You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

ปฏิบัติการถล่มซีเรีย

บีบีซีไทยลำดับเหตุการณ์และรายการสถานการณ์ล่าสุด ปฏิบัติการทางทหารโจมตีซีเรียที่นำโดยสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

รายงานสด

  1. บีบีซีไทยขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามรายงานสด กรณีชาติพันธมิตรตะวันตก ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดต่อรัฐบาลซีเรีย เพื่อตอบโต้ที่ซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือน

    เราขออำลาไปด้วยภาพผู้นำ 3 ชาติ ที่นำการโจมตีครั้งนี้ โดยที่นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ยืนยันว่าการตัดสินใจโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย “เป็นเรื่องถูกต้องและถูกกฎหมาย”

    โปรดติดตาม เว็บไซต์บีบีซีไทย เพื่อไม่พลาดข่าวสารและสถานการณ์จากประเทศไทยและทั่วโลก

  2. การโจมตีของชาติตะวันตกจะทำให้ซีเรียเปลี่ยนพฤติกรรมไหม?

    โจนาธาน มาร์คัส ผู้สื่อข่าวด้านกลาโหม วิเคราะห์ว่าคงจะไม่ และยังชี้ด้วยว่าขณะนี้สงครามเย็นรูปแบบใหม่กำลังก่อตัว โดยมีรัสเซียเข้าร่วมวงสร้างอิทธิพลในตะวันออกกลางอย่างแข็งขัน

    อ่านบทวิเคราะห์ทั้งหมดได้ที่นี่

  3. สงครามซีเรียเกิดขึ้นได้อย่างไร

    นายบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีของซีเรียคนปัจจุบันขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2000

    ก่อนที่ความขัดแย้งจะปะทุขึ้น ประชาชนได้เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาการว่างงาน ปัญหาทุจริต และการไร้เสรีภาพทางการเมือง ภายใต้การบริหารประเทศของนายอัสซาด จนกระทั่งในปี 2011 เกิดการชุมนุมประท้วงเพื่อประชาธิปไตยที่เมืองเดอรา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมากจากกระแส "อาหรับสปริง" หรือการลุกฮือต่อต้านรัฐบาลในตะวันออกกลาง

    ความวุ่นวายขยายวงกว้างและการปราบปรามรุนแรงมากขึ้น นี่ทำให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเริ่มหันไปจับอาวุธเพื่อป้องกันตัวเองและเพื่อขับไล่กองกำลังรัฐที่เข้ามาในพื้นที่ของพวกเขา

    สงครามซีเรียขยายคู่ขัดแย้งจากฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุนนายอัสซาดในประเทศ ออกไปนอกประเทศและกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง ทำให้ความขัดแย้งที่กำลังดำเนินไปซับซ้อนและยืดเยื้อกว่าเก่า

    ใครหนุนใครในสงครามครั้งนี้

    • รัสเซีย อิหร่าน ให้การสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย
    • สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และประเทศตะวันตกอื่น ๆ ให้การสนับสนุนต่างระดับกับฝ่ายที่พวกเขาเรียกว่า กลุ่มกบฏ "สายกลาง"
  4. นายแมททิอัส ไอเชนลอบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารขององค์การนาโต ทวิตข้อความว่า สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส จะแถลงสรุปโดยสังเขปต่อชาติพันธมิตรของนาโตเรื่องปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย ในช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

  5. วิดีโอบันทึกภาพเรือรบฝรั่งเศสยิงขีปนาวุธ

    วิดีโอบันทึกภาพการยิงขีปนาวุธจากเรือรบฝรั่งเศสที่ลอยลำในตำแหน่งไม่ทราบพิกัด และเครื่องบินรบราฟาลของกองทัพฝรั่งเศส กำลังออกตัว

  6. ยังไม่มีผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บในปฏิบัติการถล่มซีเรียของพันธมิตรตะวันตก

    บีบีซีมอนิเตอริง รายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าข้อมูลในเบื้องต้นบ่งชี้ว่ายังไม่มีพลเรือนหรือทหารได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรียของกลุ่มชาติพันธมิตรตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ

    กระทรวงกลาโหมรัสเซีย เผยว่า ซีเรียสามารถยิงสกัดขีปนาวุธนำวิถีได้ 71 ลูกจากที่ฝ่ายพันธมิตรตะวันตกยิงมาทั้งหมด 103 ลูก

  7. กำหนดพิกัดโจมตีอย่างระมัดระวัง, บทวิเคราะห์โดยแฟรงค์ การ์เนอร์ ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคงของบีบีซี

    รัฐบาลอังกฤษกำหนดแนวทางการโจมตีซีเรียโดยตั้งใจให้รุนแรงพอที่จะยับยั้งรัฐบาลของนายอัสซาดไม่ให้ใช้อาวุธเคมีอีก แต่ก็ไม่ได้ต้องการให้เป็นการโจมตีที่ใหญ่โตจนเบี่ยงเบนสาเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอยู่ในซีเรีย และทำให้รัสเซียต้องเข้ามาร่วมแก้แค้น

    ในการวางแผนโจมตีครั้งนี้ได้ทบทวนปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ ถล่มฐานทัพอากาศซีเรียเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นผลให้รัฐบาลซีเรียเลิกล้มความคิดใช้ก๊าซพิษในการทำสงคราม

    ในส่วนของอังกฤษนั้น ก่อนที่นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ จะเปิดไฟเขียวให้กองทัพอากาศส่งเครื่องบินรบไปร่วมปฏิบัติการกับสหรัฐฯ และฝรั่งเศสนั้น กระทรวงกลาโหมอังกฤษ ได้ปรึกษาหารือกับอัยการสูงสุดอย่างละเอียดในเรื่องข้อกฎหมายและจุดที่เป็นเป้าหมายโจมตีอย่างละเอียด

    แฟรงค์ การ์ดเนอร์ รู้มาว่าก่อนการลงมือครั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษใช้บทเรียนที่ได้จากการสอบสวนความผิดพลาดในการรุกรานอิรักเมื่อปี 2003 มาประกอบการตัดสินใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ อาจกลายเป็นประเด็นที่ถูกตรวจสอบในทางกฎหมายได้ในอนาคต ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับรัสเซียเองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาพิจารณากำหนดจุดโจมตีในครั้งนี้

    ฝ่ายที่วางแผนโจมตีเชื่อว่าวิธีที่จะป้องกันไม่ให้รัสเซียหันมาตอบโต้ก็คือจะต้องแจ้งให้รัสเซียรับรู้เรื่องนี้ล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงไม่โจมตีที่มั่นใด ๆ ของรัสเซียในซีเรีย

    อย่างไรก็ดี ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าววันนี้ นางเมย์ ระบุว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแจ้งให้รัสเซียทราบล่วงหน้า ขณะที่ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศสเปิดเผยว่าได้เตือนให้รัสเซียรู้ล่วงหน้ามาก่อนว่าจะมีการโจมตีซีเรีย

  8. อังกฤษ “มั่นใจ” ปฏิบัติการทางอากาศประสบความสำเร็จ

    นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีที่บ้านเลขที่10 ถนนดาวน์นิ่ง ว่าจะแถลงต่อรัฐสภาในวันจันทร์นี้เพื่อยืนยันการตัดสินใจโจมตี และพร้อมให้ ส.ส. ซักถาม ซึ่งนางเมย์ยืนยันว่า “เป็นเรื่องถูกต้องและถูกกฎหมาย”

    ในขณะที่นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน บอกว่า เป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามว่าถูกกฎหมายหรือไม่

    ส่วนนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกมาแสดงการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย โดยกล่าวว่า “เป็นเรื่องจำเป็นและเหมาะสม”เพื่อเตือนประธานาธิบดีอัสซาดว่าไม่ควรใช้อาวุธเคมีต่อไป

  9. ช่องข่าวดาวเทียม อัล-อิกห์บาริยะห์ อัล-สุริยะห์ ที่สนับสนุนรัฐบาลซีเรีย เผยแพร่ภาพที่อ้างว่าเป็นภาพความเสียหายจากขีปนาวุธของชาติพันธมิตรตะวันตกที่ยิงถล่มในเขตชนบทของเมืองฮอมส์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นคลังเก็บสารตั้งต้นในการผลิตอาวุธเคมีในซีเรีย

  10. 'มุสตาฟา' เด็กพิการกำพร้าจากสงครามซีเรีย ผู้ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา

    ผลพวงจากสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อในซีเรียส่งผลต่อทุกชีวิตในประเทศ

    ด.ช.มุสตาฟา เป็นหนึ่งในเหยื่อ "ระเบิดถัง" ส่งผลให้เขาต้องใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะผู้พิการ

    ความทรงจำเกี่ยวกับ พ่อแม่ของเขา กำลังลางเลือนลง ผู้สื่อข่าวถามเขาว่า " หนูจำได้อะไรเกี่ยวกับแม่และพ่อ ได้บ้างไหม? อะไรที่หนูจำได้เกี่ยวกับพวกเขา?"

