You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กับ เส้นทางพรรคใหม่ "โอกาสไทย"
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค ประกาศลาออกจากความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และตั้งพรรคการเมืองใหม่ในชื่อ "โอกาสไทย"
การแถลงนี้สร้างความประหลาดใจให้ผู้ติดตามการเมือง หลังก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเขาจะไปร่วมงานการเมืองกับ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคเศรษฐกิจไทย
นายมิ่งขวัญแถลงเมื่อ 8 มิ.ย. ว่าได้ยินใบลาออกจากการเป็น ส.ส. ตั้งแต่ 17 ก.พ. และยืนยันจะยังคงดำเนินการทางการเมืองเพื่อเตรียมการเลือกตั้งครั้งต่อไป และวันนี้เป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่ายังมุ่งหน้าแน่วแน่แก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งระดับมหภาค คือ การหารายได้เข้าประเทศ การส่งออก และเศรษฐกิจขนาดเล็ก โดยยืนยันว่าหากมีอำนาจรัฐในมือ จะดูแลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อคนไทยทั้งประเทศให้ได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตโดยเท่าเทียมกัน จึงตั้งพรรคโอกาสไทย เพื่อโอกาสของคนไทยทุกคน โดยจะเป็นหัวหน้าพรรคและพร้อมเป็นนายกฯ
สีชมพู "ตัวแทนคนรุ่นใหม่"
นายมิ่งขวัญกล่าวว่าจะใช้พื้นโลโก้สีชมพู เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ในรุ่นที่แตกต่าง ที่หลอมหลอมรวมแล้วเป็นคนไทย 60 กว่าล้านคนไม่ว่ารุ่นไหน ตัวหนังสือสีเขียวหมายถึง ความสดใหม่ และสื่อถึง ความเขียว ของพืช หรือเกษตรกร หากใครสนใจและมีทิศทางเดียวกับเขา พร้อมร่วมอุดมการณ์ ขอให้สแกนคิวอาร์โค้ด เข้ามาเป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊ก และหลังจากนี้จะเปิดตัวคนที่จะมาร่วมงานในภาคต่าง ๆ
ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าจะไปร่วมงานกับพรรคคเศรษฐกิจไทยนั้น นายมิ่งขวัญกล่าวว่า เขามีความคุ้นเคยกับนักการเมืองหลายคน แต่จะทำพรรคการเมืองที่เน้นไปทำเรื่องเศรษฐกิจ จึงตั้งพรรคการเมืองที่ชื่อว่าพรรคโอกาสไทย โดยจุดยืนของพรรค คือประชาธิปไตย หากมีการแบ่งข้างแบ่งขั้วก็จะย้ำเรื่องประชาธิปไตย ส่วนจะรับ "เศรษฐกิจใหม่" ของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า มาอยู่กับพรรคด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้ไม่มีความเห็น และไม่ขอตอบว่าจะร่วมงานกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ พร้อมย้อนถามสื่อว่าที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์เอ็นดูเขาหรือไม่
ระหว่างการแถลงข่าว ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษกกรุงเทพมหานครมาร่วมฟังการแถลงข่าว และให้สัมภาษณ์ว่า ติดตามผลงานนายมิ่งขวัญมานานแล้ว ยอมรับมีแนวคิดว่าจะลงการเมือง แต่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมกับพรรคไหน ซึ่งเป็นการตัดสินใจโดยลำพังไม่เกี่ยวกับ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และบิดา
ร.ต.อ. พงศกร กล่าวว่า พรรคที่เขาจะร่วมงานด้วย ต้องเป็นพรรคที่มีแนวคิดแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นหลัก เพราะขณะนี้ถือว่าเป็นปัญหาที่หนักมากของประเทศ โดยจะตัดสินใจภายใน 1 เดือน และ พรรคพลังประชารัฐไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่จะเข้าไปร่วมงาน
#ลุงมิ่งโป๊ะแตก
นายมิ่งขวัญ นักการตลาดวัย 70 ปี มากประสบการณ์ที่เข้าใจและรู้จักบริหารความพึงใจของลูกค้า และกลุ่มเป้าหมาย ยึดกินพื้นที่ข่าวหน้า 1 และพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ เป็นระยะ เมื่อ 3 ปีก่อนเขาปรากฏกายคู่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) วัย 40 ปี อยู่เสมอ ๆ บนเวทีประชันวิสัยทัศน์ก่อนวันเลือกตั้งจะมาถึง และมักขอ "มีซีน" ร่วมกับหัวหน้า อนค. ผู้เป็นขวัญใจของชาวเน็ตและเป็นเจ้าของกระแส "ฟ้ารักพ่อ" นั่นทำให้นายมิ่งขวัญกลายเป็น "ลุงมิ่ง" ของคนรุ่นใหม่ไปโดยปริยาย
ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองวิเคราะห์ว่า คะแนนเสียง 4.8 แสนเสียงที่พรรคเศรษฐกิจใหม่ได้ ส่วนหนึ่งมาจากกระแสคนรุ่นใหม่ ขณะที่อีกส่วนมาจากความเบื่อหน่ายและต้องการออกจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน ซึ่งนายมิ่งขวัญ อดีตหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน (2550) จับสัญญาณได้-แปรออกมาเป็นนโยบาย ทำให้พรรคที่ก่อร่างสร้างตัวมาเพียงปีเดียว สามารถหิ้วว่าที่ ส.ส. เข้าสภาฯ ได้ถึง 6 คน
ช่วง สงกรานต์ 2562 นายมิ่งขวัญได้มีแฮชแท็กเป็นของตัวเองคือ #ลุงมิ่งโป๊ะแตก และ #มิ่งขวัญ ขึ้นเป็นเทรนด์ยอดฮิตของทวิตเตอร์ไทย หลังสื่อมวลชนอย่างน้อย 2 สำนักรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่านายมิ่งขวัญจะนำ ศม. พลิกไปร่วมงานกับ พปชร. แทน เนื่องจาก "ลุงมิ่ง" มีสัมพันธ์อันดียิ่งกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บุคคลที่แกนนำ พปชร. เรียก "อาจารย์" ทุกคน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงไปทั่ว
พรรคพันธมิตรอย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ชิง "ล็อกเสียง" ศม. เอาไว้ก่อนหน้านี้ จึงออกมาดักคอว่า "เชื่อมั่นในคำพูดลูกผู้ชายของหัวหน้า #มิ่งขวัญ มากกว่าหัวหน้าบางพรรค" และ "ประวัติศาสตร์ไทยไม่เคยยอมรับนักการเมืองที่ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ"
ร้อนถึงเจ้าตัวต้องร่อนแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 13 เม.ย. 2562 ปฏิเสธว่า "ไม่เคยเจรจาทางการเมืองกับ พปชร."