โควิด-19 : คนรุ่นใหม่ยุคล็อกดาวน์กับปัญหารุมเร้า ถูกเลิกจ้าง ตกงาน เรียนต่อสะดุด

คนรุ่นใหม่ยุคโควิด

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC Thai

    • Author, เรื่องโดย สมิตานัน หยงสตาร์ ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย
    • Role, วิดีโอโดย พริสม์ จิตเป็นธม ผู้สื่อข่าววิดีโอบีบีซีไทย

"วันนั้นนั่งทำงานอยู่ปกติ เขียนบทความจะเสร็จแล้ว อยู่ ๆ เจ้านายก็เรียกประชุมทางซูม บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกทุกคน...เขาบอกว่าเนื่องด้วยสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น เขาอาจมีความจำเป็นที่จะต้องบอกเลิกสัญญางานของทุกคน" หงส์เหม พิมดี นักเขียนสาววัย 20 ต้น ๆ เล่าถึงวันที่เธอได้รับข่าวร้าย

ความเงียบเท่านั้นคือสิ่งที่หงส์เหมหรือ "แบมแบม" สัมผัสได้ทะลุจอคอมพิวเตอร์ระหว่างการประชุมออนไลน์ ทั้งเพื่อนร่วมงานและเจ้านายที่เป็นคนแจ้งข่าวร้ายนี้ต่างอยู่สภาวะไร้คำพูด เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าโควิด-19 จะทำให้เขาและเธอต้องเปลี่ยนสถานะจากคนทำงานที่บ้านเป็นคนตกงานอยู่บ้านในชั่วข้ามคืน

ปัญหาการว่างงานของคนรุ่นใหม่จากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมาเป็นแผลเก่าที่ยังรักษาไม่หาย การโรคระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ก็มาทำให้แผลเก่าที่เรื้อรังกลับมากลัดหนองอีกครั้ง

รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสหนึ่งปี 2563 จัดทำโดยสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเมื่อเดือน พ.ค. พบว่าอัตราการวางงานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 1.03 มีผู้ว่างงานเกือบ 4 แสนคน และเสี่ยงถูกเลิกจ้างอีก 8.4 ล้านคน ขณะที่เด็กจบใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน 5.2 แสนคนอาจไม่มีงานทำ

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) แสดงความกังวลเป็นพิเศษต่อคนรุ่นใหม่ในช่วงอายุ 15-24 ปี ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในแง่ของการทำงานและการพัฒนาตัวเองมากกว่าคนรุ่นอื่น

ไอแอลโอเรียกคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบและกำลังเริ่มต้นการทำงานในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ว่า "คนรุ่นล็อกดาวน์" (lockdown generation) ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลและสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คนรุ่นนี้อาจกลายเป็น "รุ่นที่สาบสูญ" ไปจากตลาดแรงงานอย่างถาวร เนื่องจากคนกลุ่มนี้ได้ผลกระทบจาก 3 เรื่องหลัก คือ การถูกเลิกจ้าง การเรียน การฝึกงานและการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานที่หยุดชะงัก รวมถึงความยากในการสมัครงานหรือเปลี่ยนงาน

ครั้งแรกกับสถานะคนตกงาน

เป็นเวลากว่า 2 ปี 6 เดือนที่แบมแบมได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในตำแหน่ง Content Creator กับบริษัทแห่งนี้ ซึ่งเป็นการทำงานประจำที่แรกในชีวิตนับตั้งแต่เรียนจบ งานของเธอคือผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ดนตรี แฟชั่นและอื่น ๆ

เธอมีความสุขและสนุกกับการทำงานมากจนไม่เคยจินตนาการว่าจะต้องอยู่ในสถานะคนว่างงานรวดเร็วขนาดนี้

แม้จะตกใจ แต่เธอก็ไม่แปลกใจที่บริษัทได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างมาก เพราะรายได้หลักมาจากการผลิตเนื้อหาที่เกี่ยวกับสถานบันเทิง คอนเสิร์ต กิจกรรมในเทศกาลต่าง ๆ รวมถึงร้านอาหาร ที่ต่างต้องหยุดดำเนินการและปิดกิจการไปชั่วคราวตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐบาล

บัณฑิต

ที่มาของภาพ, หงส์เหม พิมดี

คำบรรยายภาพ, แบมแบม บัณฑิตจากคณะวารสารศาสตร์ฯ มธ. รักงานคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาก แต่กลับต้องเสียงานนี้ไปเพราะโควิด-19

แบมแบมยอมรับว่าเธอเครียดที่ต้องกลายเป็น "คนตกงาน" ในวัย 25 ปี แต่ยังคิดบวกว่ายังโชคดีที่เหตุการณ์นี้เกิดในช่วงเริ่มต้นของชีวิตการทำงาน ทำให้เธอยังมีโอกาสหางานใหม่ได้ แม้จะไม่ง่ายนักก็ตาม

"คิดว่าเราโชคดี ไม่ใช่ว่าเราทำงานไป 10 ปี 15 ปี แล้วโดนปลดกะทันหัน ยังไงชีวิตการทำงานเรามันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเอง"

วิกฤตครั้งนี้ยังทำให้เธอหันมาคิดเรื่อง "การวางแผนชีวิต" จากที่ไม่เคยสนใจมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องการเงิน ซึ่งเด็กจบใหม่ที่เริ่มมีรายได้จากการทำงานมักสนุกกับการช้อปปิ้งหรือท่องเที่ยว แต่ตอนนี้การมี "เงินสำรองฉุกเฉิน" กลายมาเป็นลำดับความสำคัญต้น ๆ ของแบมแบมที่เริ่มคิดถึงการหารายได้ทางที่สองควบคู่กับการทำงานประจำในอนาคต

"ประกันสุขภาพที่คิดจะทำแบบแพงอาจจะต้องถูกลงมาหน่อย เพราะว่ารายรับไม่มีแล้ว ความคิดที่จะย้ายออกจากบ้านไปอยู่คอนโดคนเดียวก็อาจจะต้องพับเก็บไว้ก่อน"

"เราไม่รู้ว่ามัน (โควิด-19) จะจบสิ้นเมื่อไหร่ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหางานได้ไหม เพราะว่าแค่หางานในช่วงปกติมันก็ยากอยู่แล้ว"

พนักงานบริษัทถ่ายรูปหมู่

ที่มาของภาพ, หงส์เหม พิมดี

คำบรรยายภาพ, บริษัทที่แบมแบมทำงานอยู่มีเพื่อนร่วมงานเป็นคนรุ่นใหม่หลายคน ต่างได้รับ "ข่าวร้าย" กันถ้วนหน้า

ตอนนี้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันของแบมแบมหมดไปกับการสมัครงานที่เธอบอกว่า "ส่งไปแทบจะนับไม่ถ้วน" แต่สิ่งที่พบก็คือหลายบริษัทแจ้งเลื่อนการพิจารณารับคนออกไปก่อน การหางานใหม่ครั้งนี้จึงยากกว่าที่คิดไว้

"สมัครไปเยอะมาก...แต่ที่เขาติดต่อกลับมา ไม่ว่าจะเพื่อปฏิเสธหรือชวนสัมภาษณ์ คิดว่ามีไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของที่สมัครไป"

แบมแบมวิเคราะห์ว่าข้อเสียเปรียบอย่างหนึ่งของเด็กจบใหม่ที่ตกงานในช่วงนี้คือการไม่มี "คอนเนคชัน" เพราะคนที่ได้งานใหม่ในสถานการณ์เช่นนี้ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีประสบการณ์การทำงานที่เก่าหรือรู้จักคนที่อยู่ในสายงานเดียวกัน

นอกจากที่โรคระบาดครั้งนี้จะพรากงานไปจากแบมแบมแล้ว ยังทำให้โครงการสร้างแบรนด์ชุดชั้นในของเธอถูกเลื่อนออกไป เพราะคอร์สเรียนออกแบบที่สมัครเอาไว้ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

แบมแบมบอกว่าถึงหลายอย่างจะไม่เป็นไปตามแผน แต่ช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้เปิดโอกาสให้เธอได้ทบทวนตัวเองและพัฒนาศักยภาพให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถต่อสู้ในตลาดแรงงานที่ต้องแข็งขันกันมากขึ้นในอนาคต

"นอร์ทแธมป์ตันวิทยาเขตประเทศไทย"

