You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เปิดคำถามจาก “พรรคเก่า” ที่ กกต. ยังไร้คำตอบ
แกนนำพรรคการเมืองเก่าประสานเสียงเรียกร้องให้ คสช. ปลดล็อกการเมือง เพื่อให้พรรคจัดประชุมและทำกิจกรรมได้ ขณะที่ กกต. ไร้คำตอบได้หย่อนบัตรเลือกตั้งเมื่อไร ชี้ "ทุกคนรู้เท่า ๆ กัน"
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมชี้แจงแนวทางดำเนินกิจการแก่พรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 โดยมีผู้แทนจาก 55 พรรค รวม 308 คน เข้าร่วม
การจัดเวทีครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเปิดทางให้กลุ่มบุคคลยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้ตั้งแต่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา และจะผ่อนคลายให้พรรคการเมืองเก่าดำเนินการทางธุรการได้ใน 1 เม.ย. เป็นต้นไป โดยเฉพาะการยืนยันสถานะการเป็นสมาชิกพรรคใหม่ หรือ "รีเซ็ต" พร้อมจ่ายค่าบำรุงพรรคภายใน 30 วัน ทั้งหมดนี้เพื่อเตรียมพร้อมไปสู่การเลือกตั้งซึ่งรัฐบาล คสช. เคยระบุว่าจะเกิดขึ้นภายใน ก.พ. 2562
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้งนี้ภายใน 1 ปี พรรคต้องหาสมาชิกให้ได้ 5,000 คนขึ้นไป และภายใน 4 ปี ต้องหาสมาชิกให้ได 10,000 คนขึ้นไป
แต่ถึงอย่างนั้น มี "ปัจจัยแทรกซ้อน" ที่อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปอีก ทั้งกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และกรณีรัฐบาลอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าอาจยื่นตีความร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่ามีความไม่ชอบมาพากล โดยผู้เขียนกฎหมายเขียนกฎหมายให้คลุมเครือและมีตำหนิ ส่อเจตนาให้เกิดปัญหาไม่ราบรื่นและกระทบต่อโรดแมปเลือกตั้ง
ทำให้แกนนำพรรคการเมืองขนาดเล็ก 2 พรรคตั้งคำถามขึ้นมากลางวงประชุมว่า "จะมีการเลือกตั้งเมื่อไร" และ "เดือน ก.พ. นี้ได้เลือกตั้งแน่นอนหรือไม่" ทว่าทีมงาน กกต. นำโดยนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ปฏิเสธจะตอบคำถามนี้ โดยบอกเพียงว่า "ไม่อาจตอบได้ เพราะทุกคนก็รู้เท่า ๆ กัน" และ "ขึ้นอยู่กับข้อ 8 ของคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2556 (พรรคการเมืองประชุมร่วมกับ คสช. กกต. ประธาน กรธ. และประธาน สนช. เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง)"
ขณะที่ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา แสดงความเห็นว่า ที่ทุกพรรคต้องมานั่งประชุมกันวุ่นวาย เพราะ คสช. ไม่ยอมยกเลิกประกาศหัวหน้า คสช. ที่ 57/2557 ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ทำให้การทำกิจกรรมของพรรคการเมืองสับสนและซับซ้อน ต้องมาแก้ไขปัญหาแบบ "งูกินหาง" ไปเรื่อย ๆ จึงเรียกร้องให้ กกต. ไม่เป็นเพียงคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่เป็น "คณะกรรมการกล้าตาย" เสนอเรื่องปลดล็อกการเมืองไปยัง คสช. ด้วย อย่างไรก็ตามผู้แทน กกต. กล่าวตอบว่า "ขอบคุณในคำแนะนำ แต่คงปฏิบัติไม่ได้ เพราะคนที่พยายามจะทำก็ได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วครับ" เรียกเสียงฮือฮาในผู้ร่วมประชุม
ส่วนคำถามอื่น ๆ ของพรรคการเมืองส่วนใหญ่เป็นการแสดงความกังวลใจเกี่ยวกับการยืนยันตัวตนของสมาชิกพรรคภายในเวลา 30 วัน เพราะถ้าดำเนินการไม่ทัน ฐานสมาชิกจะถูกตัดเท่าที่แต่ละพรรคสามารถยืนยันตัวตนได้เท่านั้น ซึ่งรองเลขาธิการ กกต. ได้ยอมรับด้วยว่า คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 53/2560 ที่ออกมาเพื่อให้ทั้งพรรคใหม่และพรรคเก่ามีสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเท่ากัน แท้จริงแล้วเป็นการทำให้พรรคเก่าเสียเปรียบมากกว่า
บีบีซีไทยรวบรวมบางคำถามจากพรรคการเมืองเก่าที่ไร้คำตอบจากผู้แทน กกต. ไว้ ดังนี้
คำถามจาก "พรรคเก่า" ที่ไร้คำตอบจาก กกต.
- ประชาธิปัตย์ : สามารถให้สมาชิกพรรคยืนยันการเป็นสมาชิก โดยชำระค่าบำรุงภายใน 4 ปีตามที่ พ.ร.ป. พรรคการเมือง กำหนดไว้ได้หรือไม่ ไม่ใช่ชำระภายใน 30 วันตามมติ กกต.
- ประชาธิปปัตย์ : ให้หัวหน้าพรรครับรองว่าสมาชิกพรรคได้รับรองคุณสมบัติตัวเอง แทนการให้หัวหน้าพรรครับรองคุณสมบัติของสมาชิกพรรคได้หรือไม่ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่หัวหน้าจะรู้คุณสมบัติสมาชิกทุกคน
- เพื่อไทย : คำสั่ง คสช. ให้ยุบสาขาพรรคการเมืองทุกพรรค ซึ่งตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง กำหนดให้มีการประชุมเพื่อจัดตั้งสาขาพรรค แต่พรรคประชุมกันไม่ได้ จะให้ทำอย่างไร
- ประชาธิปไตยใหม่ : เป็นไปได้หรือไม่ในการงดใช้ระบบไพรมารีในการเลือกตั้งครั้งแรก
สำหรับพรรคที่มีฐานสมาชิกพรรคมากที่สุดคือพรรคประชาธิปัตย์ จำนวนกว่า 2.89 ล้านคนทั่วประเทศ จะเปิดให้สมาชิกพรรคยืนยันการเป็นสมาชิกผ่านแอปพลิเคชัน D-Connect ที่สร้างขึ้นใหม่ ตั้งแต่ 1 เม.ย. นี้
ขณะที่พรรคเพื่อไทยซึ่งมีสมาชิกพรรค 1.34 แสนคน นัดหมายให้อดีต ส.ส. ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคก่อนเป็นกลุ่มแรก ในวันที่ 4 เม.ย. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ก่อนให้อดีต ส.ส. ไปรวมรวมรายชื่อสมาชิกพรรคในพื้นที่มาส่งที่พรรค โดยในวันดังกล่าวพรรคจะเปิดโอกาสให้อดีต ส.ส. เข้ารดน้ำดำหัวขอพรแกนนำพรรค ท่ามกลางข่าวลือเรื่องอดีต ส.ส. จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มวาดะห์" อาจแยกตัวออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ จึงถือเป็นการ "เช็คเสียง" ส.ส. ไปในตัว