เกาะติดการชุมนุม 8 พ.ย. กลุ่มราษฎร ส่ง "ราษฎรสาส์น" ถึงรัชกาลที่ 10

บีบีซีไทยรายงานสดการชุมนุมของกลุ่ม "ราษฎร 2563" ที่นำโดยนิสิตนักศึกษาและเยาวชน ซึ่งถูกตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงสกัดขณะเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อไปยื่น "สาส์นราษฎร" ที่สำนักพระราชวัง

รายงานสด

  1. จบการรายงานสด

    บีบีซีไทยขอยุติการรายงานสดการชุมนุมกลุ่มราษฎรในวันนี้เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่่ติดตาม

    หากใครสนใจว่า "ทำไมนักเรียนนักศึกษาไทยยอมเสี่ยงติดคุกออกมาเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" อ่านรายละเอียดเรื่องนี้ ได้ที่ "ผู้เชี่ยวชาญเล่าผ่านสารคดีบีบีซีทำไมนักศึกษายอมเสี่ยงคุกเพื่อให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์"

    หากว่าไม่อยากพลาดข่าวสาร สาระความรู้ต่าง ๆ สามารถติดตามบีบีซีไทยได้ทาง เว็บไซต์, เฟซบุ๊กแฟนเพจ, ยูทิวบ์ และอินสตาแกรม ได้

  2. ตร. ย้ำการฉีดน้ำเป็นการ "ส่งสัญญาณเตือน"

    เวลาประมาณ 21.00 น. พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวถึงผลการดำเนินการหลังการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุมในวันนี้

    พ.ต.อ. กฤษณะกล่าวว่า การชุมนุมและการเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุมในวันนี้ไม่ได้ขออนุญาตล่วงหน้า ถือว่าผิด พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานมาตั้งแต่ช่วงบ่ายที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยรวมทั้งการเคลื่อนขบวนมายังบริเวณด้านหน้าศาลฏีกา

    "เมื่อมีการประกาศหลายครั้ง และมีการเจรจาต่อรองแล้ว แต่ไม่เป็นผลเจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแนวทางเอาไว้ คือการใช้น้ำฉีดเพื่อเป็นการเตือนว่าตรงนี้เป็นการตั้งแนวเขตแนวที่สอง" พ.ต.อ. กฤษณะกล่าวและอธิบายว่าการฉีดน้ำในวันนี้เป็น "การฉีดตามยุทธวิธี" เป็นน้ำเปล่า ไม่ได้มุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายหรือให้เกิดความเสียหายให้กับทรัพย์สิน

    รองโฆษก ตร.กล่าววอีกว่า หากว่าดูตามแนววิถีที่ฉีด เป็นการโปรยน้ำออกมาเพื่อเป็นการเตือนถึงจุดที่จะต้องมีบังคับใช้กฎหมาย ที่สำคัญคือมีการแจ้งเตือนประสานงาน รวมทั้งต่อรองกับผู้ชุมนุมโดยตลอด

    ส่วนในเรื่องการออกมาขอโทษผู้ชุมนุมนั้น ก็เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

    ตำรวจแถลง

    ที่มาของภาพ, Facebook/สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

  3. รวบรวมจดหมายส่งสำนักพระราชวัง

    น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำ "ราษฎร" กล่าวกับสื่อมวลชนหลังยุติการชุมนุมว่า จดหมายที่ราษฎรนำมาหย่อนที่ตู้ไปรษณีย์จำลองคืนนี้ ทางผู้จัดชุมนุมจะรวบรวมและนำส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งส่วนตัวคาดว่าจะเป็นสำนักพระราชวัง แต่จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งถึงมือของผู้แทนสำนักพระราชวังโดยตรงหรือไม่ ต้องดูว่าประชาชนต้องการอย่างไรและรัฐบาลมีท่าทีอย่างไรด้วย

    น.ส. ภัสราวลีระบุว่าข้อความหลักที่ต้องการสื่อสารถึงสถาบันฯ คือข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ และย้ำว่าข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ ไม่ใช่การล้มล้างสถาบัน ส่วนเหตุที่ต้องส่งจดหมายถึงกษัตริย์เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม

    "เราหมดหวังที่จะเรียกร้องกับรัฐบาล เราเลยต้องขอให้ประมุขของประเทศนี้ มองเห็นข้อเรียกร้องของประชาชน"

    น.ส.ภัสราวลี (สวมหมวกสีน้ำเงิน) ถ่ายรูปกับตู้ไปรษณีย์จำลอง

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    คำบรรยายภาพ, น.ส.ภัสราวลี (สวมหมวกสีน้ำเงิน) ถ่ายรูปกับตู้ไปรษณีย์จำลอง
  4. แถลงการณ์ราษฎรระบุ "กษัตริย์มิอาจเลือกที่รักมักที่ชัง"

    เวลา 20.50 น. แกนนำได้อ่านแถลงการณ์ในนามราษฎร โดยมีใจความสำคัญว่า สามัญชนอาจเลือกได้ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู้ที่รักและศรัทธา แต่ "กษัตริย์มิอาจทำเช่นนั้น ด้วยกษัตริย์มิอาจเลือกที่รักมักที่ชัง ราษฎรไม่ว่าจะรักและศรัทธากษัตริย์มากน้อยเพียงใด ย่อมเป็นที่รักของกษัตริย์ผู้ซึ่งต้องคำนึงถึงหลักสิทธิ เสรีภาพ และความบริสุทธิ์ยุติธรรม"

    แถลงการณ์ราษฎรยังระบุด้วยว่า เมื่อกษัตริย์ฟังคำสรรเสริญเยินยอได้ ก็จำเป็นต้องสดับรับฟังคำเตือนและข้อเสนอแนะ พร้อมย้ำด้วยว่า 3 ข้อเรียกร้องของพวกเขา "เป็นการประนีประนอมที่สุดแล้ว"

    หลังจากนั้นได้เปิดให้ประชาชนทยอยนำ "ราษฎรสาส์น" ไปหย่อนที่ตู้จดหมายจำลองแล้วจึงแยกย้ายกันกลับ

    แกนนำประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 20.55 น.

    คำบรรยายวิดีโอ, ผู้ชุมนุมชูป้ายขนาดใหญ่เป็นรูปซองจดหมายจ่าหน้าถึงในหลวง ร.10 ก่อนมีการอ่านราษฎรสาส์น ย้ำข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ
  5. "เราเข้าใกล้พระบรมมหาราชวังได้เท่านี้"

    ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.50 น. ผู้ชุมนุมทยอยหย่อนจดหมายของตัวเองที่เขียนข้อความถึงพระมหากษัตริย์ลงในตู้ไปรษณีย์จำลองสีแดง ซึ่งตั้งอยู่บน ถ.ราชดำเนินใน บริเวณหน้าศาลหลักเมือง โดยมีแนวตำรวจควบคุมฝูงชนประจำการอยู่ใกล้ ๆ โดยแกนนำประกาศให้มวลชนแยกย้ายกลับบ้านเมื่อส่งจดหมายแล้ว

    ก่อนหน้านี้ แกนนำประกาศกับผู้ชุมนุมว่า "เราเข้าใกล้พระบรมมหาราชวังได้เท่านี้"

    คำบรรยายวิดีโอ, ผู้ชุมนุมส่งจดหมายใส่ตู้ไปรษณีย์จำลอง
  6. ผบช.น. "ขอโทษ" ผู้ชุมนุม

    เวลา 19.55 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงต่อผู้ชุมนุมชี้แจงเหตุการณ์ที่มีการฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมว่า เป็นการสั่งการของ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ในฐานะผู้บัญชาการควบคุมสถานการณ์

    "เจตนาของท่าน ท่านไม่อยากให้เหตุการณ์ลุกลาม ก็เกรงว่าพี่น้องจะมีกระทบกระทั่งกันและเกิดอันตราย ผมในฐานะผู้บังคับบัญชา สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พี่น้องเข้าใจผิดและเกิดเหตุรุนแรง ก็ขอโทษด้วยนะครับ" ผบช.น. กล่าว

    ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. บริเวณด้านหน้าศาลฎีกา

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. บริเวณด้านหน้าศาลฎีกา
  7. ตั้งตู้จดหมายจำลองบริเวณศาลหลักเมือง

    เวลา 20.37 น. แกนนำประกาศผ่านโทรโข่งว่าสามารถนำตู้ไปรษณีย์จำลองไปติดตั้งไว้แนวเดียวกับศาลหลักเมืองได้แล้ว ซึ่งถือเป็นจุดที่ "ใกล้ที่สุดกับสำนักพระราชวังเท่าที่จะทำได้" จากนี้จะมีการอ่านแถลงการณ์ในนามราษฎร ก่อนให้ประชาชนทยอยนำ "ราษฎรสาส์น" ไปหย่อนที่ตู้จดหมาย

    ตู้จดหมายจำลอง

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

  8. เคลื่อนย้าย "ตู้ไปรษณีย์" ไปที่สำนักพระราชวัง

    คำบรรยายวิดีโอ, ผู้ชุมนุมพยายามเคลือนย้ายตู้ไปรษณีย์จำลองเพื่อนำไปตั้งไว้ใกล้สำนักพระราชวัง ซึ่งตั้งอยู่ภายในพระบรมมหาราชวังให้มากที่สุด
  9. ผู้ชุมนุมพยายามเปิดแนวกั้นของตำรวจ

    เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ชุมนุมช่วยกันเข็นรถเมล์ 2 คันที่เจ้าหน้าที่นำมาจอดขวางสกัดไว้บริเวณหน้าศาลฎีกา เพื่อเปิดทางให้ผู้ชุมนุมผ่านเข้าไปได้ โดยขณะนี้ผู้ชุมนุมต้องการนำตู้ไปรษณีย์จำลองไปตั้งไว้ใกล้พระบรมมหาราชวังมากที่่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้มวลชนนำจดหมายที่เขียนถึงพระมหากษัตริย์ไปหย่อนไว้

    คำบรรยายวิดีโอ, ผู้ชุมนุมเคลื่อนรถเมล์ 2 คันออกจนพ้นแนวกั้นของตำรวจ
  10. ผบช.น.ถึงที่ชุมนุม

    พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เดินทางถึงบริเวณที่ชุมนุมบริเวณหน้าศาลฎีกาแล้ว ขณะที่ผู้ชุมนุมได้จัดเตรียมพื้นที่โดยนำตู้ไปรษณีย์จำลองมาวางเรียงไว้ คาดว่าอาจมีการเจรจากันระหว่าง ผบช.น. และกลุ่มผู้ชุมนุม

    ทางด้านแกนนำผู้ชุมนุม ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ผู้ชุมนุมต้องการนำตู้ไปรษณีย์จำลองไปตั้งไว้ใกล้พระบรมมหาราชวังให้มากที่สุด

    ตู้ไปรษณีย์จำลอง

    ที่มาของภาพ, Rachaphon Riansiri/BBC Thai

  11. แกนนำสั่ง "ตั้งแนวรับการปะทะ"

    หลังจากแกนนำผู้ชุมนุมประกาศว่าได้รับการประสานจากตำรวจว่าจะส่งตัวแทนมาขอโทษที่ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม แต่ 30 นาทีผ่านไปก็ยังไม่มีตำรวจมา น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ "มายด์" แกนนำผู้ชุมนุมได้ ประกาศให้สื่อมวลชนถอยห่างจากแนวหน้า เพื่อเปิดทางให้ผู้ชุมนุมจัดระเบียบพื้นที่และ "ตั้งแนวรับการปะทะ" คาดว่าเป็นเพราะสังเกตเห็นรถฉีดน้ำของตำรวจขยับเข้ามาใกล้กลุ่มผู้ชุมนุม

    ทางด้านผู้ชุมนุมได้มีการส่งเสียงระดมร่มเพื่อส่งไปยังแนวหน้าเป็นระยะ ๆ

    คำบรรยายวิดีโอ, ผู้ชุมนุมเตรียมตัวรับการปะทะโดยมีการลำเลียงร่มเป็นเครื่องป้องกัน
    น.ส.ภัสราวลีหรือ "มายด์" สื่อสารจัดระเบียบพื้นที่ชุมนุม

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    คำบรรยายภาพ, น.ส.ภัสราวลีหรือ "มายด์" สื่อสารจัดระเบียบพื้นที่ชุมนุม
    ผู้ชุมนุมตั้งแนวรับ

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมตั้งแนวรับ
  12. อาชีวะเล็ดรอดปีนขึ้นรถเมล์-รื้อลวดหนามหีบเพลง

    เวลา 19.25 น. นักเรียนอาชีวะและศิษย์เก่าที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "ฟันเฟืองประชาธิปไตย" บางส่วนปีนเข้าไปภายในรถโดยสารประจำทางที่กีดขวางถนนหน้าศาลฎีกาอยู่ โดยไม่ทราบสาเหตุว่าทำไปเพื่ออะไร ทำให้แกนนำกลุ่มอาชีวะฯ เองต้องประกาศให้เพื่อน ๆ ลงจากรถเมล์

    อย่างไรก็ตาม กลุ่มอาชีวะฯ ได้จับกลุ่มพูดคุยกันราว 15 นาที ก่อนหน้านี้ เพื่อเช็คยอดและหาวิธีการตีโอบฝ่าวงล้อมเครื่องกีดขวางที่เจ้าหน้าที่มาวางกันไว้ และได้เรียกระดมถุงมือกันพักใหญ่ ก่อนที่บางส่วนจะทยอยรื้อลวดหนามหีบเพลงที่เจ้าหน้าที่วางกีดขวางทางไว้อยู่ หลังแนวรถเมล์และรถตู้

    เวลา 19.35 น. นักเรียนอาชีวะและผู้ชุมนุมแจ้งเตือนกันเองว่ามีรถน้ำเลื่อนเข้ามาอีกครั้ง ทำให้ผู้ชุมนุมพากันกางร่มและสวมใส่เสื้อกันฝน

    อาชีวะปีนรถเมล์

    ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

  13. บาดเจ็บ 3 รายจากเหตุฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม

    นพ.พรเทพแซ่เฮ้ง หัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร รายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน จากเหตุที่เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุม เป็นประชาชน 2 คน และเจ้าหน้าที่ 1 นาย ทั้งหมดเป็นผู้ชาย

    เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำเข้าใส่ผู้ชุมนุมบริเวณศาลฎีกา

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำเข้าใส่ผู้ชุมนุมบริเวณศาลฎีกา
    สำนักข่าวเอเอฟพีได้เผยแพร่ภาพผู้บาดเจ็บ 1 รายเป็นผู้ชุมนุม ขณะกำลังถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลฉุกเฉิน

    ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

    คำบรรยายภาพ, สำนักข่าวเอเอฟพีได้เผยแพร่ภาพผู้บาดเจ็บ 1 รายเป็นผู้ชุมนุม ขณะกำลังถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลฉุกเฉิน
  14. แกนนำประกาศ ตร. เตรียมกล่าวขอโทษประชาชนที่ฉีดน้ำ

