ม.จ.จุลเจิม ยุคล: เปิดกฎหมายว่าด้วย "พระราชอำนาจ" จากพระบรมราชโองการแต่งตั้งราชองครักษ์

ราชองครักษ์

ที่มาของภาพ, AFP

พล.อ. หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ถวายสัตย์ปฏิญาณผ่านเฟซบุ๊ก ขอสนองพระเดชพระคุณให้สมกับได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย หลังราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเขาและบุคคลในราชสกุลยุคลรวม 3 คน เป็นนายทหารพิเศษและนายทหารราชองครักษ์พิเศษ

วานนี้ (5 พ.ย.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้ง 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในราชสกุลยุคล

ฉบับแรกเป็นพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารพิเศษประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ จำนวน 3 นาย ดังนี้

1.พลเอก หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล

2.พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล

3.พันโท หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล

ส่วนอีกสองฉบับคือ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษให้ ร้อยเอก หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เป็น พันโท และพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พันโท หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

หลังจากมีพระบรมราชโองการดังกล่าวออกมา ม.จ. จุลเจิม และ ม.จ. นวพรรษ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งค่าเป็นสาธารณะ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ม.จ.จุลเจิมโพสต์ข้อความว่า "นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจักถวายความจงรักภักดีเป็นราชพลีจนกว่าชีวิตหาไม่ จักปกป้องและผดุงพระบรมเดชานุภาพ ในฐานะนายทหารราชองครักษ์พิเศษ จักเทิดทูนและปกป้องพระบรมราชจักรีวงศ์ ให้สถิตเสถียรสถาพรชั่วกาลนาน จักสนองพระเดชพระคุณ ให้สมกับได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย"

จุลเจิม

ที่มาของภาพ, Facebook/จุลเจิม ยุคล

ส่วน ม.จ. นวพรรษ์ ระบุว่า "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ ให้ ร้อยเอก หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เป็น พันโท และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พันโท หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้"

รู้จัก "หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์"

จากพระบรมราชโองการนี้ "นายทหารพิเศษ" และ "นายทหารราชองครักษ์พิเศษ" ทั้ง 3 นาย จะปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ แนะนำหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยฯ ไว้ว่า เดิมหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยฯ มีฐานะเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองบัญชาการกองทัพไทย จนกระทั่งในปี 2556 ได้มีการยกฐานะหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยฯเป็นนิติบุคคล ระดับกรม สังกัดกระทรวงกลาโหม โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขณะยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามกุฎราชกุมาร ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ

ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 ให้มีการจัดระเบียบบริหารราชการในพระองค์และมีพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ กำหนดให้มี "หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์" เป็นหน่วยราชการในพระองค์

หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน คือ สำนักงานผู้บังคับบัญชา สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์ สำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์

"ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย"

พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารพิเศษ แต่งตั้งนายทหารราชองครักษ์พิเศษ และพระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษทั้ง 3 ฉบับนี้อ้างถึงอำนาจตามมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และบางมาตราของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และ พ.ร.ฎ. จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 ซึ่งล้วนเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พระราชอำนาจ

บีบีซีไทยสรุปใจความสำคัญของกฎหมายที่อ้างถึงในพระบรมราชโองการทั้ง 3 ฉบับ ดังนี้

รัฐธรรมนูญ 2560

มาตรา 15

  • การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
  • การจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา

พ.ร.บ.ระเบียบบริหาราชการในพระองค์

มาตรา 4

  • การจัดระเบียบบริหารราชการในพระองค์, การจัดระเบียบราชการในพระองค์, การบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์และสถานภาพของข้าราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
  • ส่วนราชการในพระองค์ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และไม่เป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายอื่นใด เว้นแต่ที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะใน พ.ร.บ. นี้หรือในพระราชกฤษฎีกาที่ตราขึ้นตามมาตรา 15 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญ
  • บรรดาบทกฎหมายใดที่บัญญัติถึงคำว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มิให้หมายความวมถึงข้าราชการในพระองค์ ทั้งนี้เว้นแต่ที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะใน พ.ร.บ.นี้หรือในพระราชกฤษฎีกาที่ตราขึ้นตามมาตรา 15 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญ
รัชกาลที่ 10 และพระราชินี

ที่มาของภาพ, Reuters

พ.ร.. จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคล ของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560

มาตรา 10

  • ข้าราชการในพระองค์ประกอบด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) องคมนตรี 2) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน 3) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และ 4) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ
  • กฎหมายใดที่บัญญัติถึงคำว่า "ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ" มิให้หมายความรวมถึง "ข้าราชการในพระองค์" เว้นแต่การมีสถานภาพเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
  • ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารให้มีสถานภาพเป็นทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร กฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร ประมวลกฎหมายอาญาทหาร กฎหมายว่าด้วยยศทหาร กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบทหาร และกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารด้วย เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
  • ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจให้มีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจตามกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
  • การแต่งตั้งให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจมียศชั้นใดหรือถอดผู้ใดออกจากยศชั้นใด ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

มาตรา 13

การให้ข้าราชการในพระองค์ผู้ใดปฏิบัติงานในส่วนราชการในพระองค์หน่วยใดและดำรงตำแหน่งใด รวมทั้งการโอน การย้าย และการให้พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย จะทรงกำหนดหรือทรงมอบหมายให้ข้าราชการในพระองค์ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในคำสั่งเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของข้าราชการในพระองค์ดังกล่าวก็ได้

มาตรา 15

การดำเนินการเกี่ยวกับราชการในพระองค์และการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย จะทรงกำหนดหรือทรงมอบหมายให้ข้าราชการในพระองค์ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในหมายรับสั่งเพื่อรับผิดชอบในการนำไปปฏิบัติต่อไปก็ได้ โดยครอบคลุมการดำเนินการด้านต่าง ๆ ได้แก่

  • การปฏิบัติราชการของส่วนราชการในพระองค์
  • การกำหนดตำแหน่ง บัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง
  • การได้รับบำเหน็จบำนาญ และค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของข้าราชการในพระองค์
  • การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน การเลื่อนตำแหน่ง การควบคุมการปฏิบัติราชการ การรักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทน
  • การมอบอำนาจหรือมอบหมายการปฏิบัติราชการ วินัย การออกจากราชการ และการอื่นตามความจำเป็นในการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์
  • การกำหนดวิธีการจ้าง เงื่อนไขการปฏิบัติงาน อัตราการจ้างและสิทธิประโยชน์อื่นใดของพนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการในพระองค์
  • การกำหนดเครื่องแบบและการแต่งกาย การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  • การกำหนดวันเวลาทำงานและวันหยุด การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ และการจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นของข้าราชการในพระองค์ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการในพระองค์
  • การแต่งตั้งที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน หรือคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนราชการในพระองค์ รวมทั้งการกำหนดค่าตอบแทนและประโยชน์ตอบแทนอื่น
  • การงบประมาณและการบริหารจัดการทรัพย์สินอื่น การเงิน การบัญชี รวมทั้งการพัสดุของส่วนราชการในพระองค์
  • การอื่นที่จำเป็นและเหมาะสมแก่การปฏิบัติราชการในพระองค์

มาตรา 18

ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นที่โอนมาปฏิบัติราชการในส่วนราชการในพระองค์ ยังคงดำรงตำแหน่งและได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน เงินประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์อื่นเช่นเดียวกับที่เป็นอยู่เดิม เว้นแต่จะมีพระราชวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น