ทิวากร : แพทย์ยังไม่ลงความเห็นผู้สวมเสื้อยืดมีข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ที่ขอนแก่น มีอาการป่วยจิตเวช

ที่มาของภาพ, โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ เปิดเผยว่าคณะกรรมการทางการแพทย์ยังไม่ลงความเห็นว่านายทิวากร วิถีตน ผู้สวมเสื้อยืดที่มีข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ มีอาการป่วยทางจิตเวช ส่วนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เผยว่าไม่มีการตั้งข้อหาดำเนินคดี
"ชัดเจนหรือไม่ชัดเจนว่าเป็นการป่วยทางจิตเวชต้องเป็นคณะกรรมการทางการแพทย์ที่ลงความเห็น" นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผอ.โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กล่าวกับบีบีซีไทยวันนี้ (14 ก.ค.)
ทิวากร อายุ 47 ปี เคยเป็นผู้ร่วมชุมนุมเสื้อแดงในเหตุการณ์ทางการเมืองปี 2552-2553 ต่อมายุติการกิจกรรมทางการเมืองมาอยู่บ้านที่ขอนแก่น เขาเริ่มสวมเสื้อยืดที่มีข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ หลังเกิดกรณี "อุ้มหาย" นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองในกัมพูชา โดยมักจะสวมใส่ในพื้นที่ชุมชนและโพสต์ภาพพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊กของเขา
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. เวลา 16.16 น. ทิวากรโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีจิตแพทย์จาก รพ.จิตเวชขอนแก่นฯ 6 คน และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน 1 คน มาหาและคุยกับเขาที่บ้าน
"เจ้าหน้าที่จิตแพทย์ ถามผมหลายอย่างเพื่อทดสอบสุขภาพจิตผม คุยกันไม่นานมาก ไม่ถึง 30 นาทีก็เดินทางกลับ ผมบอกเจ้าหน้าที่จิตแพทย์ไปตามตรงว่า ผมเข้าใจดีว่านี่คือการเมือง ที่ต้องการจะทำให้คนเข้าใจว่าผมเป็นบ้า ผมจะไม่ตำหนิเจ้าหน้าที่ถ้าหากมีคำวินิจฉัยว่าผมเป็นบ้า เพราะถือว่าต้องทำตามคำสั่ง"
สำนักข่าวประชาไท รายงานวานนี้ (13 ก.ค.) ถึงคำบอกเล่าของมารดาของทิวากรว่าเขาถูกควบคุมตัวจากบ้านเมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 ก.ค. มีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจและจากโรงพยาบาลจำนวนเกือบ 10 คัน มาจอดที่หน้าบ้านระหว่างกำลังทำความสะอาดบ้านและซักเสื้ออยู่ แต่เธอไม่ทราบสภาพการจับกุม เนื่องจากทนดูไม่ได้จึงหลบเข้าไปหลังบ้าน
ประชาไทรายงานคำบอกเล่าของทิวากรอีกว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยาบาลเข้าไปจับกุมตัวเขาในบ้าน เขาปฏิเสธไม่ยอมรับการจับกุม แต่เจ้าหน้าที่จำนวน 6 คน เข้าไปอุ้มตัวเขาออกมา หลังจากถูกนำตัวขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ผ้ามัดมือและฉีดยาเข้าที่บริเวณแขนของทิวากรทั้งสองข้าง
แพทย์ยังไม่วินิจฉัยป่วยทางจิตเวชหรือไม่
นพ.ณัฐกร ผอ.โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กล่าวว่าขณะนี้ คณะกรรมการแพทย์ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาวินิจฉัยว่า ทิวากรมีอาการป่วยทางจิตเวชหรือไม่ โดยมีเงื่อนเวลาตามที่ พ.ร.บ. สุขภาพจิต กำหนด "แต่โดยทั่วไปใช้เวลาไม่นาน"
ผอ.โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นฯ กล่าวอีกว่าสภาพจิตใจของทิวากรดีขึ้นตามลำดับ ปรับตัวกับการอยู่ที่โรงพยาบาลได้ดี กระบวนการรักษาทางจิตเวชทั่วไปมีทั้งทางชีวภาพและทางจิตสังคม ส่วนการเยี่ยม ญาติสามารถเข้ามาเยี่ยมได้เหมือนผู้ป่วยทั่วไป เมื่อถามว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ นพ.ณัฐกรบอกว่าทางโรงพยาบาลร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาดูแลตามสถานการณ์ปกติ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงกรณีใดกรณีหนึ่ง
เมื่อถามว่าขั้นตอนการรับตัวทิวากรเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเป็นอย่างไร นพ.ณัฐกรชี้แจงว่าผู้ที่ไปรับตัวทิวากรมาจากบ้านคือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล แต่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในรายละเอียดเนื่องจากกฎหมายได้คุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยไว้
"กระบวนการรักษาคงไม่ซับซ้อนเพราะเป็นลักษณะผู้ป่วยจิตเวชทั่วไป ถ้ารักษาไประยะหนึ่งเห็นควรกลับบ้านได้ก็เป็นกระบวนการทั่วไป ถึงตอนนั้นก็สามารถสอบถามข้อมูลได้ เพราะตัวผู้ป่วยเองมีสิทธิเล่าถึงข้อมูลของเขา หน้าที่ของโรงพยาบาลคือการบำบัดรักษา พออาการดีขึ้น ก็ติดตามต่อเนื่องไม่ให้มีอาการกำเริบ หรือติดตามว่าสัมพันธภาพกับครอบครัว การกลับไปอยู่กับสังคมเป็นอย่างไร"
ด้าน นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า การรับบุคคลเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวช มีทั้งระบบสมัครใจ คือญาติพามาโรงพยาบาลและระบบบังคับรักษา ซึ่งเป็นกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ญาติไม่สามารถนำมาได้หรือมีอันตราย พ.ร.บ.สุขภาพจิตก็อนุญาตให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการควบคุมตัวนำตัวไปรักษาได้
กรณีของนายทิวากรเป็นการเข้ารับการรักษาโดยสมัครใจ โดยญาติยินดีให้เข้ารับการรักษา อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว
ตำรวจขอนแก่นบอก "เป็นเรื่องทางการแพทย์"
บีบีซีไทยสอบถาม พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.ภ.จว.) จังหวัดขอนแก่นถึงกระบวนการในการเข้าไปควบคุมตัวทิวากรจากบ้านในเขต อ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 9 ก.ค. พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ตอบว่า "เป็นเรื่องทางการแพทย์และมีการนำตัวไปรักษาตามช่องทางทางการแพทย์"
ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ยืนยันด้วยว่า ไม่มีการตั้งข้อหาดำเนินคดีกับทิวากร
ส่วนกรณีที่สำนักข่าวประชาไทรายงานโดยอ้างคำบอกเล่าของญาติทิวากรว่าภายหลังควบคุมตัวได้มี "ชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นและยึดเครื่องคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนของทิวากรไป" นั้น พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ไม่ได้ชี้แจงว่ามีการตรวจสอบดังกล่าวหรือไม่
"ผมขออนุญาตแค่นี้เพราะติดประชุม" ผบก.ภ.จว. ขอนแก่น ตัดบท
ข้อมูลจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กับผู้ป่วยทางจิตที่แสดงออกซึ่งความคิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างน้อย 13 ราย จากทั้งหมด 98 คดี ตั้งแต่การรัฐประหาร 2557
ทุกรายเป็นการจับกุมดำเนินคดีก่อน แล้วค่อยส่งตัวไปให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยหรือไม่ และทุกกรณีใช้ขั้นตอนการวินิจฉัยที่นานมากกว่าหนึ่งเดือน
โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าเยี่ยมนายทิวากรเผยว่า การเข้าเยี่ยมมีเงื่อนไขต้องให้ตำรวจมาดูแลด้วย มีตำรวจจาก สภ.เมืองขอนแก่นผลัดเวรเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง และผู้เข้าเยี่ยมต้องแสดงบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ








