“น้ำคำ” รัฐบาล กับ น้ำท่วม กทม. 14 ต.ค.

ที่มาของภาพ, Getty Images
ไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังโฆษกรัฐบาลออกมายืนยันว่าประเทศไทยจะไม่เผชิญภาวะน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 ฝนก็ถล่ม กทม. ในคืนนั้นพร้อมกับแปรสภาพนครหลวงเป็น "เมืองบาดาล" ในเช้าวันที่ 14 ต.ค. แล้ว ประชาชนควรฟังใคร
นอกจากคำขอโทษของผู้ว่า กทม. แล้ว นักวิชาการด้านน้ำ ชี้ว่า ปรากการณ์ที่เกิดขึ้นคือคำเตือนว่าระบบระบายน้ำของกทม.นั้นเข้าขั้นวิกฤต และหากพายุเข้าฝนตกหนักในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 ต.ค. ก็อาจเกิดปัญหาขึ้นได้
วิกฤตกว่าที่คิด
ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับบีบีซีไทยว่า แม้นในวันที่ 14 ต.ค. ฝนตกหนักถึง 214.5 มิลลิเมตร (มม.) แต่เมื่อเฉลี่ยแล้วก็ไม่ถึง 40 มม. ต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าไม่มาก ดังนั้นสาเหตุที่น้ำท่วมจึงเกี่ยวข้องกับปัญหา การระบายน้ำของ กทม. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ศ.ดร.ธนวัฒน์ชี้อีกว่า ระบบระบายน้ำของกทม.ถูกสร้างไว้เกือบ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งสภาพท่อตอนนี้เก่ามาก ทรุดตัว เต็มไปด้วยตะกอนและขยะมากมาย เมื่อฝนตกหนักก็จึงระบายน้ำได้ไม่รวดเร็ว นอกจากนี้การทรุดตัวของแผ่นดินกรุงเทพฯ ก็ยังทำให้การทำงานของระบบท่อ ที่ระบายน้ำไปลงคลองและออกแม่น้ำดังที่ออกแบบไว้ ไม่สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพดังเดิม
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
"ที่จริงไม่น่าจะท่วมใหญ่ เพราะฝนตกมากก็จริง แต่ไม่ใช่พายุ แต่ปัญหาคือการระบายที่ทำไม่ทัน... ผมติดตามเรื่องพายุมาตลอด แม้ว่าขนุนจะอ่อนตัวลงแล้ว แต่ตอนนี้ก็มีพายุลูกใหม่ก่อตัวขึ้นแล้ว ซึ่งก็ต้องเกาะติดดูกันว่าจะมีโอกาสมามากแค่ไหน หากเกิดมีพายุเข้ามากลัวจะกระทบกับงานพระราชพิธีฯ ซึ่งผมว่าเราต้องเตรียมตัวให้ทัน เอาข้อมูลทางวิชาการมาเปิดเผยกันในเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้ทุกฝ่ายมีเวลาเตรียมตัวดูแลให้ทัน" ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าว
น้ำคำของรัฐบาล: น้ำไม่ท่วม
แม้นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะออกมาแสดงความกังวลเรื่องน้ำสะสมมากขึ้นในลุ่มน้ำเจ้าพระยาในวันที่ 10 ต.ค. แต่หลังจากที่ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำจากผู้รับผิดชอบแล้ว พล.อ. ประยุทธ์ก็จึงยืนยันว่าปีนี้จะไม่มีปัญหาน้ำท่วมใหญ่เช่นเดียวกับในปี 2554 เพราะปริมาณน้ำในปีนี้ยังน้อยกว่าช่วงนั้นมาก

ที่มาของภาพ, Getty Images
"จึงไม่อยากให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อข่าวลือของผู้ไม่หวังดี" พล.อ. ประยุทธ์ ส่งผ่านข้อความถึงประชาชนพาดพิงข่าวลือก่อนหน้าว่าภาคกลางอาจจะเผชิญกับน้ำท่วมใหญ่อีก
ในวันเดียวกัน พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงย้ำว่าปีนี้จะไม่มีปัญหาน้ำท่วมใหญ่ เหมือนปีพ.ศ. 2554 นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยได้วางแผนบริหารจัดน้ำอย่างเป็นระบบและบูรณาการร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยได้นำบทเรียนในอดีตมาแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตามหลังเหตุน้ำท่วมกทม. ก็มีข่าวแพร่สะพัดขึ้นมาอีกทั้งเรื่องมวลน้ำที่มาจากทางเหนือ การปล่อยน้ำออกจากเขื่อนต่าง ๆ ที่มีน้ำเต็มปริมาตรความจุแล้ว ทำให้รัฐบาลต้องออกมาเตือนอีกครั้งว่าผู้แพร่ข่าวไม่จริงเหล่านี้จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ
น้ำคำผู้ว่าฯกทม.:ขอโทษ
ตั้งแต่คืนวันที่ 13 ต.ค. ฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างในกทม. และตกเรื่อยไป จนถึงเช้ามืด ทำให้ชาวกทม. ต้องเผชิญ กับมวลน้ำ รอการระบาย ในหลายบริเวณ ภาพที่คล้ายกับในอดีตก็ปรากฎขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถซึ่งจมอยู่ในน้ำ คนลุยน้ำ น้ำเข้าไปในบ้านเรือนของผู้คน และใช้เวลานานกว่าจะระบายออกได้
สื่อท้องถิ่นหลายสำนักระบุว่า ปริมาณฝนที่สะสมมาในช่วง 24 ชั่วโมง วัดได้สูงสุดที่สำนักงานเขตพระนคร ที่มีปริมาณฝนรวมสูงสุดถึง 214.5 มม. ถือว่ามากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี
สภาพการณ์นี้ทำให้พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่า กทม. ต้องออกมาขอโทษและยืดอกรับผิด
"ผมต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้....สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้โทษฝน ฝนตกเยอะเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ ให้โทษที่ผม ที่ระบายน้ำออกไปได้ช้า ผมไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ"
นอกจากนี้ พล.ต.อ. อัศวินยังได้ชี้แจงอีกว่าฝนตกเมื่อคืนวันที่ 13 นั้น เป็นฝนที่หนักที่สุดในรอบ 30 ปี ทำให้เกิดน้ำท่วมขังขึ้นทั้งหมด 55 จุดใน กทม. ครั้งสุดท้ายที่ฝนตกเกิน 200 มม. คือปี พ.ศ.2529 มีปริมาณน้ำฝนประมาณ 270 มม.
เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2529 เกิดจากฝนที่ตกต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 8 - 10 พ.ค. ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็น ผู้ว่า กทม. ซึ่งพล.ต.จำลอง ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุของน้ำท่วมว่า เนื่องจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ หนึ่งพันปี เป็นที่มาของคำว่า "ฝนพันปี"
พยากรณ์อากาศไม่แม่น?
เมื่อย้อนไปดูตารางพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าในวันที่ 13 ต.ค. 60 นั้น "ช่วงบ่าย-ค่ำท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน-เมฆมาก ทัศนวิสัย 6-8 กม. มีฟ้าหลัวชื้น มีฝนฟ้าคะนองช่วงดึกตลอดจนถึงช่วงเช้า" ซึ่งก็ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง
แต่คำถามก็คือทำไมจึงไม่มีการเตือนถึงฝนที่จะตกหนักมากเพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวได้
แหล่งข่าวจากสำนักพยากรณ์อากาศชี้แจงกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ว่าสาเหตุที่ฝนตกหนักเนื่องจากในช่วงนั้นมีร่องอากาศพาดผ่านภาคกลางของประเทศ และมีความกดอากาศสูงแผ่ปกคลุมลงมาจากจีนด้วย ทำให้มีฝนตกได้มาก
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2
"แต่จะให้คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักขนาดไหน เฉพาะเจาะจงไปเลยนั้นทำได้ยาก เพราะข้อมูลที่ได้มาไม่ได้ละเอียดขนาดนั้น รวมทั้งมีข้อมูลสำหรับการใช้วิเคราะห์จำกัด การตรวจสอบสภาพอากาศเพื่อพยากรณ์ก็ทำในช่วงกว้างมากคือ 24 ชั่วโมง" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า ส่วนเรดาร์ตรวจจับกลุ่มฝนที่มีอยู่เป็นการวัดในแต่ละช่วงเวลาเฉพาะเป็นครั้งคราว ไม่สามารถจะใช้ในการพยากรณ์ได้เลย นอกจากนี้กรมอุตุนิยมก็ยังไม่ได้รวมข้อมูลเรื่องน้ำท่าหรือน้ำทะเลหนุน
"เราพยากรณ์แค่น้ำบนฟ้า เราไม่รู้เรื่องระบบการระบาย ว่าเป็นยังไงดีแค่ไหน บางทีตกน้อยกว่านี้น้ำท่วมได้เหมือนกัน" แหล่งข่าวกล่าวปิดท้าย








