You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"ขาวสามด้าน" ทรงผมเก่าที่ถูกนำมาเล่าใหม่
เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา สื่อมวลชนได้รายงานว่า พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกคำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปฏิบัติการพื้นที่ทุกนาย แต่งกายและตัดผมให้ถูกต้องตามระเบียบ โดยเน้นย้ำถึงข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาว่าต้องปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง
คำสั่งเลขที่ 0007/01 นี้ ถูกเผยแพร่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับรายงานของสื่อมวลชนว่ากองทัพไทย ได้มีหนังสือด่วนกำชับให้ทหารทุกนายปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีระเบียบวินัยเหมาะสมกับบุคลิกลักษณะของทหารอย่างเคร่งครัด ซึ่งนับรวมถึงการไว้ทรงผม "ด้านข้างขาว ด้านบนพองามประมาณ 2-3 เซนติเมตร"
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาข้าราชการตำรวจและทหารต่างพากันเดินทางเพื่อตัดผมให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ รวมทั้งในหลายหน่วยงานก็ได้นำช่างตัดผมมาให้บริการถึงที่
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าระเบียบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการเน้นย้ำเพื่อให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
"ก็เป็นการปฏิบัติตามวินัยตำรวจซึ่งมีอยู่แล้ว การออกคำสั่งเป็นการเน้นย้ำระเบียบที่มีอยู่แล้ว เพราะนาน ๆ ไปก็ต้องเน้นย้ำกันทีหนึ่ง ทางตำรวจมีกฎเรื่องการแต่งกายและทรงผมเอาไว้อยู่แล้ว เพื่อให้เป็นระเบียบ และเกิดความทะมัดทะแมงกันในการทำงาน" พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว
คำสั่งดังกล่าวครอบคลุมนายตำรวจฝ่ายสอบสวนทุกระดับชั้น โดยอนุโลมให้ตำรวจสายสืบ และหน่วยงานที่ต้องแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ตำรวจสายสืบและตำรวจปราบปรามยาเสพติดที่ลงพื้นที่หาข่าว ซึ่งนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรและระดับผู้บังคับบัญชาหลายนายก็ได้ตัดผมสั้นเพื่อเป็นตัวอย่างแล้ว รวมทั้ง พ.ต.อ.กฤษณะ เอง
เช่นเดียวกับนายตำรวจชั้นประทวนรายหนึ่งผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ซึ่งบอกกับบีบีซีไทยว่า การตัดผมเป็นเรื่องที่เขาสามารถปฏิบัติได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือลำบาก
"ก็สั้นอยู่ แต่มันเป็นคำสั่งของนายที่เราทำได้อยู่แล้ว ไม่ได้มากมายอะไร" นายตำรวจรายซึ่งเดิมทีไว้ผมรองทรงรายนี้กล่าว
ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันคล้ายกันว่าการตัดทรงผมนี้เป็นเรื่องปกติของทหาร และยืนยันว่าไม่มีเหตุผลเป็นพิเศษที่มีการกำชับเรื่องระเบียบวินัยและทรงผมในครั้งนี้
"เราเป็นทหารครับ เราก็ปฏิบัติตนตามคำสั่ง ซึ่งเป็นคำสั่งที่มีมานานแล้วด้วย ไม่ใช่เพิ่งมาปฏิบัติ เรามีคำสั่งระเบียบเรื่องนี้มานานแล้ว เป็นเรื่องปกติ" พล.ต.คงชีพ กล่าว
"ไม่มีเหตุผลเป็นพิเศษ ทหารมีวินัยและทหารปฏิบัติตามคำสั่งทุกเรื่องอยู่แล้ว มีคำสั่งมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเริ่ม แต่เป็นการทำตามระเบียบคำสั่งเดิมที่มีมาอยู่แล้ว"
หลังจากทหารทุกนายได้รับการกำชับให้ตัดผมทรงเดียวกัน นายทหารชั้นประทวนรายหนึ่งบอกกับบีบีซีไทยว่ามันช่วยทำให้เกิดภาพที่เป็นระเบียบเวลารวมแถว และเขาไม่รู้สึกลำบากอะไรเพราะสามารถตัดกันเองได้ และ "มันก็เป็นเรื่องปกติ ทหารก็ผมสั้น"
'ทรงผมคือบุคลิก'
ผมทรงสั้นตามกฎระเบียบนี้เป็นทรงที่ตัดได้สะดวกและดูแลง่าย แต่การรักษาความสั้นให้ขาวเสมอ อาจหมายถึงการตัดผมถี่ขึ้น ซึ่งปกติแล้วในกรมทหารจะมีร้านตัดผมไว้บริการในราคาถูก
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นายทหาร รวมทั้งนักศึกษาวิชาทหารหลายคนก็สะดวกที่จะตัดตามร้านบาร์เบอร์ที่พวกเขาไว้ใจฝีมือในการไถไล่ระดับให้เนียนและสวยงามกว่า
