นพดล ระบุพร้อมตั้งทีมทนายสู้คดี หากทักษิณถูกเรียกเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ป

ที่มาของภาพ, JEWEL SAMAD/AFP/GETTY IMAGES
ที่ปรึกษากฎหมายอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ระบุ ไม่มีมูลเหตุที่จะทำให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากการโอนหุ้น 329.2 ล้านหุ้นให้ลูกชายและลูกสาว นายทักษิณเพราะกรรมสิทธิ์การถือหุ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลง เป็นกรรมสิทธิ์ของนายทักษิณและภรรยาแต่ต้น จึงไม่มีเงินได้และภาระทางภาษี แต่หากรัฐบาลเดินหน้าใช้ "อภินิหารทางกฎหมาย" ทางทีมก็พร้อมแต่งตั้งทนายสู้คดี
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาประจำนายทักษิณ ยืนยันชี้แจง ว่า ในปี 2553 ศาลฎีกา ที่มีคำวินิจฉัยให้หุ้นดังกล่าวยังคงเป็นของดร.ทักษิณและภรรยา ส่วนศาลภาษีอากรกลางเคยมีคำพิพากษาว่า นายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทาง ซึ่งเป็นลูกชายและลูกสาว ซื้อมาจากแอมเปิลริชเป็นหุ้นของนายทักษิณและภรรยานั้น ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงของหุ้น แต่เป็นในลักษณะการถือหุ้นไว้แทน จึงถือว่าไม่มีเงินได้และไม่มีภาระทางภาษี และก็ถือว่าเป็นการซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ย่อมได้รับการยกเว้นการเสียภาษีตามกฎหมายอยู่แล้ว
นายนพดลให้ความเห็นทางกฎหมายอีกว่า การขายหุ้นบริษัทชิน คอร์เปอเรชัน น่าจะได้ข้อยุติไปนานแล้ว นับตั้งแต่ครั้งที่ได้เงินจากการซื้อ-ขายและปันผลหุ้นมูลค่าประมาณ 46,000 ล้านบาท ซึ่งได้ถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินไปเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน กรมสรรพากรยังออกมาระบุว่า อาจดำเนินการไม่ได้

ที่มาของภาพ, PORNCHAI KITTIWONGSAKUL
วานนี้ (21 มี.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร เรื่องการขยายเวลาการออกหมายเรียกเก็บภาษีตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากรว่า ถือเป็นเรื่องเดิม ส่วนเรื่องใหม่ภาษีหุ้นชินคอร์ป ของนายทักษิณ ถือว่าเป็นคนละกรณีกัน ดังนั้นอย่าเอาอันเก่ามาพันกับอันใหม่
นายกรัฐมนตรียังยอมรับว่ากรณีดังกล่าวยังมีความคลุมเครือ แต่รัฐบาลก็ต้องทำไปก่อน จากนั้นก็ต่อสู้คดีเอา เพราะถ้าทำได้แต่ไม่ทำ ก็จะผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 รัฐบาลก็โดนไปด้วย
"อภินิหารทางกฎหมาย" ไม่นำไปสู่การปรองดอง
นายนพดล กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศ ก็ควรยึดหลักนิติธรรม (Rule of Law) ไม่ใช่อาศัย "อภินิหารทางกฎหมาย" (Miracle of Law) อย่างที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าเมื่อเจอช่องทางกฎหมายที่สมควร ก็เสี่ยงดู โดยที่นายนพดล เห็นว่า อภินิหารทางกฎหมาย ดังกล่าวไม่สามารถนำประเทศไปสู่การปรองดองได้ พร้อมกันนั้นเขายังขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ และบังคับใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรม เท่าเทียมเสมอภาค

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
"หากว่ามีการเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณจริง ก็พร้อมจะตั้งทีมกฎหมายเพื่อมาต่อสู้คดีและเรียกร้องความเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังอาจรวมไปถึงพิจารณาการฟ้องกลับด้วยหากมีความจำเป็น" นายนพดลกล่าว
ภายหลังการแถลงข่าวของนายนพดล นายวิษณุ นายนพดล ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน ว่าทางการมีข้อโต้แย้งแน่นอน โดยมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของกรมสรรพากร ที่จะต้องหาข้อคำตอบโต้แย้ง เพราะเป็นหน่วยงานที่ประเมินและเป็นผู้เรียกให้ชำระภาษี








