ทิวากร : การควบคุมตัวชายผู้สวมเสื้อที่มีข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์เข้ารพ.จิตเวช เต็มไปด้วยความคลุมเครือ

รพ ขอนแก่นจิตเวชราชนครินทร์

ที่มาของภาพ, STR/BBC

คำบรรยายภาพ, โรงพยาบาลขอนแก่นจิตเวชราชนครินทร์ เป็น รพ.ขนาด 250 เตียง รักษาผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละ 300-400 คน

ครบหนึ่งสัปดาห์ที่ชายวัย 47 ปี ถูกควบคุมอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจและกรมสุขภาพจิตล้วนปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลหรือรับทราบเรื่องนี้

ล่าสุด พ.อ.คณธัช ชนะกาญจน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จังหวัดขอนแก่น และรองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย เมื่อ 16 ก.ค. ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเกี่ยวกับการควบคุมตัวนายทิวากร วิถีตน เข้ารับการรักษาที่ รพ.จิตเวช โดย กอ.รมน.เพียงแค่ "ติดตามข่าวสาร" และเฝ้าระวังไม่ให้บุคคลใดในพื้นที่กระทำผิดกฎหมายเท่านั้น

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. เวลา 16.16 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่นายทิวากรจะถูกนำตัวไป รพ.จิตเวชขอนแก่นฯ เขาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีจิตแพทย์จาก รพ.จิตเวชขอนแก่นฯ 6 คน และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. 1 คน มาหาและคุยกับเขาที่บ้าน

"เช็คลูกน้องแล้ว (กอ.รมน.) ไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่ไปคุย ไม่มีใครเข้าไปคุย วันที่นำตัวไปรักษาก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ไปร่วมด้วย" พ.อ.คณธัชกล่าวและอธิบายต่อว่าในกรณีนี้ กอ.รมน.เพียงแค่เฝ้าดูพฤติกรรมว่าไม่มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นหน่วยประสานงาน-บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

"กอ.รมน.ไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ เลย" พ.อ.คณธัชกล่าวย้ำ

ไม่รู้ชะตากรรม

นายทิวากร จบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เคยเป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดงในเหตุการณ์ทางการเมืองปี 2552-2553 ต่อมาได้กลับมาอยู่บ้านที่ จ.ขอนแก่น เขาเริ่มสวมเสื้อยืดที่มีข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์หลังเกิดกรณี "อุ้มหาย" นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองในกัมพูชา โดยมักจะสวมใส่ในพื้นที่ชุมชนและโพสต์ภาพพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊กของเขา

หลังจากโพสต์เฟซบุ๊กครั้งสุดท้ายว่ามีเจ้าหน้าที่ รพ.จิตเวชขอนแก่นมาพบเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ก็ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวอีกเลย ทั้งที่เขาโพสต์เฟซบุ๊กเป็นประจำ

ต่อมา เมื่อ 13 ก.ค. ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ประชาไทสอบถามไปทางครอบครัวของนายทิวากร และได้รับการบอกเล่าว่า เขาถูกนำตัวไปรักษาที่ รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ โดยระหว่างถูกนำตัวไป เขาถูกมัดมือและฉีดยาที่แขนทั้งสองข้าง

รพ จิตเวชขอนแก่น

ที่มาของภาพ, STR/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ทิวากร วิถีตน ถูกควบคุมตัวมาที่ รพ.ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.

อีก 2 วันถัดมา ผู้สื่อข่าวของเดอะอีสานเรคคอร์ดไปขอเข้าเยี่ยมนายทิวากรที่ รพ.จิตเวชขอนแก่น แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.ว่า "ผู้ป่วยคนนี้ เจ้าหน้าที่ให้ใครเข้าพบหรือเข้าเยี่ยมไม่ได้ แม้แต่ญาติก็ห้ามเยี่ยม"

เดอะอีสานเรคคอร์ดรายงานบรรยากาศที่โรงพยาบาลด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลภายในและภายนอกอาคารที่รับการรักษา ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องคนหนึ่งให้ข้อมูลด้วยว่าตำรวจกว่า 10 นาย ถูกสั่งให้มาติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ป่วยในคดีความมั่นคงของรัฐที่อยู่ระหว่างการพักรักษาตัวในอาคารแห่งนี้

บีบีซีไทยไม่สามารถติดต่อญาติของนายทิวากรได้ และได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัวนายทิวากรว่าญาติไม่ประสงค์จะให้ข้อมูลใด ๆ กับผู้สื่อข่าว

ตัดแม่ตัดลูก

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายทิวากร ซึ่งมีนามสกุลเดิมว่า "โสภา" ได้โพสต์ภาพถ่ายเอกสารที่ระบุว่าเป็น "หนังสือยืนยันการตัดนายทิวากร วิถีตน ออกจากตระกูลโสภา และตัดความเป็นแม่เป็นลูกกับนางทองเหรียญ โสภา" ซึ่งเขียนขึ้นในนามของนางทองเหรียญ

หนังสือฉบับนี้มีเนื้อหาโดยสรุปว่าหลังจากนายทิวากรใส่เสื้อยืดที่มีข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์และเผยแพร่ภาพบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและ กอ.รมน. มาพบนางทองเหรียญหลายครั้ง นางทองเหรียญจึงขอยืนยันว่าเธอและคนในครอบครัวไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของนายทิวากร

"ข้าพเจ้าและคนอื่น ๆ ในครอบครัวขอประกาศว่านับตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2563 นายทิวากร วิถีตน ได้ออกจากตระกูลโดยสมบูรณ์ และข้าพเจ้ากับนายทิวากรได้ตัดขาดความเป็นแม่-ลูกกันโดยเด็ดขาดแล้ว ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนายทิวากร ถือว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าและคนอื่น ๆ ในครอบครัว" หนังสือซึ่งมีความยาว 2 หน้า A4 ซึ่งในตอนท้ายมีลายมือชื่อ นางทองเหรียญและนายทิวากรกำกับไว้คู่กัน

เจ้าหน้าที่รัฐว่าอย่างไรบ้าง

บีบีซีไทยสอบถามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวนายทิวากร แต่ไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากนักเกี่ยวกับการควบคุมตัวเขาเข้า รพ.จิตเวช ที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นคำยืนยันของ นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผอ.โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ที่บอกกับบีบีซีไทยเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่านายทิวากรถูกนำตัวมารักษาที่ รพ.จิตเวชขอนแก่นจริง และขณะนี้แพทย์อยู่รหว่างการประเมินว่าเขามีอาการป่วยทางจิตจริงหรือไม ซึ่งตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต กำหนดว่าต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน

ส่วนหน่วยงานอื่น ๆ ที่บีบีซีไทยสอบถาม ได้ข้อมูลดังนี้

  • นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและ ผอ.รมน.ขอนแก่น : ปลัดอำเภอผู้ติดตามแจ้งว่า "ผู้ว่าฯ ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้"
  • พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.ภ.จว.) จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าการควบคุมตัวนายทิวากรจากบ้านใน อ.เมืองขอนแก่น "เป็นเรื่องทางการแพทย์และมีการนำตัวไปรักษาตามช่องทางทางการแพทย์" และยืนยันว่ายังไม่มีการตั้งข้อหาดำเนินคดีกับนายทิวากร
  • นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การรับบุคคลเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวช มีทั้งระบบสมัครใจ คือญาติพามาโรงพยาบาลและระบบบังคับรักษา ซึ่งเป็นกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ญาติไม่สามารถนำมาได้หรือมีอันตราย พ.ร.บ.สุขภาพจิตให้อำนาจเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปรักษาได้ ซึ่งกรณีของนายทิวากรเป็นการเข้ารับการรักษาโดยสมัครใจ
  • น.ส.จุฑามาศ วรรณศิลป์ ผอ.ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 จ.ขอนแก่น กล่าวว่าโดยอำนาจตาม พ.ร.บ. สุขภาพจิต เจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ได้แก่ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถเข้าดูแลบุคคลนั้นและนำตัวเข้ารักษาได้ทันทีเมื่อพบเห็นหรือได้รับแจ้งว่ามีแนวโน้มจะก่ออันตรายให้กับตัวเองหรือผู้อื่น

