ธรรมนัส พรหมเผ่า: ประมวลความเคลื่อนไหวนายกฯ-พลังประชารัฐ-สภา หลังปลดธรรมนัส-นฤมล

ที่มาของภาพ, สํานักโฆษก สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
กว่า 48 ชั่วโมงผ่านไปหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 ก.ย. แต่ปฏิกิริยา แรงกระเพื่อม คำถามถึงเบื้องหลังการปลดหรือลาออก รวมทั้งอนาคตของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพูดถึงกรณีนี้เป็นครั้งแรกเย็นเมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) ว่า "ยังไงเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปยังไง ผมไม่ตอบ" และ "ไม่ได้แจ้งใครทั้งสิ้น มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม...เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม" นายกฯ ตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นนี้เป็นครั้งที่ 2 วันนี้ (10 ก.ย.) โดยอ้างถึงมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ถึง 2 ครั้ง
ครั้งแรก ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยหรือเคลียร์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้า พปชร. แล้วใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า "เคลียร์เรื่องอะไร ไปดูมาตรา 171"
และเมื่อผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่าการปลด 2 รัฐมนตรีทำให้เขาสบายใจขึ้นแล้วใช่หรือไม่เรื่องการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า "สบายใจมาตลอด...เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้างเพื่อให้เกิดผลดีต่อการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วในมาตรา 171"
- ธรรมนัส พรหมเผ่า เตรียมทำพรรคใหม่ หลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมนฤมล ภิญโญสินวัฒน์
- ธรรมนัส พรหมเผ่า : อดีตรัฐมนตรีที่ถูกปลดกับอนาคตที่ "อาจจะไปสร้างบ้านใหม่"
- อภิปรายไม่ไว้วางใจ : คำชี้แจงจากปากประยุทธ์-ธรรมนัส ท่ามกลางข่าวลือเขย่าเก้าอี้นายกฯ
- พลังประชารัฐ: ธรรมนัสประกาศ “ลบภาพลักษณ์พรรคเฉพาะกิจ” หลังเบียด อนุชา ยึดเก้าอี้เลขาธิการพรรคสำเร็จ
เมื่อวานนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้หยิบยกกฎหมายข้อนี้มาอ้างแล้วครั้งหนึ่ง เพื่ออธิบายข้อสงสัยของสื่อว่าการพ้นจากตำแหน่งของ ร.อ. ธรรมนัสเป็นเรื่องของการ "ปลด" หรือ "ลาออก" กันแน่ โดยนายวิษณุอธิบายว่า เป็นการปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากในตัวพระบรมราชโองการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 บัญญัติไว้ว่า "พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคําแนะนํา"
บีบีซีไทยประมวลความเคลื่อนไหวในรอบวันหลังการปลด 2 รัฐมนตรีที่สร้างความฮือฮามากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 2 ปีกว่าของรัฐบาลประยุทธ์
พปชร.
ร.อ. ธรรมนัสยังเป็นเลขาธิการ พปชร. แต่สถานการณ์ในพรรคก็คงกระอักกระอ่วนไม่น้อยหลังจากที่เขาประกาศในการแถลงข่าววานนี้ว่าจะไม่ไปเหยียบที่ทำการ พปชร. อีก "ไม่ชอบ ไม่อยากฝืนใจตัวเอง" และบอกอีกว่าถ้าใจมันไม่อยู่ ใครจะมาบังคับก็ไม่ได้
วันที่ 8 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่ ร.อ. ธรรมนัสอ้างว่าตั้งใจจะยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่ง รมช. และหนึ่งวันก่อนที่เขาจะประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำการพรรค เพจเฟซบุ๊กของ พปชร. โปรโมทภารกิจของเลขาฯ พรรคว่า "รมช. ธรรมนัส ลั่นฆ้อง พปชร. พร้อมศึกเลือกตั้งท้องถิ่น"
โดยในวันนั้น ร.อ. ธรรมนัสเปิดเผยว่ากรรมการบริหารพรรคกำลังเตรียมประชุมเร็ว ๆ นี้ เพื่อกำหนดทิศทางการรับมือการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนถึงรัฐบาล

ที่มาของภาพ, Facebook/พลังประชารัฐ
หลังการปลด ร.อ. ธรรมนัสและนางนฤมล ยังไม่มีความเคลื่อนไหวหรือท่าทีที่เป็นทางการจาก พปชร. ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ส.ส. ส่วนใหญ่เข้าร่วมการประชุมสภาฯ มีเพียงนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว
นายสุชาติซึ่งเป็นกรรมการบริหาร พปชร. กล่าวก่อนเข้าประชุมว่าขณะนี้ยังไม่รู้ว่า ร.อ. ธรรมนัสจะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคหรือไม่ หรือจะมีใครลาออกจากตำแหน่งอื่น ๆ หรือไม่ แต่เขาไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อพรรค เพราะ ส.ส. ทุกคนรู้บทบาทหน้าที่ เคารพมติพรรค และที่สำคัญคือมี พล.อ. ประวิตร หัวหน้าพรรคเป็น "ศูนย์รวมจิตใจ" และมี พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ ส่วนจะมีการปรับโครงสร้างพรรคหรือไม่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค
"ทุกคนที่มาอยู่กับพรรคนี้ เพราะพรรคเสนอชื่อคนเดียว คือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจึงเชื่อว่าไม่มีอะไร การเมืองก็ปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เหมือนเราเปลี่ยนผู้บริหารบริษัท ลักษณะคล้ายกัน ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคหรือไม่นั้น ผมยังไม่ทราบและยังไม่ถึงเวลา" นายสุชาติกล่าว