"ผมเชื่อได้เลยว่ามนุษย์ปุถุชนทุกคน ยังไงก็ชอบความหล่อความสวย ไม่ว่าใครก็ช่าง ทุกคนอยากให้ตัวเองดูดีหมด" นิเวศน์ กลมเกลียว ช่างประจำโต๊ะเบอร์ 1 ของร้านศาลาแดงบาร์เบอร์ กล่าว
กว่า 17 ปีแล้วที่ นิเวศน์ หรือ "ช่างเวศน์" ได้ตัดผมให้กับสุภาพบุรุษทุกสายอาชีพ รวมถึงลูกค้าประจำที่ทำอาชีพทหารซึ่งมักนิยมให้เขาไปตัดผมให้นอกสถานที่
ในความเห็นของเขาทรงผมเป็นส่วนสำคัญของบุคลิกแต่ละคน และเมื่อค้นพบทรงที่ลงตัวแล้ว ผู้ชายหลายคนมักเลือกที่จะเก็บทรงนั้นไว้และตัดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน นอกจากนี้เขาบอกว่ามันยังอาจมีประโยชน์ในกรมทหารในการแยกแยะระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวนซึ่งที่ผ่านมามักไว้ผมทรงสั้นเตียนกว่า
"บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ บางคนก็บอกว่าระเบียบเขามีมานานแล้ว ก็ตัดให้ถูกซักที" ช่างตัดผมวัย 43 ปี กล่าว
จากการพูดคุยกับลูกค้าที่ทำอาชีพทหารและตำรวจ เขากล่าวว่าบางคนรวมถึงคนรอบข้างยังรู้สึกไม่ชินกับการตัดผมทรงใหม่ แต่บางคนก็เชื่อว่าการตัดผมสั้นเหมือนกันหมด เป็นการทำตามระเบียบที่มีมานานแล้ว และจะช่วยให้ระบุได้ว่าใครมีความจริงจังในการเป็นทหารโดยทำตามระเบียบอย่างแท้จริง
"โดยอาชีพของเรา เราก็ไม่ออกความเห็นอะไรที่จะกระทบกระเทือนจิตใจลูกค้า เช่นเขาไม่ชอบอยู่แล้ว เราไปซ้ำเข้าไปอีกว่า 'ไม่น่าเลยนะ' ก็ไม่ควร" เขากล่าว
ตำรวจ-ทหารทรงผมเดียวกัน
"ทหารกับตำรวจตอนนี้ตัดเหมือนกันหมดเลยนะ แยกไม่ออก เมื่อก่อนตำรวจเขาจะไว้รองทรงได้ ตอนนี้ก็มาตัดทรงเดียวกันไม่ต้องแยกเลย" นพวรรณ กันทา ช่างตัดผมประจำร้าน คมกริบ ในซอยเพชรบุรี 31 กล่าว
นพวรรณมีประสบการณ์ตัดผมกว่า 10 ปี เธออธิบายว่าการตัดทรงนักเรียนให้ผู้ใหญ่และเด็กนั้นไม่ต่างกัน โดยในช่วงที่ผ่านมาเธอกล่าวว่ามีตำรวจซึ่งเป็นลูกค้าประจำมาใช้บริการตัดผมจำนวนไม่ต่างจากเดิม
"ก็มีลูกค้ามาตัดตามปกติ แค่เปลี่ยนทรงเฉย ๆ ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ พอมันเป็นกฎแล้ว เขาให้มาตัดก็ตัด ตามหน้าที่ของเขา แล้วแต่ลูกค้า บางคนไม่เอาขาวเราก็รองหวีให้"
การตัดผมทรงนักเรียนคือการตัดผมด้วยการไถขึ้นไปตรง ๆ แบบไม่มีการไล่ระดับ โดยเว้นความยาวด้านบนเอาไว้ตามแต่ความเหมาะสมและความต้องการของลูกค้า ซึ่งหลายคนมักเลือกรองหวีเบอร์ 1 เพื่อให้ไม่ขาวแต่ไม่ยาวจนเกินไป
สั้นเกรียนอย่างสวยงาม
ทรงผมสั้นเกรียนที่ถูกต้องตามกฎของกองทัพและตำรวจนี้ คล้ายคลึงกับทรงผมที่นักเรียนและนักศึกษาวิชาทหาร หลายคนต้องตัดตามกฎของโรงเรียน และมันไม่ได้เป็นทรงโปรดของทุกคน
"เด็กมันจะหวงผม บางทีตัดไปยาวไป สูงไม่พอ ไม่ผ่าน ก็ต้องกลับมาตัดใหม่กันประจำ" กนกพร วรวิรุฬห์ ผู้จัดการร้าน เพชรสยาม บาร์เบอร์กล่าว
ในความเห็นของกนกพร เธอไม่รู้สึกว่าการกำชับกฎระเบียบของทหารและตำรวจเป็นเรื่องน่าแปลกใจ และทรงผมดังกล่าวก็เป็นทรงที่นักเรียนแวะเวียนเข้ามาตัดที่ร้านตลอดช่วงเวลากว่า 30 ปีที่ร้านเปิดทำการ
ข้อกำหนดทรงผมของนักเรียนในแบบที่รู้จักโดยทั่วไปนั้น เกิดขึ้นจาก กฎกระทรวง ซึ่งประกาศโดยคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 เรื่อง ควบคุมนักเรียนและนักศึกษา ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2515 โดย จอมพลถนอม กิตติขจร ที่ระบุว่า "นักเรียนชายไว้ผมยาว โดยไว้ผมข้างหน้าและกลางศีรษะยาวเกิน 5 เซนติเมตร และชายผมรอบศีรษะไม่ตัดเกรียนชิดผิวหนัง หรือไว้หนวดหรือเครา"
ในเวลาต่อมา กฎดังกล่าวได้ถูกปรับปรุงด้วยกฎกระทรวงฉบับใหม่ในปี 2518 ที่ระบุว่า "นักเรียนชายให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้างและด้านหลังยาวเลยตีนผม" ซึ่งหมายถึงนักเรียนชายสามารถตัดผมทรงรองทรงได้
แต่ในการปฏิบัติจริง หลายโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการยังยึดถือตามกฎฉบับแรก ก่อนที่ในปี 2556 กลุ่มนักเรียนได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้นี้ จนทำให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ณ เวลานั้น จัดให้มีการทำหนังสือเวียนแจ้งสถานศึกษาให้รับทราบอย่างถูกต้อง