You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ป.ย.ป. ประชุมครั้งแรก เร่งผลักดัน 27 วาระปฏิรูป
ประชุม ป.ย.ป.ชุดใหญ่ครั้งแรก ได้ข้อสรุปเร่งผลักดันวาระปฏิรูป 27 วาระ ขณะที่ สนช.จะเปลี่ยนแนวทางการพิจารณากฎหมายจากรับเป็นรุก โดยเฉพาะการพิจารณา กม.ลูก 10 ฉบับ
วันนี้ (1 ก.พ. 2560) มีการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เชิงปฏิบัติการเป็นครั้งแรก โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน และมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เข้าร่วมด้วย
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการ ป.ย.ป. กล่าวว่า การประชุม ป.ย.ป.ครั้งนี้เป้นไปเพื่อจัดลำดับความสำคัญการปฏิรูป แก้ไขปัญหาความซ้ำซ้อน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยหลังจากนำวาระการปฏิรูปของ สปท.และนายกฯ มากลั่นกรองแล้ว เบื้องต้นจะมี 27 วาระสำคัญ ได้แก่
1.กลไกภาครัฐ 9 วาระ ประกอบด้วย ปฏิรูปงบประมาณ/การคลัง การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ปฏิรูปกระจายอำนาจ บริหารรัฐที่ต้องเปิดเผยข้อมูล การควบคุมและการตรวจสอบอำนาจรัฐ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ศาลป้องปรามการทุจริตและวิธีพิจารณาคดีป้องปรามการทุจริตการคุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินจากการทุจริต
2.การปฏิรูปคน ที่ว่าด้วยการปฏิรูปกฎหมายการศึกษา แรงงาน หลักประกันสุขภาพ และผู้สูงอายุ
3.เครื่องมือพัฒนาฐานราก อาทิ เกษตรพันธสัญญา ประกันภัยการเกษตร การเงินรากฐาน/สหกรณ์ออมทรัพย์ ธนาคารที่ดิน
4.เศรษฐกิจอนาคตอย่างเศรษฐกิจทัล(สื่อ)และโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ทรัพยากรป่าไม้ น้ำ/แหล่งน้ำ ชุมชม ผังเมือง พลังงานทดแทนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เป็นต้น
ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการจำนวน 4 คณะ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการจัดเตรียมพิมพ์เขียวของวาระการปฏิรูป 2.คณะอนุกรรมการทำงานประสานกระทรวงเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป 3.คณะอนุกรรมการสร้างการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วม และ 4.คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผล
ด้านนายพรเพชร กล่าวว่า ในส่วนของ สนช. จะเร่งผลักดันกฎหมายลูกที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติกำหนดไว้ จำนวน 10 ฉบับ ซึ่งต้องทำให้เสร็จภายใน 8 เดือน กฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ และ ร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปประเทศ ซึ่งต้องทำให้เสร็จภายใน 4 เดือน รวมถึงกฎหมายปกติของรัฐบาล ซึ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่อยู่ในวาระเร่งด่วนของรัฐบาล เหลืออยู่ประมาณ 30 ฉบับ
"ภารกิจดังกล่าวทำให้ สนช.ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์การทำงานจากที่เคยตั้งรับต้องเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุก เข้าไปดูว่ากฎหมายแต่ละฉบับมีหลักการ มีความคิดเห็นอย่างไร เพื่อจะได้รู้ล่วงหน้า และทำให้การพิจารณารวดเร็วขึ้น" นายพรเพชรกล่าว
ด้าน ร.อ.ทินพันธุ์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติว่าจะมีวาระเร่งด่วนสำหรับการปฏิรูป 27 วาระ โดยเป็นการจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สปท. ทั้ง 12 ด้าน หลังอีกทั้งที่ประชุมยังรับวาระเพิ่มเติมจากประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สปท. ซึ่งจะนำเข้ามาอยู่ในวาระเร่งด่วนของ ป.ย.ป.ต่อไป