นายสุชาติกล่าวอีกว่า พปชร. มีความเหนียวแน่น แข็งแรงและสามัคคีกัน บางคนอาจสนิทสนมกันแต่ไม่ได้หมายความว่าต้องแบ่งเป็นกลุ่มเป็นก๊วน เพราะ พปชร. มีหัวหน้าพรรคที่ทุกคนให้ความเคารพ ในส่วนของเลขาธิการพรรค หลังเปลี่ยนจากนายอนุชา นาคาศัย มาเป็น ร.อ. ธรรมนัส ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะหัวหน้าพรรคยังเป็น พล.อ. ประวิตร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ร.อ. ธรรมนัสลาออกไป คิดว่าจะมีกลุ่มก๊วนใดตามออกไปบ้างหรือไม่ นายสุชาติคิดว่าไม่มี
"วันนี้ท่าน (ร.อ. ธรรมนัส) ก็ยังอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ และผมคิดว่าผู้แทนทุกคนที่มาอยู่กับพรรค มาอยู่เพราะเลือกนายกฯและหัวหน้าพรรคลุงป้อม ไม่ได้มาเพราะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นหัวหน้าพรรค...ยืนยันว่าไม่มีประเด็นในเรื่องนี้" นายสุชาติกล่าว
ด้านนายชัยวุฒิกล่าวในฐานะกรรมการบริหาร พปชร. ว่าสถานการณ์ในพรรคยังคงเป็นปกติ และยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งใด ๆ ภายในพรรค โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส
เขากล่าวอีกว่าการปลดรัฐมนตรีในครั้งนี้จะไม่สั่นคลอนความมั่นคงของรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าจะอยู่ครบวาระ 4 ปี และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อทำงานร่วมกันไม่ได้ ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน
กระทรวงเกษตรฯ
ร.อ. ธรรมนัสเข้าทำงานวันแรกที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2562 พร้อมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. เกษตร จากพรรคประชาธิปัตย์ และ รมช. อีก 2 คน คือ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ จากพรรคภูมิใจไทย และนายประภัตร โพธสุธน จากพรรคชาติไทยพัฒนา ทำให้กระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงที่มีรัฐมนตรี 4 คนจาก 4 พรรค
ร.อ. ธรรมนัสได้รับมอบหมายจากนายเฉลิมชัยให้ดูแล 4 หน่วยงานคือ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร

ที่มาของภาพ, Facebook/กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผลงานล่าสุดของ ร.อ. ธรรมนัสคือการผลักดันโครงการปลูกฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้นในพื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากความต้องการฟ้าทะลายโจรที่มีคุณสมบัติรักษาผู้ป่วยโควิด-19
หลังจาก ร.อ. ธรรมนัสพ้นตำแหน่ง กระทรวงเกษตรฯ ก็จะเหลือ รมช. 2 คน คือนางมนัญญาและนายประภัตร
วันนี้ (10 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวถามนายประภัตรที่รัฐสภาถึงความเคลื่อนไหวในกระทรวงเกษตรฯ หลัง ร.อ.ธรรมนัสพ้นตำแหน่ง นายประภัตรกล่าวว่าขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดเรื่องการแบ่งงานกันใหม่ระหว่างรัฐมนตรี และยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับนายเฉลิมชัย รมว. เกษตรฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ จะเหลือรัฐมนตรี 3 คนจะมีผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ นายประภัตรกล่าวว่า เรื่องนี้พูดไม่ได้เลย แล้วแต่ท่านนายกฯ เมื่อถามว่าได้รับการส่งสัญญาณเรื่องการ ปรับ ครม.หรือไม่ นายประภัตรกล่าวว่า ไม่มีสัญญาณอะไรเลย
ที่ประชุมสภา
ร.อ. ธรรมนัสไม่ปรากฏตัวที่รัฐสภาในการลงมตินัดสำคัญวันนี้ (10 ก.ย.) ภายหลังถูกปลดพ้นเก้าอี้รัฐมนตรีพร้อม "คู่หู" อย่างนางนฤมล
การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (มาตรา 83 และมาตรา91) ในวาระที่ 3 วันนี้ (10 ก.ย.) เกิดขึ้นหลังมีความเปลี่ยนแปลงใหญ่ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อมีคำสั่งปลด 2 กรรมการบริหาร พปชร. พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี
ในระหว่างแถลงเปิดใจกับสื่อมวลชนเมื่อ 9 ก.ย. ร.อ. ธรรมนัส เลขาธิการ พปชร. กล่าวยืนยัน จะยกมือลงมติสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตามแนวทางของพรรค
ทว่าเมื่อถึงเวลาลงมติในวันนี้ (10 ก.ย.) เจ้าหน้าที่เรียกชื่อ ร.อ. ธรรมนัส เพื่อให้ลงมติ แต่ปรากฏเพียงความเงียบแทนการขานมติจาก ส.ส.พะเยา พปชร. รายนี้
นอกจาก ร.อ. ธรรมนัสจะหายไป นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ซึ่งเป็นคนสนิทของผู้กองธรรมนัส และนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น พปชร. ก็ไม่ปรากฏชื่อในการลงมติด้วย ขณะที่นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พปชร. ร่วมลงมติเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ












