เฟซบุ๊กพบรัสเซียหนุนโฆษณาให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน

ที่มาของภาพ, PA
เฟซบุ๊กระบุว่าตรวจพบการรณรงค์ที่หนุนหลังโดยรัสเซีย เพื่อให้ข้อมูลที่สร้างความแตกแยกบนสื่อสังคมออนไลน์
บริษัทเฟซบุ๊กระบุว่า พบการใช้เงิน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.3 ล้านบาท เพื่อซื้อโฆษณาประมาณ 3,000 ชิ้น ตลอดเวลา 2 ปีนับจนถึงสิ้นสุดเดือน พ.ค. ปีนี้ โดยโฆษณาเหล่านี้ไม่ได้ให้การสนับสนุนนักการเมืองคนใดเป็นพิเศษ แต่เป็นโพสต์ประเด็นต่างๆ เช่น คนเข้าเมือง เชื้อชาติ และสิทธิที่เท่าเทียม
การค้นพบนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างเฟซบุ๊ก กับหน่วยสืบสวนของรัฐบาลสหรัฐฯ และจะส่งมอบหลักฐานให้กับนายโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่รับผิดชอบสืบสวน กรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว
โฆษณาที่พบ ถูกใช้เป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้ใช้ไปหาอีกประมาณ 470 บัญชี ที่คอยให้ข้อมูลเท็จ หรือฝ่าฝืนกฎระเบียบการใช้เฟซบุ๊ก โดยในบล็อกของเฟซบุ๊กเมื่อวันพุธ (6 ก.ย.) ระบุว่า "โฆษณาและบัญชีผู้ใช้ ดูเหมือนจะเน้นไปที่การขยายความเนื้อหา ซึ่งสร้างความแตกแยกทางสังคมและการเมือง" อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าบัญชีผู้ใช้เหล่านั้น ถูกตั้งขึ้นโดยสำนักงานวิจัยทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งตั้งอยู่ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเป็นที่รู้จักกันดีในแง่การโพสต์ข้อความสนับสนุนรัฐบาลรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านนายอเล็กซ์ สตามอส หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัย กล่าวว่า ขณะนี้บัญชีรายชื่อต้องสงสัยเหล่านั้น ถูกปิดไปแล้ว
ส่วนนายริชาร์ด นิวแมน นักกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ กล่าวกับบีบีซีว่าขนาดของปัญหาที่เกิดขึ้นยังเล็กเกินไปที่จะทำให้เฟซบุ๊กได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่ทางบริษัทจำเป็นต้องรีบออกมาจัดการ "ผมไม่ได้มองว่านี่เป็นปัญหาเลย ตราบเท่าที่เขาใช้มาตรการป้องกัน คอยตรวจตราข่าวเท็จ และพยายามประเมินโฆษณาบนเว็บไซต์ว่าเป็นของจริงหรือไม่"
ข้ออ้างเกินจริง
ข่าวนี้ถูกเปิดเผยในวันเดียวกันกับที่เฟซบุ๊กถูกกล่าวหาเรื่องการปั่นตัวเลขโฆษณาว่าเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากเกินจริง โดยหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า เฟซบุ๊กบอกกับบริษัทที่อาจเข้ามาซื้อโฆษณาว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มคนอายุ 18-24 ปีได้ 41 ล้านคนในสหรัฐฯ ซึ่งตามข้อมูลสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ชี้ว่าในประเทศมีกลุ่มคนอายุดังกล่าวอยู่ 31 ล้านคน








