9 สิงหา วันชนเผ่าพื้นเมืองโลก: ไร้สัญชาติ ขาดที่ทำกิน สิ้นโอกาสทางเศรษฐกิจ

ชาวอาข่ากำลังแสดงลีลาร่ายรำในงานเฉลิมฉลองชนเผ่าพื้นเมืองของไทยประจำปี 2561

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/Surapong Kongchantuk

คำบรรยายภาพ, ชาวอาข่ากำลังแสดงลีลาร่ายรำในงานเฉลิมฉลองชนเผ่าพื้นเมืองของไทยประจำปี 2561

ในขณะที่สมาชิกทีมหมูป่า 4 คนได้สัญชาติไทยไปแล้ว แต่ก็ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากในประเทศไทยที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานเช่นนี้ แม้ว่าเขาจะเกิดบนแผ่นดินไทยเหมือนกัน

สหประชาชาติกำหนดให้ทุกวันที่ 9 สิงหาคม เป็นวันชนเผ่าพื้นเมืองโลก เพื่อเตือนใจว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่มีเอกลักษณ์วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของตนเองแต่กลับถูกผลักให้ไปอยู่ชายขอบ ได้รับสิทธิไม่เท่าเทียมกับคนส่วนใหญ่ของสังคม

สหประชาชาติประเมินว่ามีชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยอยู่ 370 ล้านคนใน 90 ประเทศทั่วโลก ซึ่งน้อยกว่าร้อยละ 5 ของประชากรโลก แต่กลับคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 15 ของกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในโลก คนเหล่านี้พูดภาษาต่าง ๆ ราว 7,000 ภาษาซึ่งอยู่ในต่างวัฒนธรรมราว 5,000 วัฒนธรรม

ชนเผ่าในอินเดีย

ที่มาของภาพ, EPA

จากข้อมูลของสหประชาชาติระบุด้วยว่า แม้จะอยู่ในสังคม หรือภูมิภาค และมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่ชนเผ่าเหล่านี้ประสบปัญหาคล้ายคลึงกันก็คือ ขาดการยอมรับถึงเอกลักษณ์ ตัวตน วิถีชีวิต ตลอดจนสิทธิเหนือที่ดิน หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ทำให้ต้องถูกละเมิดสิทธิตลอดมา

สำหรับในปีนี้ สหประชาชาติได้กำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวในประเด็นชนเผ่าพื้นเมืองก็คือ การย้ายถิ่นและกระบวนการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของชนเผ่าพื้นเมือง เนื่องจากการขยายตัวของการพัฒนาส่งผลให้ชนเผ่าถูกขับออกจากที่ดิน หรือชุมชนเดิม เข้าสู่เมือง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เข้าถึงการศึกษา และการทำงาน แต่ในเวลาเดียวกันชนเผ่าก็ถูกตัดขาดออกจากชุมชนเดิม โดยที่ไม่สามารถจะรวมเข้าเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ ของประเทศได้

ยูเอ็นระบุว่าในลาตินอเมริกามีคนชนเผ่าในลาตินอเมริกาย้ายไปอยู่ในมืองถึง 40% ของจำนวนประชากรชนเผ่าทั้งหมด

ที่มาของภาพ, UN

คำบรรยายภาพ, ยูเอ็นระบุว่าในลาตินอเมริกามีคนชนเผ่าในลาตินอเมริกาย้ายไปอยู่ในมืองถึง 40% ของจำนวนประชากรชนเผ่าทั้งหมด

สถานการณ์ในประเทศไทย

กิตติศักดิ์ รัตนกระจ่างศรี รักษาการหัวหน้าสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันนี้ไทยมีการเฉลิมฉลองของชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งประกอบด้วย กลุ่มชาติพันธุ์ราว 40 กลุ่ม เช่นกัน

กิตติศักดิ์ ประเมินว่า ชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์พื้นเมืองในไทยน่าจะมีจำนวนไม่เกินร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์ราว 60-70 กลุ่ม อาทิ กลุ่มที่สูงในภาคเหนือ เช่น ม้ง เย้า ดาราอาง ฯ หรือกลุ่มชาวเลอย่างอูรักลาโว้ย มอแกน หรือกลุ่มในภาคอีสานอย่าง กุย ส่วย , และกลุ่มในภาคกลาง เช่น มอญ

"ชาติพันธุ์ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ในไทยมานาน บางกลุ่มนั้นย้อนกลับไปได้หลายร้อยปี บางกลุ่มร้อยกว่าปี ซึ่งก็ถือว่าเป็นคนพื้นถิ่นไปแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่คนเผ่าไทยที่อยู่ในวัฒนธรรมภาคกลาง" กิตติศักดิ์กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์

สำหรับปัญหาที่กลุุ่มชาติพันธุ์ในไทยประสบก็ไม่ได้ต่างกับที่ยูเอ็นได้นิยามเอาไว้ คือ สูญเสียสิทธิและที่ดินทำกิน ปัญหาเรื่องการไม่มีสถานะเป็นคนไทย ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ได้ และทำให้คนบางกลุ่มวนเวียนอยู่กับความยากจน

"นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องการสูญเสียเอกลักษณ์ของตนเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปร่วมกับวัฒนธรรมกระแสหลักได้ ซึ่งทำให้มีปัญหาในเรื่องเอกลักษณ์ พื้นที่ยืนอย่างยิ่ง" กิตติศักดิ์สรุป

ชนเผ่าในอินเดีย

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ชนเผ่าในอินเดีย ร่วมฉลองวันชนเผ่าพื้นเมืองโลก

ในขณะเดียวกัน สุรพงษ์ กองจันทึก อดีตประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ กล่าวว่าปัญหาของไทยเกิดขึ้นเนื่องจากแนวคิดที่ว่าประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว "เรายังมองไม่เป็นว่าประเทศไทยเป็นพหุวัฒนธรรม มีความแตกต่างหลากหลายของชาติพันธุ์ ภาษา ประเพณีวัฒนธรรม แต่ว่าสามารถคงอยู่ร่วมกันได้ภายใต้ชื่อของประเทศไทย"

"ราชการไทยยังให้ความสำคัญกับประเพณีวัฒนธรรมของภาคกลางเป็นหลัก ส่งเสริมภาษาไทยสำเนียงภาคกลาง ไม่ให้พื้นที่แก่ภาษาของชาติพันธุ์อื่น ๆ อย่างเชน ภาษากุย ภาษาอูรักลาโว้ย หรืออื่น ๆ เลย"

"ด้วยวิธีคิดเช่นนี้เองทำให้ชาติพันธฺ์อื่น ๆ ที่มีน้อยกว่ากลายเป็นกลุ่มที่อยู่ชายขอบ ไม่ได้รับการยอมรับในตัวตน หรือไม่ได้รับความภาคภูมิ ในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม" สุรพงษ์กล่าว และเสริมว่า "การมองข้ามเช่นนี้ทำให้พวกเขาไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานหลายอย่าง เช่น สัญชาติ อย่างกรณีกลุ่มนักฟุตบอลหมูป่า ซึ่งได้รับสัญชาติไทยไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนแบบน้อง ๆ หมูป่าอีกเป็นล้านในประเทศไทย" สุรพงษ์กล่าว

เขากล่าวอีกว่าแม้ว่าในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะมีกำหนดไว้ว่ารัฐมีหน้าที่ส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย แต่มาตรการ ส่งเสริมยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมนัก

ในขณะเดียวกันกลุ่มชาติพันธุ์ก็ได้รวมตัวกันจัดทำร่าง พ.ร.บ. กลุ่มชาติพันธุ์ขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติของรัฐให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อไปนำเสนอหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐก็ไม่ได้รับการขานรับแม้แต่น้อย