ปราบทัวร์ศูนย์เหรียญดึงยอดนักท่องเที่ยวจีนร่วงข้ามปี

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชี้มาตรการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญทำนักท่องเที่ยวจีนไม่กระเตื้องจนถึงตรุษจีน ด้านแบงก์ชาติห่วงผลกระทบสูงเกินคาด "กอบกาญจน์" มั่นใจมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวปลายปีได้ผล
นายสุรวัช อัครวรมาศ รองนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) และผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจทัวร์จีน เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่ามาตรการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญหรือการขายทัวร์ต่ำกว่าต้นทุนซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการและจับกุมผู้ประกอบการตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม ทำให้บริษัทท่องเที่ยวทั้งในไทยและจีนไม่มั่นใจว่าธุรกิจของตนจะเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ จึงทำให้หลายบริษัทยกเลิกการนำนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย ทั้งที่ช่วงนี้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวก่อนสิ้นปี

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
นายสุรวัช กล่าวว่าข้อมูลของสมาคมแอตต้าระบุว่าแม้ตัวเลขของกลุ่มทัวร์จีนที่เดินทางมาไทยโดยผ่านธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิกแอตต้า ยังคงคิดเป็น 60% ของตลาดทัวร์ต่างชาติทั้งหมด แต่มีแนวโน้มลดลงตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เข้าประเทศผ่านท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองและสุวรรณภูมิในช่วงเดือนพฤศจิกายนบางวันมีจำนวนรวมกันเพียง 4,545 คน ขณะที่ช่วงเดือนสิงหาคมสูงถึงวันละกว่า 12,193 คน
ด้านมัคคุเทศก์ประจำทัวร์จีนที่บริเวณพระบรมหาราชวัง ซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อบอกกับบีบีซีไทยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเยี่ยมชมวัดพระแก้วบางตาจนเห็นได้ชัด คาดว่ามีประมาณ 10,000 คนต่อวัน ซึ่งถือว่าลดลงไปเกือบครึ่ง แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะการปิดไม่ให้เข้าชมวัดพระแก้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังการสวรรคต แต่เมื่อเปิดให้เข้าชมตามปกติแล้ว ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นเท่าที่ควร สังเกตได้จากที่ตนเคยให้บริการคณะทัวร์วันละ 4-5 คณะ ตอนนี้เหลือเพียง 1-2 คณะ

ที่มาของภาพ, Reuters
มัคคุเทศก์รายนี้เผยกับบีบีซีไทยด้วยว่า ผู้ประกอบการจีนได้จัดทัวร์ศูนย์เหรียญไปยังประเทศอื่น อาทิ รัสเซียหรือเกาหลีใต้ เขาเห็นว่าแม้ทัวร์ศูนย์เหรียญจะผิดกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ดังนั้นภาครัฐควรใช้ความอะลุ้มอล่วยในการแก้ปัญหาและคำนึงว่าจีนเป็นตลาดใหญ่ มีกำลังใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาก นอกจากไทยจะได้ค่าภาษีสนามบินจากลูกทัวร์จำนวนมากแล้ว คนในธุรกิจการท่องเที่ยวก็ได้รับผลประโยชน์ไปด้วย
"อย่างวัดพระแก้วที่เก็บค่าเข้าชมคนละ 500 บาทต่อวัน ในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทำรายได้เกือบวันละ 20 ล้านบาท" มัคคุเทศก์รายนี้ กล่าว

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ทัวร์ศูนย์เหรียญคืออะไร
1. ทัวร์ศูนย์เหรียญคือการขายทัวร์ในราคาต่ำกว่าทุน โดยใช้ค่านายหน้าจากสินค้าและบริการที่นักท่องเที่ยวซื้อมาชดเชย
2. ททท. ถือว่าทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
3. มีผู้เกี่ยวข้องกับบริษัททัวร์จีนแห่งหนึ่งถูกจับกุมเมื่อเดือนกันยายน 13 ราย ถูกตั้งข้อหาร่วมกระทำการเป็นอั้งยี่ ฟอกเงิน และทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ศาลนัดสอบพยานในเดือนมกราคมปีหน้า
4. รัฐบาลมีมติห้ามบริษัททัวร์ขายทัวร์ในราคาต่ำกว่าต้นทุน ตั้งราคาทัวร์ขั้นต่ำที่ 1,000 บาทต่อคนต่อวัน กำหนดราคารายการนำเที่ยวเสริมไม่เกิน 3,000 บาทต่อทริป เพื่อป้องกันการโก่งราคาทัวร์
5. ผู้ประกอบการมีทั้งเสียงคัดค้านและเห็นด้วยกับมาตรการของรัฐบาล
-ฝ่ายเห็นด้วยมองว่าจะช่วยคัดกรองให้ได้ลูกทัวร์ที่มีคุณภาพ
-ฝ่ายคัดค้านเชื่อว่าเป็นเหตุให้ชาวจีนต้องซื้อทัวร์ในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิมจึงไม่เลือกเดินทางมาไทย

ที่มาของภาพ, Reuters
ทัวร์ศูนย์เหรียญ ไม่สูญเสีย?
ด้านนางสุกัญญา จันทร์ชู ประธานฝ่ายการตลาด สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ระบุว่า ยอดจองและธุรกิจการโรงแรมในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาอาจมีชะงักไปบ้างด้วยหลายปัจจัย แต่โดยรวมถือว่าเป็นผลกระทบที่บางเบา โดยส่วนตัวแล้วตนเห็นด้วยกับมาตรการของรัฐบาลเพราะทัวร์ศูนย์เหรียญเป็นการทำทัวร์แบบผูกขาด ไม่ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนกับระบบเศรษฐกิจ
นางสุกัญญา ตั้งข้อสังเกตในเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมากับทัวร์ศูนย์เหรียญว่าหากนับจำนวนนักท่องเที่ยวรายหัวอาจจะลดลงจริง แต่หากประเมินเป็นเม็ดเงินในการท่องเที่ยวก็อาจไม่กระทบมากนัก
"เราแค่ต้องการอยากให้ทัวร์พวกนี้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้คิดว่าต้องไปจับเขา เพราะทัวร์ศูนย์เหรียญหลายคณะก็ได้ใช้บริการโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายและทำรายได้ให้ธุรกิจท่องเที่ยวเช่นกัน" นางสุกัญญา กล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านนายบุญทา ชัยเลิศ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า การปราบทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาลครั้งนี้มีความผิดพลาด เนื่องจากไม่มีแผนรับมือที่ดีพอ เมื่อผู้ประกอบการจีนตอบโต้โดยการยกเลิกการเดินทางอย่างฉับพลันก็ทำให้การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวทัวร์จีนลดลงถึง 80% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
นายบุญทา คาดการณ์ด้วยว่าการท่องเที่ยวเชียงใหม่สิ้นปีนี้คงไม่กระเตื้อง เนื่องจากการทำธุรกิจทัวร์จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าหลายเดือน และขณะนี้ในประเทศเพื่อนบ้านไทย ทั้งลาว เมียนมา กัมพูชาและเวียดนาม ต่างออกนโยบายเชื้อเชิญนักท่องเที่ยวจีน ทำให้คนจีนสนใจการท่องเที่ยวในประเทศเหล่านี้มากขึ้น
จะแก้วิกฤตินี้ได้อย่างไร?
นายสุรวัช รองนายกสมาคมแอตต้า กล่าวกับบีบีซีไทยว่า แนวทางที่รัฐบาลควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือสร้างความมั่นใจให้กับการท่องเที่ยวของจีนในทุกภาคส่วน ซึ่งตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยวได้เข้าไปจัดโร้ดโชว์ในหลายมณฑลของจีน หากรัฐบาลทำให้ผู้ประกอบการชาวจีนกลับมาเชื่อใจได้ การท่องเที่ยวก็จะกลับมาเป็นปกติอย่างแน่นอน

ที่มาของภาพ, Reuters
สำหรับการแก้ปัญหาผลกระทบในประเทศนั้น นายสุรวัช กล่าวว่า หากภาครัฐเห็นว่ามีการชะงักของธุรกิจการท่องเที่ยวภาคส่วนใด ก็ควรเข้าให้ความช่วยเหลือ อาจจะออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ควรมีมาตรการดูแลบริษัททัวร์กว่า 300 แห่ง ที่เป็นกลไกหลักดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าสู่ประเทศไทยด้วย
มาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวก่อนสิ้นปี
ด้าน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุถึงวิกฤติจากตัวเลขทัวร์จีนที่ลดลงว่าเกิดขึ้นในช่วงแรกที่มีการปราบปราม แต่เมื่อบริษัททัวร์มีความเข้าใจก็ส่งผลให้ยอดการจองปรับตัวดีขึ้น โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย.ที่ผ่านมา มีประมาณ 7.8 ล้านคน และคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีจำนวนทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 9.2 ล้านคน
สำหรับการแก้ปัญหาผลกระทบจากการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้ประสานงานกับรัฐบาลจีนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และได้เพิ่มมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ คนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน
นอกจากนั้นยังลดค่าธรรมเนียมอนุญาตตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival เหลือคนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน และอนุมัติให้คนต่างชาติ อายุ 50 ปีขึ้นไป อยู่ในไทยได้นาน 10 ปี แต่ต้องมีเงินฝาก 3 ล้านบาทขึ้นไป

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประเมินว่าในไตรมาส 4/2559 ไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวราว 6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.28 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนรายได้รวมของการท่องเที่ยวปีนี้คิดเป็น 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ 2.4 ล้านล้านบาท
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความเป็นห่วงว่าการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญจะกระทบมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ จากเดิมที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะลดลง 200,000 รายในปีนี้ หากผลกระทบยืดเยื้อนานเกิน 3-6 เดือนอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องถึงปีหน้า
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญจะทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยลดลงไปราว 170,000 คนต่อเดือน หรือประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยทั้งหมด แต่ตัวเลขจะกลับสู่ภาวะปกติในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า