ชีวิตของนักศึกษาปริญญาโทในอังกฤษที่ตื่นเช้าเดินทางฝ่าความเย็นไปมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าฟังการบรรยายจากอาจารย์ ตกบ่ายใช้เวลาในห้องสมุดกับการทำรายงานและหาความรู้ เข้าร่วมชมรมกีฬากับเพื่อนหลากหลายชาติ อีกทั้งเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดตามที่ ภัศรา คำเลิศ หรือ ซูซู วัย 25 ปี วาดฝันไว้สิ้นสุดลงในระยะเวลาเพียง 6 เดือน

มหาวิทยาลัยนอร์ทแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ เป็นสถานที่ที่ซูซูเลือกที่จะไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ หลังจากทำงานได้ปีกว่า ด้วยความหวังที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อต่อยอดการทำงานในอนาคต

อีกแผนการหนึ่งที่เธอตั้งใจไว้คือการหาประสบการณ์จากการทำงานในต่างประเทศหลังเรียนจบ แต่โควิด-19 เข้ามาทำให้แผนการทั้งหมดเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

ภัศรา คำเลิศ

ที่มาของภาพ, ภัศรา คำเลิศ

คำบรรยายภาพ, ซูซู นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยนอร์ทแธมป์ตัน ของอังกฤษ ต้องมานั่งเรียนออนไลน์ที่บ้านใน จ.ชลบุรี เพราะโควิด-19

ซูซูเล่าว่าช่วงที่โควิด-19 เริ่มระบาดในประเทศจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว เธอเรียนอยู่ที่อังกฤษและไม่กังวลใด ๆ เพราะคิดว่าอยู่ไกลและน่าจะควบคุมโรคได้ จนถึงวันที่โดน "บูลลี" จากคนท้องถิ่น จึงตระหนักว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์เล็ก ๆ เสียแล้ว

"ตอนที่จะเดินไปฟิตเนสกับเพื่อน มีคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดว่า ไชน่า (จีน) โคโรนาไวรัส ประมาณนั้นค่ะ มีเพื่อนอีกคนโดนผลักออกไปเลย ไม่ให้ต่อแถวซื้อข้าว"

ด้วยสถานการณ์ที่เริ่มแย่ลงประกอบกับความกังวลของครอบครัวที่เพิ่มขึ้น ซูซูจึงตัดสินใจทำเรื่องขอเรียนทางไกล และจองตั๋วเครื่องบินกลับไทยทันที ซึ่งนับว่าโชคดีเพราะหลังจากนั้นไม่นานการเดินทางข้ามแดนก็ยุ่งยากขึ้นมาก

ตอนนี้ชีวิตประจำวันของเธอคือการนั่งเรียนทางออนไลน์ที่บ้านใน จ.ชลบุรี ซึ่งนอกจากจะไม่ได้บรรยากาศของการเรียนเมืองนอกอย่างที่ใฝ่ฝันแล้ว ยังต้องเจอปัญหาเรื่องเวลาที่ต่างกัน 6-7 ชั่วโมง ทำให้เธอต้องตื่นมาเรียนออนไลน์ในเวลาตี 1 ถึง ตี 4 ในบางวิชา

"(เวลาที่ต่างกัน) ทำให้ประสิทธิภาพการเรียน ความเข้าใจของเราลดลง ทำให้เราไม่ค่อยเข้าใจงาน ทำงานผิด" แต่ต่อมาทางมหาวิทยาลัยก็มีการเปลี่ยนแปลงเวลาให้เหมาะกับนักศึกษามากที่สุด

นักศักษาในอังกฤษ

ที่มาของภาพ, ภัศรา คำเลิศ

คำบรรยายภาพ, ซูซูกับเพื่อน ๆ จากหลายประเทศช่วง 6 เดือนแรกที่นอร์ทแธมป์ตัน

แม้การเรียนจะดำเนินต่อไปได้อย่างไม่สะดุดด้วยเทคโนโลยีออนไลน์ แต่ก็ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด ยิ่งเป็นช่วงใกล้เรียนจบที่เธอจำเป็นต้องค้นคว้าหนังสือในห้องสมุด รวมถึงต้องปรึกษากับอาจารย์และเพื่อน ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ซูซูเสียดายโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

