ประยุทธ์เยือนฝรั่งเศสพร้อมสัญญาสร้างดาวเทียม ซื้อเครื่องบิน ร่วมทุนศูนย์ซ่อมอากาศยาน

พล.อ. ประยุทธ์จะเดินทางฝรั่งเศสในระหว่าง 22-26 มิย. และจะเข้าหารือกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงด้วย

ที่มาของภาพ, BBCThai/EPA

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประยุทธ์จะเดินทางฝรั่งเศสในระหว่าง 22-26 มิย. และจะเข้าหารือกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงด้วย

นายกรัฐมนตรีไทยนำคณะรัฐมนตรีและนักธุรกิจชั้นนำเยือนฝรั่งเศส 22-26 มิ.ย. พร้อมสัญญาสร้างดาวเทียม ซื้อเครื่องบิน และ ร่วมทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานกับแอร์บัส ชักชวนนักธุรกิจฝรั่งเศสมาลงทุนด้านขนส่งมวลชน และสนามบิน

แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงต่างประเทศของไทย กล่าวว่า ศักยภาพทางเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ภาคเอกชนของฝรั่งเศสผลักดันให้ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เปิดทำเนียบต้อนรับการมาเยือนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหารจากราชอาณาจักรไทย

"ปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ภาคเอกชนฝรั่งเศสมองหาลู่ทางการลงทุนในไทย ผ่าน EEC" แหล่งข่าวคนดังกล่าวเปิดเผยกับ บีบีซีไทย

โรงประกอบเครื่องบินของแอร์บัสในฝรั่งเศส

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โรงประกอบเครื่องบินของแอร์บัสใกล้กับเมืองตูลูส ในฝรั่งเศส

ส่งเสริมการลงทุนใน EEC

พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดการบินออกจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เช้าวันที่ 22 มิ.ย. ตรงไปยัง นครตูลูส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทแอร์บัส เพื่อเยี่ยมชม สายการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานที่บริษัทแอร์บัส และ เป็นสักขีพยานร่วมกับประธานธิบดีมาครง ในพิธีแลกเปลี่ยนความตกลงสัญญากรอบการร่วมทุนระหว่าง บมจ. การบินไทย กับ Airbus Commercial Aircraft

เว็บไซต์ ฐานเศรษฐกิจ รายงานเมื่อ 21 มี.ค. อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ ร.ท.รณชัย วงศ์ชะอุ่ม ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา บมจ. การบินไทย ว่า โครงการนี้ใช้เงินลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท โดยกองทัพเรือ เป็นผู้ลงทุนสิ่งปลูกสร้างและงานโยธา วงเงินราว 6.3 พันล้านบาท ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ส่วนอีก 4 พันล้านบาท เป็นการลงทุนที่จะเกิดขึ้น ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างการบินไทยและแอร์บัสคนละครึ่ง โดยศูนย์ซ่อมแห่งนี้จะมีความทันสมัย รองรับการซ่อมบำรุงเครื่องบิน ได้ทั้งของโบอิ้งและแอร์บัส คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2565

แหล่งข่าวจากกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่า ศูนย์แห่งนี้จะเริ่มจากซ่อมเครื่องบิน A380 และ A350 ของการบินไทยก่อน แล้วขยายไปซ่อมของสายการบินอื่นๆในภูมิภาค

"ศูนย์ MRO (Maintenance, Repair & Overhaul) แห่งนี้ ถือเป็น หัวใจของ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่ต้องการให้ใช้อู่ตะเภาเป็น ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการบิน ในย่านนี้"

แอร์บัส เอ 380 เป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2005

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แอร์บัส เอ 380 เป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2005

หลังเป็นสักขีพยาน พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดการบินต่อไปยังกรุงปารีสในช่วงค่ำวันศุกร์ ก่อนพบกับนักธุรกิจของฝรั่งเศสที่สนใจลงทุนในประเทศไทย ในวันจันทร์ที่ 25 ได้แก่ กลุ่มธุรกิจขนส่งมวลชน Transdev และกลุ่ม SNCF บริษัทรถไฟแห่งชาติฝรั่งเศสซึ่งเป็นจะพันธมิตรร่วมลงทุนในไทย และ VINCI กลุ่มบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่อายุเกือบ 120 ปี

"นักธุรกิจฝรั่งเศสสนใจ ลงทุน รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ก่อสร้างสนามบินนานาชาติใกล้เมืองหลวง แห่งที่ 3 และ ขนส่งมวลชนขนาดเบารอบภูเก็ต" แหล่งข่าวกล่าว

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดหารือกับ นายมาครง ที่ทำเนียบประธานาธิบดี พร้อมกับเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนความตกลงระหว่าง บมจ. การบินไทย กับ Airbus และ สัญญาซื้อขายดาวเทียมธีออส 2 มูลค่า 200 ล้านยูโร ระหว่าง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กับ Airbus Defence & Space SAS

ระเบียง

ที่มาของภาพ, https://www.eeco.or.th

ในกรณีดาวเทียมธีออส 2 นั้น ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยาผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวกับหนังสือพิมพ์ประชาชาติ ธุรกิจเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วว่าครม.อนุมัติโครงการดาวเทียมเพื่อการพัฒนา หรือ ธีออส-2 ในวงเงิน 7,800 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นดาวเทียมและระบบ 7,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 800 ล้านบาทจะเป็นการจัดหาระบบ การสร้างตึกอาคารประกอบดาวเทียม ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

สัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสให้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

แหล่งข่าวกล่าวว่า การหารือกับประธานาธิบดีมาครง จะหารือในหลายประเด็นด้านพหุภาคี และเสถียรภาพในภูมิภาค เช่นการต่อต้านการก่อการร้าย และ การเปลี่ยนแปลงของภาวะอากาศ

แหล่งข่าวระบุอีกว่าไทยมีความสำคัญในอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง "ฝรั่งเศสจะมองข้ามไทยไปไม่ได้ เพราะ เราเป็นเศรษฐกิจอันดับ 2 ของอาเซียน ถ้าไทยมีเสถียรภาพ ภูมิภาคก็มีเสถียรภาพ ไทยไม่ได้สร้างปัญหาให้ภูมิภาค ดังนั้น จึงอย่ามองประชาธิปไตยแบบอุดมคติ ประชาธิปไตยต้องไปด้วยกันกับเสถียรภาพในประเทศ" แหล่งข่าวชี้

"ความหวังดีของประเทศตะวันตก ก็ไม่สามารถทำให้เกิดประชาธิปไตยในไทยได้ เราไม่สวนกระแสโลก แต่ เราต้องใช้เวลาในการนำประเทศสู่ประชาธิปไตย"

อย่างไรก็ตาม กำหนดการมาเยือนของพล.อ.ประยุทธ์ และภรรยา ไม่ได้ถูกเปิดเผยมากนัก เนื่องจากไม่อยากเห็นการชุมนุมของกลุ่มคนไทยที่ลี้ภัยทางการเมืองในฝรั่งเศสและยุโรป