    18.55 น. นายปิยรัฐ จงเทพ ได้ประกาศต่อผู้ชุมนุมผ่านเครื่องขยายเสียง ว่าได้รับแจ้งจาก พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.จะส่งตัวแทน มาขอโทษประชาชน

    แกนนำอ้างว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำแนวกั้นออกและให้ผู้ชุมนุมเอาตู้ไปรษณีย์ที่ราษฎรเขียนจดหมายถึงกษัตริย์เข้าไปวางไว้ ใกล้พระบรมมหาราชวัง เพื่อให้ประชาชนไปหย่อนจดหมายที่บริเวณนั้น

    “เรากำลังลดฟ้าลงมาจรดดินให้ฟ้ารู้ว่า ปชช คนเดินดินก็มีหัวใจ” นายปิยรัฐกล่าว

    ใจเย็น ๆ ร่ม ๆ

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    ผู้ชุมนุม

    ที่มาของภาพ, Thanyaporn Buathong/BBC Thai

  15. ผู้ชุมนุมส่งสัญญาณระดม เสื้อกันฝน ร่ม หมวกกันน็อค ไปแนวหน้า

    18.41 น. ภายหลัง จนท. ฉีดน้ำใส่มวลชนในแนวหน้า กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากบริเวณหน้าศาลฎีกา เริ่มส่งสัญญาณระดมอุปกรณ์ป้องกันกันตัว ทั้งหมวก ร่ม เสื้อกันฝน น้ำดื่มโดยใช้สัญญาณมือบอกต่อ ๆ กัน บางจังหวะผู้ชุมนุมยังช่วยกันแหวกช่องทางตรงกลางเพื่อให้รถพยาบาล และการ์ดนักเรียนอาชีวะกลุ่มใหญ่เร่งระดมพลไปยังแนวหน้า

    ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมหลัก ปักหลักนั่งที่บริเวณหน้าศาลฎีกา พร้อมร่วมตะโกน “หยุดคุกคามประชาชน”

    ผู้ชุมนุมแบ่งปันชุดกันฝน

    ที่มาของภาพ, Thanyaporn Buathong/BBC Thai

    ผู้ชุมนุมแบ่งปันชุดกันฝน

    ที่มาของภาพ, Thanyaporn Buathong/BBC Thai

  16. วินาทีตอนเจ้าหน้าที่เริ่มฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ฝูงชน

    เจ้าหน้าที่เริ่มฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ฝูงชน จนผู้ชุมนุมพากันแตกตื่น วิ่งหลบน้ำคนละทิศคนละทาง และเกิดเสียงก่นด่าตำรวจรอบทิศทาง

    คำบรรยายวิดีโอ, ฉีดน้ำ
  17. ด่วน, จนท. เริ่มฉีดน้ำใส่ฝูงชน หลังการ์ด “ราษฎร” ดันรถเมล์พ้นทาง

    เวลา 18.20 น. หัวขบวนของผู้ชุมนุมกลุ่ม “ราษฎร”เคลื่อนพลถึงหน้าศาลฎีกา สนามหลวง โดยที่ทางจราจรทั้ง 7 เลนได้ถูกปิดตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันมีการระดมการ์ดอาสา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายไปยืนตั้งแถวเป็นแนวหน้าสุดของขบวน ก่อนพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถโดยสารประจำทางอย่างน้อย 3 คันมากีดขวางถนนไว้ เพื่อไม่ให้ผู้ประท้วงเคลื่อนผ่าน

    18.23 น. ผู้ชุมนุมช่วยกันดันรถโดยสารประจำทางคันหนึ่งเพื่อช่องเปิดช่องทาง ก่อนพบว่ามีรถกีดขวางอีกหลายขั้น ในจำนวนนี้มีรถฉีดน้ำแรงดันสูงรวมอยู่ได้

    18.27 น. เจ้าหน้าที่เริ่มฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ฝูงชน จนผู้ชุมนุมพากันแตกตื่น วิ่งหลบน้ำคนละทิศคนละทาง และเกิดเสียงก่นด่าตำรวจรอบทิศทาง

    อย่างไรก็ตามการฉีดน้ำเกิดขึ้นในเวลาสั้น ๆ ก่อนที่ตำรวจจะประกาศว่าจะมีการเจรจา และจะไม่มีการฉีดน้ำอีกต่อไป

  18. ตร. ไม่มีคู่เจรจา

    เวลา 18.05 น. หัวขบวนของผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ซึ่งไม่มีแกนนำ ได้เคลื่อนพลมาถึงหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ โดยมีเป้าหมายปลายทางอยู่ที่สำนักพระราชวัง ภายในพระบรมหาราชวัง สนามหลวง เพื่อส่ง "ราษฎรสาส์น" ถึงพระมหากษัตริย์

    ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามติดต่อเจรจากับผู้ชุมนุม เพื่อขอให้งดเคลื่อนขบวนประชิดเขตพระราชฐาน แต่ไม่อาจเจรจากับบุคคลใดได้

    "ไม่สามารถเจรจากับใครได้เลย" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว ก่อนถอนตัวจากจุดนั้น

    พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะกำหนดห้ามการชุมนุมในรัศมี 150 เมตรจากพระบรมมหาราชวัง พระราชวัง วัง ที่ประทับ

    เดินขบวนไปบนถ.ราชดำเนิน

    ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    คำบรรยายวิดีโอ, เคลื่อนขบวน
  19. ผู้ส่ง: ราษฎร ผู้รับ: "วชิราลงกรณ์"

    ซองจดหมายจำลองที่จ่าหน้าซองถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งผู้จัดการชุมนุมถือนำขบวนขณะนำมวลชนเคลื่อนไปส่งจดหมายที่สำนักพระราชวัง

    ซองจดหมายจำลองที่กลุ่มผู้ชุมนุมถือนำขบวน

    ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

  20. เขียนจดหมาย "เพื่อให้รู้ว่าเรามีตัวตน"

    ภายหลังผู้ประสานงานกลุ่ม "ราษฎร" ได้แจกกระดาษและซองจดหมายให้แก่ผู้ชุมนุมเพื่อเขียนจดหมายถึงกษัตริย์ บีบีซีไทยพูดคุยกับแนวร่วมการชุมนุมอย่างน้อย 5 คนที่รวมเขียนจดหมายในครั้งนี้

    หลายคน "ไม่มั่นใจ" ว่าจดหมายจะไปถึงปลายทาง และหลายคนบอกว่าโอกาสที่จดหมายจะไปถึงพระเนตรเป็นเรื่องที่ "เป็นไปไม่ได้" แต่พวกเขายังยืนยันถึงเหตุผลความจำเป็นในการร่วมส่ง "ราษฎรสาส์น" ในวันนี้

    นักเรียนหญิงชั้น ม.3 ซึ่งเดินทางมาพร้อมผู้ปกครอง มีโอกาสเขียนจดหมายฉบับแรกในชีวิตในวันนี้ เพราะ "ต้องการเขียนส่งไปเพื่อให้รู้ว่าพวกเรามีตัวตน และเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันฯ ก็มีอยู่จริง"

    ขณะที่สไตลิสต์ชาย วัย 38 ปี เตรียมข้อความที่จะสื่อสารมาในสมาร์ทโฟนตั้งแต่ค่ำวานนี้ ก่อนคัดลอกมันลงกระดาษเขียนจดหมาย

    "การเขียนจดหมายคือการระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ ผมมองว่าพลังของการสื่อสารครั้งนี้อยู่ที่การเอาความจริงมาพูดกัน ไม่มั่นใจว่าจะไปถึงไหม แต่หวังว่าจะมีผู้รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ให้รับทราบ"

    จดหมายถึงในหลวง

    ที่มาของภาพ, Ratchaphon Riansiri/BBC Thai