อีสปอร์ต : จากเด็กติดเกมสู่นักกีฬาทีมชาติซีเกมส์ 2019

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai
- Author, วสวัตติ์ ลุขะรัง
- Role, ผู้สื่อข่าววิดีโอ
ชัชพล จันทร เคยอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่าเป็น "เด็กติดเกม" หลังจากที่เล่นครั้งแรกเพราะเห็นพี่ชายเล่นแล้วอยากลองบ้าง แต่ด้วยการรู้จักแบ่งเวลาและการดูแลอย่างใกล้ชิดของพ่อแม่ ทำให้เขากลายมาเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติได้สำเร็จ
นอกจากจะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติแล้ว ชัชพล หรือ "เก้า" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รร.เทพศิรินทร์ ยังเป็นเด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่มีผลการเรียนดีคนหนึ่ง
"ตั้งเป้าไว้ว่าประมาณที่ 3 หรือที่ 2 ก็ได้ จริง ๆ ที่ 1 ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แค่ได้เหรียญก็พอ" เก้าพูดถึงเป้าหมายในการแข่งขันซีเกมส์ 2019 ปลายปีนี้
ซีเกมส์ 2019 จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-11 ธ.ค. ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการบรรจุอีสปอร์ตอยู่ในการแข่งขัน โดยมีการชิงชัยกันทั้งหมด 6 เหรียญทอง จาก 6 ชนิดเกม ได้แก่ สตาร์คราฟต์ ภาคสอง, โดต้า ทู, เทคเคน เจ็ด, เอโอวี, ฮารท์สโตน และโมบา ลีเจนท์
เก้าจะเป็น 1 ใน 2 นักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยที่จะลงแข่งขันในเกมสตาร์คราฟต์
เล่นเพราะสนุก
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน เด็กชายชัชพลในวัย 7 ขวบ ได้สัมผัสการเล่นเกมเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังเกิดความสงสัยและอยากลอง จากการได้เห็นพี่ชายนั่งเล่นเกมอยู่หน้าจอทีวีตอนกลับจากโรงเรียน
"พอได้เล่นแล้วก็สนุกดีครับ ได้ผ่อนคลายสมอง แล้วก็ความเครียดจากการเรียน" เก้าบรรยายถึงความรู้สึกครั้งแรกหลังได้ลองเล่นเกม

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/bbc thai
นี่คือจุดเริ่มต้นทำให้เขาได้รู้จักกับความสนุกของการเล่นเกม
เกมที่เขาเล่นมีทั้งเกมต่อสู้และเกมวางแผน ขณะที่เป้าหมายสูงสุดในการเล่นเกมของเขาในวัยนั้นก็คือการเอาชนะพี่ชายตัวเองให้ได้
"พี่เล่นเกมเก่งมาก ตอนนั้นเล่นกี่ครั้งก็ไม่เคยชนะเลย"
เก้าเจอปัญหาเช่นเดียวกับเด็กที่ชอบเล่นเกมคนอื่น ๆ คือ มีปัญหาเรื่องการแบ่งเวลา จนถูกพ่อแม่บ่นอยู่บ่อยครั้ง โชคดีที่เมื่อขึ้น ป.5 เก้าเริ่มคิดได้เองว่าเขาน่าจะเลือกเล่นเกมที่มีประโยชน์มากกว่าเกมที่ต้องเสียเงินหรือที่เรียกว่า "pay to win" ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มเล่นเกมอย่างมีจุดมุ่งหมายคือเพื่อพัฒนาฝีมือการเล่นเกมของตัวเองให้สูงขึ้นไปอีกระดับ
สู่ทีมชาติ

ที่มาของภาพ, สมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย
ก่อนที่จะมาเล่นสตาร์คราฟต์ เก้าเคยลงแข่งเกมรายการหนึ่งกับเพื่อนในประเภททีม 5 คน แต่ก็ต้องแพ้กลับมาอย่างหมดท่า
เก้าวิเคราะห์สาเหตุของความพ่ายแพ้ในตอนนั้นว่าเป็นเพราะการรวมทีมแบบกระชั้นชิด คือ ก่อนแข่งจริงเพียง 3 วัน สมาชิกในทีมไม่เคยซ้อมด้วยกันมาก่อน เมื่อลงแข่งจึงกลายเป็นว่า "ต่างคนต่างเล่น"
ความพ่ายแพ้ครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นทำให้เขาหันมาสนใจในเกมสตาร์คราฟต์ ก่อนที่จะก้าวเข้ามาติดทีมชาติไทย
"แม่บอกให้ลองดู ก็ลองดูเลยแล้วกัน" เก้าเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ตอนที่เขาตัดสินใจลงสมัครแข่งคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทย
เขายอมรับว่าตื่นเต้นและกดดันเป็นอย่างมากกับการลงแข่งครั้งนี้ เพราะต้องสู้กับผู้เล่นมือฉกาจอยู่หลายคน รายการนี้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 24 คน ก่อนที่จะคัดเหลือ 8 คน และคัดเลือกอีกครั้งจนเหลือ 2 คนสุดท้ายที่จะได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย
ในที่สุด เก้าก็ผ่านเข้าไปถึงรอบ 2 คนสุดท้ายได้สำเร็จ โดยได้อันดับ 2 รองจาก พิชญุตม์ ประเสริฐวิทย์ หรือ Strike ที่ถูกยกให้เป็นผู้เล่นสตาร์คราฟต์อันดับหนึ่งของประเทศไทย
เกมสตาร์คราฟต์ เป็นเกมประเภท "วางแผน" โดยเกมจะมีให้เลือก 3 เผ่า ได้แก่ มนุษย์ (Terrans) แมลง (Zerg) และโพรทอส (Protoss) ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นเป็นเผ่าพันธุ์ใด ผู้เล่นจะต้องพยายามสร้างกองกำลังของตัวเอง และใช้กองกำลังนั้นจู่โจมทำลายฐานทัพของคู่ต่อสู้
เก้าบอกว่าเขาชื่นชอบเกมสตาร์คราฟต์เป็นพิเศษ เพราะเป็นเกมที่เล่นคนเดียวได้ นักเล่นเกมหลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นเกมที่เล่นยาก แต่สำหรับเขาแล้วมันเป็นเกมที่ "มีเสน่ห์" ถ้าได้เล่นบ่อย ๆ ก็จะจับจุดได้
ที่สำคัญคือมันไม่ใช่เกมในแบบ เพย์ ทู วิน ที่ผู้เล่นสามารถเอาชนะได้ด้วยการจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในเกม

ที่มาของภาพ, สมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย
เก้าเผยเคล็ดลับการฝึกฝนของเขาว่าคือ "การดูมากกว่าเล่น" ในแต่ละวันเขาจะใช้เวลาเล่นเกมเพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือจะใช้ไปกับการดูรีเพลย์การเล่นของผู้เล่นมืออาชีพคนอื่น ๆ
แม้จะก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยชุดลุยซีเกมส์ แต่เก้ายังไม่นับว่าตัวเองประสบความสำเร็จ เขาบอกว่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องพัฒนา รวมถึงการสั่งสมประสบการณ์ซึ่งเขาคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเกมสตาร์คราฟต์
"ตอนนี้ต้องพัฒนาเรื่องกลยุทธ์ แผน แล้วก็ประสบการณ์ครับ แล้วก็การอ่านเกม คือตอนนี้ยังอ่านไม่ขาด"
ความหวังความฝัน
ถึงจะมีอีกหนึ่งภาระเพิ่มขึ้น หลังได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย แต่เด็กหนุ่มวัย 17 ปีผู้นี้ยังคงไม่ละทิ้งเรื่องการเรียน
เขาตื่นแต่เช้าเพื่อไปเรียนหนังสือทุกวัน แม้จะเป็น "เด็กหลังห้อง" ในชั้นเรียน ม.5/10 โรงเรียนเทพศิรินทร์ แต่ครูประจำชั้นของเก้าบอกกับเราว่า ผลการเรียนของเขาก็อยู่ในระดับดีถึงขั้นสอบได้ที่หนึ่งของห้องในปีที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/bbc thai
เมื่อถามถึงความฝันในอนาคตหลังเรียนจบ เก้าบอกว่าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ก็แอบมีความฝันเล็ก ๆ ที่อยากจะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพเช่นกัน
ส่วนความหวังในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย เขาบอกว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด และคว้าเหรียญกลับมาให้ได้ โดยมีคู่แข่งสำคัญคือ ฟิลิปปินส์ ชาติเจ้าภาพ และเวียดนาม
เกมมีประโยชน์มากกว่าโทษ
ทุกวันนี้ปัญหาเด็กติดเกมยังคงเป็นอีกหนึ่งปัญหาน่าหนักใจสำหรับหลาย ๆ ครอบครัว แต่ไม่ใช่สำหรับครอบครัวจันทร โดยทั้งพ่อและแม่ของเก้าต่างสนับสนุนให้ลูกเอาดีทางการเล่นเกม โดยไปรับไปส่งและนั่งเชียร์ตอนที่เขาลงแข่งคัดตัวทีมชาติ
พ่อและแม่ของเขาไม่ห้ามลูกเล่นเกม แต่มีข้อแม้เดียวว่าต้องแบ่งเวลาการเล่นให้เหมาะสม และต้องไม่ทิ้งเรื่องเรียน

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/bbc thai
เก้าบอกว่าก่อนเล่นเกมทุกวัน เขาต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อน และเมื่ออยู่ในห้องเรียนก็ตั้งใจเรียนให้เต็มที่ ถ้าทำเช่นนี้ได้ เขามั่นใจว่าการเล่นเกมจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าโทษอย่างแน่นอน
"การเล่นเกม ถ้าเล่นแบบไม่หมกมุ่นมาก ผมว่าไม่น่ามีปัญหา ถ้าเป็นวันเรียนหนังสืออย่างนี้ เราก็แบ่งเวลาเล่น เวลานอน"
นอกจากนั้นเขายังเชื่อว่าเกมไม่ใช่สิ่งที่เล่นเพื่อสนุก ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เกมยังสอนอะไรอีกมากมายให้กับผู้เล่นทั้งเรื่องของภาษา การคิดการวางแผน รวมถึงการเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเอง

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/bbc thai
"การเล่นเกมไม่ใช่การติดยา การเสพยามีผลเสีย แต่ว่าการเล่นเกมให้พอดี มันไม่มีผลเสีย แถมได้ประโยชน์ด้วย"
"การเล่นเกมให้เรื่องการควบคุมอารมณ์ เรื่องเพื่อน มันช่วยให้เราคิดเป็นรูปแบบ คิดเป็นแผน"
อนาคตอีสปอร์ต
ชื่อของ ไคล์ เกียรส์ดอร์ฟ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ชาวอเมริกัน กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลังเขาผงาดคว้าแชมป์โลกการแข่งขันเกมฟอร์ตไนต์ (Fortnite) เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมเงินรางวัลจำนวนมหาศาลกว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 90 ล้านบาท) ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันอีสปอร์ตที่เคยมีมา
นี่ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงการพัฒนาในวงการอีสปอร์ตที่ดูเหมือนจะก้าวกระโดดอย่างไม่หยุดยั้ง
ในยุโรปและอเมริกา นักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพหลายคนมีรายได้ในระดับที่มากกว่ามนุษย์เงินเดือนทั่วไป มีการซื้อตัว ย้ายทีม เหมือนนักกีฬาอาชีพชนิดอื่น ๆ เช่นเดียวกับในเกาหลีใต้ ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจอีสปอร์ตทางฝั่งเอเชีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทำให้มันกลายเป็นอาชีพในฝันให้กับเด็กรุ่นใหม่หลายต่อหลายคน ที่อยากจะสร้างตัวสร้างรายได้ไปพร้อมกับการได้เล่นเกม
Newzoo สื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีสปอร์ต คาดว่าวงการนี้จะมีมูลค่าการตลาดเติบโตทะลุหลักหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2019 นี้
ส่วนในประเทศไทย อีสปอร์ตเริ่มเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ในช่วงประมาณต้นยุค 2000 โดยมีทีมจากไทยหลายทีมที่ได้ก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์โลก ไล่ตั้งแต่ในยุคเริ่มแรกอย่างเกม Ragnarok
ขณะที่ในปัจจุบันเริ่มมีการจัดแข่งในรูปแบบลีกอาชีพอย่างจริงจังมากขึ้น โดยมีรายงานว่าผู้เล่นอาชีพที่ลงแข่งในรายการ RoV Pro League จะมีรายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ระดับ 50,000 บาทต่อเดือน

ที่มาของภาพ, NurPhoto/getty images
อย่างไรก็ตามแม้จะมีผลตอบแทนหรือมูลค่าทางการตลาดที่มหาศาล แต่วงการแพทย์ก็ได้มีการออกคำเตือนถึงเหล่าเกมเมอร์สทุกคน ว่าควรแบ่งเวลาการเล่นให้เหมาะสม พร้อมกับมีการบรรจุอาการติดเกมเป็นหนึ่งในโรคที่ต้องได้รับการรักษา
ขณะที่ นพ. วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต บอกว่าไม่อยากให้เด็กไทยใช้คำว่าอีสปอร์ตมาเป็นข้ออ้างในการเล่นเกมกับผู้ปกครอง