"เราได้ไป (เรียนอังกฤษ) ทั้งที ทำวีซ่าก็ยาก เงินที่เสียไป ค่าหอ เราต้องทิ้งไปเลย ก็เลยรู้สึกว่าพวกเราขาดทุน...เรียนจบมาแค่ได้ชื่อว่าจบเมืองนอกนะ จบมหาวิทยาลัยนี้นะ แต่ยังไงก็เรียนอยู่เมืองไทย เรียนออนไลน์" เธอระบายความรู้สึก

บัณฑิตยุคโควิด-19

ภัทรพล แย้มวงษ์ศรี หรือ ดิน บัณฑิตคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วัย 23 ปี เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องเปลี่ยนแผนชีวิตเพราะโควิด-19

ตลอดช่วงที่เรียนในรั้วมหาวิทยาลัย ดินวางแผนเก็บเงินจากการทำงานพิเศษ เพื่อท่องเที่ยวหลังเรียนและฝึกสอนจบ ก่อนที่จะเข้าสู่ชีวิตการเป็นครูเต็มตัว แต่เมื่อมีเหตุการณ์โรคระบาด เขาจึงต้องพับแผนการท่องเที่ยวไว้ แต่จะหางานก็ไม่ได้ เพราะการสอบบรรจุครูก็ถูกเลื่อนออกไป

ช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก ๆ ดินใกล้จะเรียนจบพอดี ทำให้การเดินทางไปทำเอกสารต่าง ๆ เป็นไปอย่างทุลักทุเล ทุกอย่างต้องติดต่อผ่านออนไลน์ทั้งหมด ยังดีที่เขาฝึกสอนเสร็จก่อน

"หลังจากช่วงโควิด สอบบรรจุครูก็ถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด เราก็งงว่าจะเปิดอีกหรือเปล่าปีนี้"

ด้วยชีวิตที่ดูจะเอาแน่เอานอนไม่ได้ ดินจึงหารายได้จากการทำขนมปั้นขลิบขายทางออนไลน์ และรับสอนพิเศษ แม้จะมีนักเรียนลดลง แต่เขาก็ยังทำต่อไปเพราะอยากรบกวนทางบ้านให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

"พอเราจบมาแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะทำอะไรได้ดีไปกว่าการสอน ทีนี้พอมีโควิดเราก็เลือกอะไรไม่ได้ ปกติสอนเป็นตัวต่อตัว พอมีโควิดมานักเรียนก็น้อยลงไปเรื่อย ๆ...ปกติก็จะได้เดือนละ 6,000-7,000 บาทเป็นรายได้เสริม ถ้าช่วงพีค ๆ ได้เดือนละเป็นหมื่นก็มี แต่ตอนนี้มีโควิดมาก็ได้สัปดาห์ละ 500 บาท"

ห้องเรียน

ที่มาของภาพ, ภัทรพล แย้มวงษ์ศรี

คำบรรยายภาพ, "ครูดิน" ระหว่างการฝึกสอน

รายได้หดหายไปแต่การทำงานกลับหนักขึ้น เพราะต้องลดแลกแจกแถมชั่วโมงการสอน เพื่อดึงดูดให้มีนักเรียน อีกทั้งการสอนก็ต้องใช้พลังงานเป็นเท่าตัว

"รู้สึกแย่ รู้สึกอะไรวะเนี่ย อุตส่าห์ตั้งใจเรียนมา 5 ปี หมดอะไรไปเยอะแยะเลย สุดท้ายให้มานอนเฉย ๆ อย่างนี้เหรอ ก็ได้อยู่บ้านสมใจ...แต่ก็ไม่ได้อยากอยู่อย่างนี้ เรียนจบแล้วอยากทำงานเลย"

ไม่เพียงแต่ดินเท่านั้น เพื่อน ๆ หลายคนก็พบเจอปัญหาไม่ต่างกัน บางคนที่ตั้งใจว่าจะสมัครเป็นคุณครูในโรงเรียนเอกชน ก็ต้องชะลอออกไปจากการเลื่อนเปิดเทอม รวมถึงในสถาบันกวดวิชาที่ไม่ได้ต้องการครูเพิ่มเพราะจำนวนนักเรียนที่ลดลง

ตอนนี้กำหนดการสอบบรรจุรับราชการครูได้ออกมาแล้ว ดินจึงต้องตั้งใจอย่างเต็มที่ด้วยเวลาที่ค่อนข้างกระชั้นชิด เพราะดูจะเป็นทางเลือกที่มั่นคงที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้

Presentational grey line
ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์