"เมื่อพบว่าจะก่ออันตรายกับตัวเองหรือผู้อื่น อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบเห็นต้องนำตัวเข้ารักษาได้เลย โดยถือว่าเป็นสิทธิของผู้ป่วยที่จะได้รับการดูแลแม้เจ้าตัวจะยินยอมหรือไม่ยินยอม"

รพ จิตเวชขอนแก่น

ที่มาของภาพ, STR/BBC THAI

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ยุติการควบคุมตัวนายทิวากร

วันที่ 15 ก.ค. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแสดงออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการควบคุมตัวนายทิวากรซึ่ง "อาจเป็นการกระทำไปโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของบุคคล"

ศูนย์ทนายความฯ แสดงความเห็นต่อกรณีนี้ 3 ประเด็น คือ

1. ข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ที่ปรากฏบนเสื้อยืดของนายทิวากร มิใช่ข้อความอันจะเข้าข่ายการดูหมิ่น หมิ่นประมาท และแสดงความอาฆาตมาดร้าย ตามมาตรา 112 หรือ ยุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา และไม่เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงตามมาตรา 14 พระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 การดำเนินการใด ๆ ต่อบุคคลที่ใส่เสื้อยืดหรือโพสต์ภาพซึ่งมีข้อความดังกล่าว จึงไม่อาจเป็นความผิดตามกฎหมายซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินคดีได้

2. นายทิวากรยังอยู่ในภาวะปกติ สามารถสื่อสารพูดคุยอย่างมีสติสัมปชัญญะ ไม่ได้มีลักษณะที่อยู่ในภาวะอันตรายที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น หรือมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษา ขาดความสามารถในการให้ความยินยอมรับการบำบัดรักษา และต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว อันจะเข้าองค์ประกอบที่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจบังคับบุคคลไปบำบัดรักษาตามมาตรา 22 ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.2551

ดังนั้นการนำตัวบุคคลไปบำบัดรักษาในกรณีนี้จึงต้องอาศัยความยินยอมของบุคคลดังกล่าวเอง ตามมาตรา 21 ไม่ใช่ความยินยอมของญาติหรือบุคคลอื่น

"เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวทิวากรมายังสถานพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นยังสับเปลี่ยนกำลังในการเฝ้าสถานพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง พฤติการณ์ดังกล่าวจึงไม่อาจเชื่อได้ว่าเป็นกระบวนการรักษาปกติโดยอาศัยความยินยอมของทิวากร"

3. กรณีการควบคุมตัวทิวากรดังกล่าว นอกจากจะไม่ปรากฏเหตุจำเป็นหรือการร้องขอให้บำบัดรักษาแล้ว หากกระบวนการดังกล่าวเป็นไปเพื่อการบำบัดรักษาจริง ก็ไม่จำเป็นต้องยึดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และเสื้อยืดของทิวากรไป เพราะไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับการรักษา

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยุติการควบคุมตัวนายทิวากรในทันที "เพื่อไม่ให้เกิดการนำกระบวนการทางการแพทย์มาใช้ผิดวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมตัวบุคคลตามอำเภอใจ (Arbitrary detention) อันเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายนั้นเกิดขึ้นหรือดำเนินต่อไป ซึ่งจะส่งผลเสียต่อทั้งวงการสาธารณสุขและกระบวนการยุติธรรม และเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามพันธกรณีในข้อบทที่ 9 ข้อบทที่ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง (ICCPR)"