนั้น ขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสิน

ที่มาของภาพ, HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
เช่นเดียวกับนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์ ทษช. ที่บอกว่าการนำคำว่า "ฮั้ว" ที่ใช้กับการประมูลพูดถึงกรณีการส่งผู้สมัคร ส.ส. ของสองพรรคนี้ ไม่น่าจะเป็นคำที่ถูกต้อง ในเขตที่ ทษช. ไม่ส่งผู้สมัคร ก็ไม่ได้แปลว่าประชาชนต้องไปลงคะแนนเลือก พท. ในเขตนั้น ๆ ในทางการเมืองประเทศต่าง ๆ พรรคการเมืองจะตกลงล่วงหน้าว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ด้วยซ้ำ
จาตุรนต์ปลุกพรรคฝ่าย ปชต. ส่งชื่อนายกฯ ชิงชื่อเดียว
"สุดท้ายฝ่ายประชาธิปไตยในบ้านเราก็ต้องมาตกลงกันว่าจะโหวตให้นายกฯ ที่นำเสนอโดยฝ่ายประชาธิปไตยเพียงคนเดียว เพื่อไม่ให้เสียงแตก แม้ขณะนี้ต่างพรรคต่างนำเสนอชื่อนายกฯ ในบัญชีก็ตาม" นายจาตุรนต์กล่าวและย้ำว่า เหตุผลเป็นเพราะพรรคที่สนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกสมัยมีเสียง ส.ว. ตุนไว้ในกระเป๋าแล้ว 250 คน ในขณะที่การลงมติเลือกนายกฯ ในรัฐสภาต้องใช้ทั้งเสียง ส.ส. และ ส.ว. รวม 376 จาก 750 เสียง
ขณะที่ ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้า ทษช. ออกมาเปิดเผยเป้าหมายว่า ทษช. น่าจะได้ ส.ส. ทั้งสองระบบรวมกัน 50-60 คน

ที่มาของภาพ, HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
ชัชชาติรับสนงานผู้ว่าฯ กทม. หาก พท. ไม่ได้เป็นรัฐบาล
อีกประเด็นที่น่าสนใจในบัญชีผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของ พท. คือการไม่มีชื่อของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หนึ่งในสามแคนดิเดต "นายกฯ ในบัญชี" ของ พท. ปรากฏในบัญชีผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีการวางตัวนายชัชชาติเป็นผู้สมัครผู้ว่าราชการ กทม. ในครั้งต่อไป ซึ่งตัวนายชัชชาติบอกว่าการเมืองต้องคิดเป็นขั้นตอน ๆ ไป แต่ก็ยอมรับว่า "หากเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็สนใจงานผู้ว่าฯ กทม."
นายชัชชาติ เจ้าของฉายา "รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" กล่าวกับบีบีซีไทยด้วยว่า เหตุที่ไม่มีชื่อในบัญชีผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เพราะมีความถนัดในงานในเชิงนโยบายและการบริหาร แต่ไม่สันทัดงานนิติบัญญัติ ถึงวันนี้เชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจในการเลือกตั้งคือพรรคและนโยบายที่นำเสนอ ซึ่งในส่วนของ พท. จะเน้นสร้าง 2 คำคือ hope (ความหวัง) และ trust (ความศรัทธา) ถ้าทำให้ประชาชน trust ได้ ที่สุดเขาก็จะเลือกเรา
กับคำถามที่ว่า ในบัญชีนายกฯ ของ พท. มีถึง 3 รายชื่อ และเริ่มมีการพูดกันใต้ดินว่า "เลือกเพื่อไทย อาจไม่ได้ชัชชาติเป็นนายกฯ" จะเป็นอุปสรรคของพรรคหรือไม่ นายชัชชาติบอกว่า "ไม่เป็นไร ยังไงผมก็อยู่ในทีม ไม่ใช่คนเดียวที่ทำงานได้ ถ้าจะเลือกเพื่อไทยเพราะนายชัชชาติก็อย่าเลือกเลยครับ เพราะการเลือกที่ตัวบุคคลคนเดียวมันอันตราย แต่เรานำเสนอนโยบาย นำเสนอพรรค และทีมทำงานของเรา"
พท. ได้ยื่น "บัญชีนายกฯ" ต่อ กกต. เป็นพรรคการเมืองแรก ประกอบด้วย 3 รายชื่อที่ออกมาเปิดเผยก่อนหนน้านี้คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ
ขณะที่ ทษช. ยังไม่ยื่นบัญชีแคนดิเดตนายกฯ กับ กกต. โดยอ้างว่ามีเวลาถึงวันที่ 8 ก.พ. นี้


คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562










