ถ้ำหลวง: ฝนกำลังมา ทีมช่วยเหลือแข่งกับเวลา หาทางนำ 13 หมูป่าออกจากถ้ำ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้ว่าฯ พะเยาชี้ เจาะไปแล้วกว่าร้อยปล่องหาทางเข้าหา 13 หมูป่า หวั่นฝนระลอกใหม่ ตกหนัก ทำโถงหลักท่วม เป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือ
นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ แถลงเมื่อเที่ยงคืนของวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า แผนการนำตัวออกมา ยังเน้นที่ความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่ถ้าฝนตกหนัก อาจต้องหาแผนฉุกเฉิน
นายณรงค์ศักดิ์ เปิดเผยว่า เด็ก ๆ "ยังอยูดีมีสุข อากาศภายในยังดี" กำลังเรียนหายใจและการดำน้ำ พ่อแม่บางคนได้เขียนส่งจดหมายฝากไปให้ลูก แต่ไม่แต่ใจว่าเด็ก ๆ ได้อ่านหรือยัง
"สิ่งที่ผมยืนยันมาโดยตลอด คือ น้องเข้าไปข้างหน้า ต้องออกข้างหน้า ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการเจาะ ซึ่งขณะนี้เจาะไปแล้ว 100 กว่าหลุม ส่วนหลุมที่มีศักยภาพที่จะลงไปได้มีจำนวน 18 หลุม หลุมที่เจาะลึกที่สุด 800 เมตร แต่เป็นมุมเจาะที่ไม่น่าจะเป็นได้ที่จะเข้าถึงจุดที่น้อง ๆ พักอยู่ ผ่านการคำนวณโดยนักธรณีฟิสิกส์ ว่าถ้าเจาะตรงๆ ในจุดที่น้อง ๆ อยู่ เจาะในช่องที่เป็นไปได้ในแนวดิ่ง ซึ่งจะใช้ระยะทางประมาณ 600 เมตร"
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า กรณีช่วยชีวิตคนงานเหมือง ในชิลีที่ติดอยู่ใต้ดินถึง 69 วัน เมื่อปี 2010 มาเป็นมาตรฐานว่า การเจาะปล่องลงไปช่วย และต้องขุดเจาะลงไปประมาณ 1 กิโลเมตร โดยใช้เวลาประมาณ 2 เดือน
เขาย้ำว่า ได้ประเมินแนวทางต่าง ๆ ไว้แล้ว รอเพียงตัวเลขยืนยันจากฝ่ายปฏิบัติเท่านั้น ว่าต้องอุปกรณ์กี่ชุด ใช้คนประกบกี่คน 2 หรือ 3 คนต่อเด็ก 1 คน พร้อมขอข้อมูลเรื่องสภาพฝนฟ้าจากกรมอุตุนิยมวิทยา ทั้งนี้ทีมปฏิบัติการยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการนำตัวออกทางปากถ้ำ แต่ขณะเดียวกันก็ยังสำรวจความเป็นไปได้อื่น ๆ ในการเข้าถึงตัวเด็ก ๆ โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจโพรงถ้ำที่อาจเชื่อมต่อไปถึงเนินนมสาว ซึ่งเป็นจุดที่ทั้ง 13 คนพักคอยอยู่
หลังนักประดาน้ำชาวอังกฤษค้นพบทั้ง 13 ชีวิต เมื่อ 2 ก.ค. นายณรงค์ศักดิ์ยืนยันว่าเด็ก ๆ ยังอยู่ใน "สภาพดีอยู่ ยิ้มแย้มแจ่มใส" ส่วนการฝึกดำน้ำ เพิ่งฝึกได้เพียงวันเดียว ต้องให้ครูฝึกเป็นผู้ประเมิน
สำหรับภารกิจในขั้นแรก "ค้นหา" เสร็จสิ้นลงเมื่อ 2 ก.ค. พบว่าทุกคนปลอดภัย เข้าสู่ภารกิจขั้นที่ 2 "กู้ภัย" แต่ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ยังไม่ขอระบุวัน-เวลาที่แน่ชัดในการนำตัวทั้ง 13 คนออกจากถ้ำ เพื่อ "ส่งกลับ" คืนสู่อ้อมอกของครอบครัวอันเป็นขั้นตอนสุดท้ายของแผนปฏิบัติการ

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ฝนระลอกใหม่ เป็นเรื่องน่ากังวล ถ้าฝนตกหนักมาก จะทำให้ระดับน้ำในถ้ำขึ้นสูง เพียงหยุดสูบน้ำ 12 นาทีในวันนี้ ระดับในถ้ำขึ้นสูงทันที 10 เซนติเมตร
อย่างไรก็ตามข้อมูลข่าวสารทั้งหมดที่ศูนย์อำนวยการร่วมฯ นำมาประเมินในแต่ละวัน เป็นการข่าวเมื่อ 11 ชม. ก่อน เนื่องจากหน่วยซีลรายงานว่าการเข้า-ออกถ้ำใช้เวลาถึง 11 ชม. เป็นขาเข้า 6 ชม. และขาออก 5 ชม. อีกทั้งนายณรงค์ศักดิ์ไม่ขอยืนยันด้วยว่า เด็ก ๆ และโค้ชทั้ง 13 คนจะได้พูดคุยโทรศัพท์กับครอบครัววันนี้ (5 ก.ค.) หรือไม่ แม้การเชื่อมโยงสายโทรศัพท์จะไปถึงบริเวณ 3 แยกภายในถ้ำแล้วก็ตาม เนื่องจากใน 1 กม. สุดท้ายก่อนไปถึงเนินนมสาวต้องใช้การดำน้ำเข้าไป
ขณะเดียวกัน ถ่านไฟฉายขนาด AA, AAA (โดยเฉพาะอัลคาไลน์) เริ่มขาดตลาดที่ อ.แม่สายแล้ว เนื่องจากทีมดำน้ำใช้กันตลอดทั้งวัน หากใครมีถ่านไฟฉ่ายก็สามารถนำไปส่งมอบได้ที่ อบต.โป่งผา
สำหรับระดับน้ำในถ้ำก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากโถง 1-3 เหลือเพียงจุดเดียวที่ต้องดำน้ำ หลังเจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำต่อเนื่องกว่า 90 ชม. โดยมีปริมาณน้ำเกินกว่า 130 ล้านลิตรที่ถูกสูบออกไป แต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (5 ก.ค.) มีกลุ่มจิตอาสาไปพร่องน้ำบริเวณใกล้ ๆ ถ้ำโดยไม่เข้าใจระบบน้ำในพื้นที่นี้ จึงกลายเป็นการอัดน้ำกลับเข้าไปถ้ำ ทำให้ พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 จ.เชียงราย เตือนบรรดา "ผู้หวังดี" ว่า "อย่ามายุ่ง" และ "มันไม่ใช่เรื่อง" เพราะได้จัดวางแผนปฏิบัติการไว้หมดแล้ว

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
"ระบบน้ำใต้ดินเขาลูกนี้มันเหมือนฟองน้ำ รูมีเต็มไปไหมด ต้องขุดลงข้างล่างเพื่อพร่องน้ำออก ให้น้ำไหลลงไปข้างล่าง แล้วไหลออก... เราถึงมี 4 ตำบลที่ยอมท่วม เพื่อให้น้ำไปไกลที่สุด ไปลงไกล ๆ ใครมาพร่องแถวนี้ที่มาขุดใกล้ ๆ นี้เพื่อเอาน้ำขึ้นมา ต้องมาบอกผู้ว่าฯ ครับ" พล.ต.บัญชากล่าวก่อนยืนยัน "ระบบพร่องน้ำเราคุมสถานการณ์ได้"
ร. 10 ทรงขอบใจ ชื่นชม และให้กำลังใจชุดค้นหาทีมหมูป่า

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ต่อมาเวลา 11.37 น. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสขอบใจ ชื่นชม และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้พบนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายรวม 13 คน โดยทุกคนปลอดภัยดี โดยทรงรับสั่งว่าความสำเร็จของการปฏิบัติในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ ความรู้ความสามารถ และความเสียสละของทุกฝ่ายทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรีได้รับใส่เกล้าใส่ฯ ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า ความสมัครสมานสามัคคี และความรักความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด ต่างมีอยู่ในหัวใจอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงชื่นชมยกย่อง และขอให้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ในขั้นต่อไปให้สำเร็จลุล่วงอย่างดีที่สุด สมดังความหวังตั้งใจของทุกฝ่าย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับปฏิบัติการ "ถ้ำหลวง"
ทีมหมูป่าฯ ใช้ชีวิตอย่างไรภายในถ้ำ?
ก่อนนักประดาน้ำชาวอังกฤษจะพบตัวทีมหมูป่าฯ ทั้ง 13 คน เมื่อ 2 ก.ค. พวกเขาต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความมืด ไฟฉายหลายอันที่นำติดตัวเข้าไปภายถ้ำแบตเตอรีหมดเกลี้ยง

ที่มาของภาพ, Thai NavySEAL/Facebook
อย่างไรก็ตามมี 3 เงื่อนไขที่ทำให้พวกเขารอดชีวิต
- อุณหภูมิภายในถ้ำอยู่ที่ประมาณ 26 องศาเซลเซียล จึงไม่เป็นปัญหา
- มีออกซิเจนเพียงพอ เนื่องจากอากาศได้ไหลเวียนเข้าไปในถ้ำโดยผ่านรอยแตกของช่องหิน
- พวกเขาดื่มน้ำที่หยดลงมาจากเพดานถ้ำ
ส่วนปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้ เช่น อันตรายจากสัตว์ร้ายอย่างงู หรือสารปนเปื้อนจากมูลค้างคาว
ทีมหมูป่าฯ เข้าไปติดภายในถ้ำได้อย่างไร?
นักเตะเยาวชนอายุตั้งแต่ 11-16 ปี และผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลวัย 25 ปี หายตัวไปตั้งแต่ 23 มิ.ย. โดยเชื่อกันว่าพวกเขาเข้าไปตอนที่ถ้ำยังแห้ง ก่อนถูกฝนถล่มอย่างหนักปิดทางออกจากถ้ำ อีกทั้งยังมีโคลนและเศษหินปิดเส้นทางเดินที่ปกติก็แคบอยู่แล้ว
ทีมหมูป่าฯ ถูกค้นพบอย่างไร?

พวกเขาถูกพบโดยนักประดาน้ำชาวอังกฤษ 2 คน ช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 2 ก.ค. หรือ 9 วันหลังจากติดอยู่ในถ้ำ ขณะนั่งเกาะกลุ่มกันบนชั้นหินบริเวณที่เรียกว่า "เนินนมสาว" อยู่ห่างจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 4 ก.ม.
วิดีโอแรกที่เผยแพร่โดยหน่วยซีลทางเฟซบุ๊ก แสดงให้เห็นว่าพวกเขาอยู่บนพื้นที่เหนือน้ำโดยอยู่กันครบทั้ง 13 คน บางคนบอกว่า "หิวมาก"