    เขาตอบว่า "ผมจำไม่ได้ครับ"

    อ่านเรื่องราวทั้งหมดของเขาได้ที่นี่

  11. ใช้อาวุธมากกว่าที่เคยโจมตีซีเรียปีที่แล้วกว่าสองเท่า

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการร่วมครั้งนี้ใช้อาวุธมากกว่าเมื่อครั้งที่สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพทางอากาศของซีเรียเมื่อปีที่แล้วถึงกว่าสองเท่า โดยครั้งนี้สหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธนำร่องโทมาฮอว์คปฏิบัติการ ขณะที่เป้าหมายการโจมตีครั้งนี้เป็นหน่วยวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในกรุงดามัสกัสและคลังทางตะวันตกของเมืองฮอมส์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ซีเรียใช้เก็บก๊าซพิษซาริน และสารเคมีอื่น ๆ ส่วนอังกฤษส่งเครื่องบินรบโทมาฮอว์คไปถล่มเมืองฮอมส์

  12. ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประณามการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียของชาติตะวันตกอย่าง “รุนแรงที่สุด” พร้อมจะเรียกร้องให้สหประชาชาติจัดการประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับเรื่องนี้

    ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์รัสเซีย นายปูติน ระบุว่า การโจมตีซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัสเซียเป็น “การกระทำที่ก้าวร้าวและรุกราน” โดยชี้ว่า เหตุใช้อาวุธโจมตีที่เมืองดูมาของซีเรียเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นการจัดฉากและถูกใช้เป็นข้ออ้างในการถล่มซีเรีย

  13. โจมตีที่ไหนบ้างในซีเรีย

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมาย 3 แห่ง ได้แก่

    • อาคารสำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในกรุงดามัสกัส ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธเคมี และอาวุธชีวภาพ
    • คลังเก็บอาวุธเคมีในเมืองฮอมส์
    • คลังเก็บอุปกรณ์ที่ใช้กับอาวุธเคมี และอาคารศูนย์บัญชาการที่สำคัญใกล้กับเมืองฮอมส์
  14. รัสเซียอ้างซีเรียยิงขีปนาวุธนำร่องตก 12 ลูก

    นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย เปิดเผยว่า ซีเรียได้ยิงขีปนาวุธนำร่อง 12 ลูก ที่โจมตีฐานทัพใกล้กรุงดามัสกัสตกทั้งหมด อย่างไรก็ดีซีเรียไม่ได้แสดงหลักฐานว่าเป็นจริงหรือไม่

    ทั้งนี้ เชื่อว่าเฮลิคอปเตอร์หลายลำซึ่งจอดอยู่ที่ฐานทัพดังกล่าวเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในการโจมตีเมืองดูมาด้วยอาวุธเคมี รัสเซียเองระบุด้วยว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอังกฤษ ไม่ได้กระทบกระเทือนที่มั่นใด ๆ ของรัสเซีย

    ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียรายงานว่าการโจมตีสร้างความเสียหายในวงจำกัดเฉพาะในกรุงดามัสกัส และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ที่เมืองฮอมส์

  15. อังกฤษ เผยโจมตีซีเรียประสบความสำเร็จอย่างสูง

    เกวิน วิลเลียมสัน รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ เปิดเผยกับบีบีซีว่า การโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย “ประสบความสำเร็จอย่างสูง” และนักบินและลูกเรือของเครื่องบินรบสี่ลำที่ส่งไปกลับมาอย่างปลอดภัย

  16. ปฏิกิริยาชาวกรุงดามัสกัสหลังพันธมิตร 3 ชาติถล่มซีเรีย

  17. ปฏิกิริยาจากประชาคมโลก

    นายเยนส์ สโตลเตนแบร์ก เลขาธิการองค์การนาโต โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์สนับสนุนการโจมตีของพันธมิตรชาติตะวันตก โดยระบุว่า ผู้ที่ใช้อาวุธเคมี “ต้องรับผิดชอบ”

    นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา สนับสนุนการโจมตีครั้งนี้เช่นกัน โดยระบุผ่านเว็บไซต์ว่า “แคนาดาสนับสนุนการตัดสินใจของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ที่ได้ลงมือลดทอนความสามารถของรัฐบาลอัสซาด ในการใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเมืองของตนเอง”

    นายจอห์น แม็คเคน ประธานกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภาสหรัฐฯ และแกนนำสมาชิกพรรครีพับลิกันคนสำคัญที่วิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์ เห็นด้วยและชื่นชมกับการใช้กำลังทางทหารเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม มีสมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนที่ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ควรจะเข้าชี้แจงต่อรัฐสภา เพื่อขออนุมัติการใช้กำลังทหาร

    ขณะที่นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ กล่าวเตือนสมาชิกยูเอ็นถึงหน้าที่ความรับผิดชอบว่า “มีพันธกรณี โดยเฉพาะในเรื่องสันติภาพและความมั่นคง ที่เราจะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ” และ “ขอให้ทุกชาติสมาชิก พยายามยับยั้งชั่งใจในภาวะการณ์ที่อันตรายเช่นนี้”

    คอนสแตนติน โคซาเชฟ ประธานกรรมาธิการต่างประเทศของวุฒิสภารัสเซียประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเกิดขึ้นโดยไม่มีหลักฐานใด ๆ เลย และทำให้การทำงานขององค์การห้ามอาวุธเคมี (Organisation for the Prohibition of Chemicals Weapons Convention: OPCW) ที่เพิ่งเริ่มที่ดูมานั้นยากลำบากขึ้นไปอีก

    ผู้เชี่ยวชาญของ OPCW มีแผนจะเข้าไปดูมา ซึ่งเป็นเมืองที่กบฎซีเรียยึดครองเพื่อตรวจสอบว่ามีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเกิดขึ้นในเมืองนี้เมื่อเสาร์ที่แล้ว และมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 40 คน

  18. พลเรือนได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

    ซานา สื่อของทางการซีเรียรายงานว่า การโจมตีที่จังหวัดออมส์ไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ทางด้านการทหารแต่อย่างใด แต่มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บสามราย

    ก่อนหน้านั้น กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่ามีเป้าหมายโจมตีคลังเก็บอาวุธเคมีทางตะวันตกของเมืองออมส์

    ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียรายงานว่า การโจมตีทำให้เกิดความเสียหายขึ้นว่าสำนักงานสาขาของสถาบันวิจัยและศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ทางด้านเหนือของกรุงดามัสกัส

  19. วิดีโอบันทึกภาพการโจมตีซีเรียตอนกลางคืน

  20. รู้อะไรแล้วบ้างเกี่ยวกับปฏิบัติการถล่มซีเรีย

    • กองทัพสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส ส่งเครื่องบินรบโจมตีเป้าหมายหลายแห่งของรัฐบาลซีเรีย ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตและเก็บอาวุธเคมี เพื่อตอบโต้เหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งชาติตะวันตกอ้างว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ยึดครองแห่งสุดท้ายของกลุ่มกบฏในซีเรีย
    • ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงต่อประชาชนอเมริกันว่าได้อนุมัติการโจมตีทางทหารตอบโต้การใช้อาวุธเคมีในซีเรีย โดยเป็นปฏิบัติการร่วมกับอังกฤษ และฝรั่งเศส
    • รัฐบาลรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของซีเรีย ได้ส่งหนังสือไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า "การกระทำเช่นนี้จะไม่ถูกปล่อยไว้โดยปราศจากผลกระทบตามมา"
    • กองทัพซีเรียแถลงการณ์ว่า กองทัพชาติพันธมิตร 3 ชาติ โจมตีซีเรียด้วยขีปนาวุธแล้ว 110 ลูก
    • ทางการซีเรียระบุว่า ได้รับคำเตือนล่วงหน้าจากรัสเซียว่าจะมีการโจมตี และฐานทัพหลายแห่งถูกเคลื่อนย้ายไปแล้วเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา
    • นายเยนส์ สโตลเตนแบร์ก เลขาธิการองค์การนาโตได้ออกมากล่าวสนับสนุนการโจมตีครั้งนี้ เขากล่าวในแถลงการณ์ว่า การโจมตีจะลดทอนการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลในการโจมตีประชาชนได้"
    • การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากชาติมหาอำนาจสงสัยว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองดูมา ในเขตกูตาตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองแห่งสุดท้ายของกลุ่มกบฏในซีเรีย เมื่อวันเสาร์ที่ 7 เม.ย. ซึ่งนักเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์ ระบุว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน