เสร็จ “ศึกใน” ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์-เพื่อไทย พร้อมเปิด “ศึกนอก” ต้านเผด็จการ”

สองพรรคการเมืองใหญ่จัดประชุมใหญ่วันนี้เพื่อ "เช็คชื่อ" สมาชิกพรรคก่อนเปิดศึกชิงหัวหน้าพรรค ขณะเดียวกันแกนนำพรรคต่างขั้วไม่ปิดทางเป็นพันธมิตร "ต่อต้านเผด็จการ"

"มุ่งสร้างประชาธิปไตย ร่วมยืนหยัดกับประชาชน ไม่จำนนต่อเผด็จการ" คือข้อความที่ถูกใช้เป็นฉากหลังในการประชุมพรรคเพื่อไทย (พท.) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 4 ปี 4 เดือนหลังรัฐประหาร โดยมีอดีตรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรค เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้วาระสำคัญคือการพิจารณาการแก้ไขข้อบังคับพรรคให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ก่อนจัดประชุมใหญ่ 3 ต.ค. นี้

การประชุม พท. เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะ "เลือดไหลไม่หยุด" หลังอดีต ส.ส. บางส่วนย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น อาทิ อดีต ส.ส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มวาดะห์" นำโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ออกไปตั้งพรรคใหม่ใช้ชื่อว่าพรรคประชาชาติ เช่นเดียวกับอดีต ส.ส. อีสานที่แยกไปร่วมวงกับกลุ่มสามมิตรซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ อาทิ กลุ่มนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย และกลุ่มนายวิรัช รัตนเศรษฐ์ อดีต ส.ส. นครราชสีมา

นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวแพร่สะพัดในสื่อท้องถิ่นบางสำนักว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และน้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร เตรียมเปิดตัวตั้ง "พรรคเพื่อธรรม" โดยใช้ จ. เชียงใหม่ บ้านเกิดของอดีตนายกฯ เป็นฐานบัญชาการ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น อาจทำให้มีอดีต ส.ส. ไหลออกจาก พท. เพิ่มเติม การนัดประชุมพรรคในวันนี้จึงถูกมองว่าเป็นการ "เช็คเสียง" นักการเมืองที่ยังอยู่กับพรรค

อย่างไรก็ตามนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค ปฏิเสธว่า "ไม่ใช่การเช็คชื่อ สมาชิกทุกคนยังรักกันและอยากทำงานร่วมกัน" ส่วนนายสมชายที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในวันนี้ ก็ได้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่ เม.ย. ที่ผ่านมา

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต ส.ส. นครราชสีมา พท. กล่าวกับบีบีซีไทยว่า มีอดีต ส.ส. นครราชสีมาเพียง 2 คนที่ออกไปร่วมงานกับกลุ่มสามมิตร แต่ถ้านายสมชายแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่จริง อดีต ส.ส. ก็เป็นปัจจัยที่ "ต้องดูและนำมาพิจารณา" เพราะส่วนตัวยอมรับว่าความเป็น "ชินวัตร" ยังได้รับความนิยมสูงในหมู่ประชาชนภาคเหนือและอีสาน แม้รัฐธรรมนูญกำหนดห้ามคนนอกก้าวก่ายแทรกแซงกิจการของพรรคก็ตาม

ความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งพรรคเพื่อธรรมเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความไม่ลงรอยในการจัดวางตัวหัวหน้า พท. และมีนักการเมืองหลายกลุ่มนำปัญหานี้ไปหารือนายทักษิณ ชินวัตร ในต่างแดน โดยพุ่งเป้าไปที่ตัวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือ "เจ้หน่อย" แคนดิเดตหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับจากสมาชิกพรรคบางส่วน จนเกิดกรณี "ชกข้ามรุ่น" มาแล้วเมื่อเดือน มี.ค. โดยเธอได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันคน พท. ยังกังวลใจเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องการยุบพรรคจากกรณีที่แกนนำเปิดแถลงข่าว 4 ปีรัฐประหารเมื่อ พ.ค. ทั้งนี้นายประเสริฐยอมรับว่าอดีต ส.ส. "ได้พูดคุยกัน" เกี่ยวกับประเด็นนี้ แต่เขาคิดว่า "มันจะเล่นกันเกินไป" หากพรรคต้องถูกยุบเป็นรอบที่ 3

พท. จะยุติภาวะ "พรรคไร้หัว" ในวันที่ 28 ต.ค. ซึ่งพรรคนัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่แทนชุดปัจจุบันที่เป็นเพียง "รักษาการ"

การประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของนายเสนาะ เทียนทอง ประธานสภาที่ปรึกษา พท. ในระหว่างการประชุมพรรค นำมาสู่การตอบโต้จากผู้ถูกพาดพิง

  • เสนาะ : ถึงอย่างไร พท. ก็เป็นที่หนึ่งรับรองได้เลย เป็นที่หนึ่งห่างด้วย ผมยืนยันได้ว่าแพ้เราขาด ไม่มีทางเทียบกันได้ ส่วนพรรคเก่าอย่าง ปชป. ไม่รู้ว่ากำลังเล่นอะไรกันเรื่องหัวหน้าพรรค ยื้อกันไปมา แต่ถ้าผมมองด้วยสายตาคิดว่าต่ำกว่า 100 แต่ของเรา 200 คนขึ้นไป
  • พล.อ.ประยุทธ์ : คุณเสนาะไปพักผ่อนได้แล้ว แก่แล้ว ดูถูกคนไทยได้อย่างไรการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของนายเสนาะ เทียนทอง ประธานสภาที่ปรึกษา พท. ในระหว่างการประชุมพรรค นำมาสู่การตอบโต้จากผู้ถูกพาดพิง

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดประชุมวิสามัญเพื่อรับรองข้อบังคับพรรคใหม่เช่นกัน ซึ่งจะนำไปสู่การออกระเบียบว่าด้วยการหยั่งเสียงขั้นต้นเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค (ไพรมารี) มาใช้ในการเลือกตั้งหัวหน้า ปชป. คนที่ 8 ซึ่งมีแคนดิเดต 3 คน ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พิษณุโลก และนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค

ภายหลังการประชุมนานเกือบ 5 ชม. นายอภิสิทธิ์แถลงว่าที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าการทำไพรมารีจะเป็นก้าวสำคัญของพรรค ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการจะขอ "หยุดการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าพรรค" ภายหลังเสร็จสิ้นการเป็นตัวแทนพรรคไปประชุมกับ กกต. วันที่ 28 ก.ย. และเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมหัวหน้าพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชีย ที่แอฟริกาใต้ ในช่วงต้นเดือน ต.ค.

"ผมจะไม่ใช้อำนาจหัวหน้าพรรค แต่ไม่ลาออก เพราะจะส่งผลให้คณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันพ้นสภาพไปด้วย" นายอภิสิทธิ์กล่าวและบอกว่า "นี่คือวิธีทางของประชาธิปไตย"

แหล่งข่าวจาก ปชป. แจ้งว่า นายอภิสิทธิ์จะเดินทางไปแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 1-6 ต.ค. นั่นหมายความว่าเขาจะเริ่ม "เว้นวรรค" การเป็นผู้นำ ปชป. ตั้งแต่ 7 ต.ค. เป็นต้นไป

ส่วนการจัดทำระเบียบไพรมารีเลือกหัวหน้าพรรค ได้มอบหมายให้ กก.บห. ทั้ง 41 คนเป็นผู้จัดทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ จากนั้นให้เชิญผู้สนใจสมัครชิงหัวหน้าพรรค ทั้ง นพ. วรงค์ และนายอลงกรณ์ มารับทราบระเบียบ เบื้องต้นที่ประชุมใหญ่ ปชป. เห็นควรให้อดีตสมาชิก ปชป. ทั้ง 2.5 ล้านคนมีสิทธิเข้าร่วมกระบวนการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค แต่ต้องลงทะเบียนใช้สิทธิ์

นายอภิสิทธิ์ และนายโภคิน พลกุล แกนนำ พท. ต่างออกมายอมรับว่าได้พบกันจริงที่สำนักกฎหมายธรรมนิติตามข่าวที่ปรากฏในสื่อ แต่ปฏิเสธข่าวเรื่องการเปิดเจรจากันเพื่อจับมือต่อต้าน คสช. ในการเลือกตั้งปี 2562 โดยนายอภิสิทธิ์ย้ำว่าทำงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ "ถ้าพรรคเพื่อไทยยังอยู่ภายใต้ของครอบครัวชินวัตร ไม่ดึงตัวเองให้พ้นจากร่มเงาของระบอบทักษิณ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำงานร่วมกัน"

ทว่านายภูมิธรรมจาก พท. ระบุว่า "เราสามารถทำงานกับฝ่ายประชาธิปไตยได้ทั้งหมด ถ้าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เอาการสืบทอดอำนาจ ไม่เอา พล.อ. ประยุทธ์ ก็สามารถคุยกันได้"

กิจกรรมของ 2 พรรคใหญ่เกิดขึ้นหลังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) เพื่อ "คลายล็อก" ทางการเมืองอีกขั้น เมื่อ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา