ไพบูลย์ นิติตะวัน รอด ศาล รธน. มีคำสั่งไม่ให้พ้นสภาพความเป็น ส.ส.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ยังไม่ขาดสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หลังยุบเลิกพรรคตัวเอง เพื่อย้ายไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพของ ส.ส. ของนายไพบูลย์สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (10) ประกอบมาตรา 90 และมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่

นายวิรุฬห์ แสงเทียน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้อ่านคำวินิจฉัยคดีนี้ โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยมีสาระสำคัญสรุปได้ว่า สมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ของนายไพบูลย์ ไม่สิ้นสุดลงเนื่องจากเมื่อตรวจสอบมติการสิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองของพรรคประชาชนปฏิรูปแล้วพบว่าเป็นไปโดยชอบตามข้อบังคับพรรค และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) พรรคการเมือง

ส่วนที่มีการอ้างว่าการมีมติให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพนั้นมีวาระซ่อนเร้น กลับไม่พบว่ามีพยานหลักฐานสนับสนุนตามที่กล่าวอ้าง และเมื่อพรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองไปแล้ว นายไพบูลย์ ซึ่งเป็น ส.ส. ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญในการที่จะหาพรรคการเมืองอื่นสังกัดภายใน 60 วัน

ส่วนที่อ้างว่า นายไพบูลย์ เป็นหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปจะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ชำระบัญชีให้แล้วเสร็จ ตามที่มาตรา 95 พ.ร.ป. พรรคการเมืองกำหนดนั้น ศาลเห็นว่าบทบัญญัติมาตราดังกล่าวกำหนดหน้าที่ที่หัวหน้าพรรคของพรรคที่สิ้นสภาพต้องปฏิบัติ จนกว่าชำระบัญชีแล้วเสร็จ โดยมีหน้าที่ให้ข้อมูล เอกสารต่าง ๆ เพี่อดำเนินการชำระบัญชีให้แล้วเสร็จใน 180 วัน และห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในฐานะหัวหน้าพรรคที่สิ้นสภาพ แต่ไม่ห้ามดำเนินกิจกรรมในนามพรรคการเมืองอื่น

สำหรับคำร้องที่ว่า นายไพบูลย์ไม่ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. มาก่อน ศาลเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 90 กำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดทำบัญชีรายชื่อ และการได้มาซึ่งสมาชิก ส.ส. โดยมีวัตถุประสงค์ใช้บังคับกับการเลือกตั้ง และก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคนละวัตถุประสงค์กับมาตรา 91 (1) และ (4) ที่กรณีของนายไพบูลย์เกิดขึ้นภายหลังได้รับการเลือกตั้งแล้ว

คดีนี้ 60 ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน นำโดย พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้เข้าชื่อร้องต่อประธานสภา ขอให้ส่งคําร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ว่านายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังจากที่พรรค ปชช. สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) ทั้งที่ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพรรค ปชช. อยู่จนกว่าการชําระบัญชีจะแล้วเสร็จ และมิได้เป็นผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ของ พปชร. ที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 24 ธ.ค. 2563 รับคำร้องไว้พิจารณา แต่ไม่ได้สั่งให้นายไพบูลย์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ในระหว่างนี้

การตีความสถานภาพทางการเมืองของนายไพบูลย์ถือว่ามีความสำคัญ เพราะจะเป็นบรรทัดฐานให้ ส.ส. "พรรคจิ๋ว" ที่ยุบพรรคตัวเองหลังการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. 2562 แล้วย้ายไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.

ขณะนี้มีหัวหน้าพรรคที่เดินตามรอย "ไพบูลย์โมเดล" อย่างน้อย 1 คนคือ พล.ต.อ. ยงยุทธ เทพจำนงค์ ที่เข้าสภาล่างในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชานิยม ก่อนใช้มติเอกฉันท์ของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชานิยมให้เลิกพรรค เมื่อ 14 พ.ค. 2563 แล้วสมัครเป็นสมาชิก พปชร. ในวันที่ 21 ก.ค. 2563