ปฏิบัติการถล่มซีเรีย

บีบีซีไทยลำดับเหตุการณ์และรายการสถานการณ์ล่าสุด ปฏิบัติการทางทหารโจมตีซีเรียที่นำโดยสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

รายงานสด

  1. บีบีซีไทยขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามรายงานสด กรณีชาติพันธมิตรตะวันตก ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดต่อรัฐบาลซีเรีย เพื่อตอบโต้ที่ซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือน

    เราขออำลาไปด้วยภาพผู้นำ 3 ชาติ ที่นำการโจมตีครั้งนี้ โดยที่นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ยืนยันว่าการตัดสินใจโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย “เป็นเรื่องถูกต้องและถูกกฎหมาย”

    โปรดติดตาม เว็บไซต์บีบีซีไทย เพื่อไม่พลาดข่าวสารและสถานการณ์จากประเทศไทยและทั่วโลก

    ผู้นำฝรั่งเศส อังกฤษ สหรัฐฯ

    ที่มาของภาพ, AFP

  2. การโจมตีของชาติตะวันตกจะทำให้ซีเรียเปลี่ยนพฤติกรรมไหม?

    โจนาธาน มาร์คัส ผู้สื่อข่าวด้านกลาโหม วิเคราะห์ว่าคงจะไม่ และยังชี้ด้วยว่าขณะนี้สงครามเย็นรูปแบบใหม่กำลังก่อตัว โดยมีรัสเซียเข้าร่วมวงสร้างอิทธิพลในตะวันออกกลางอย่างแข็งขัน

    อ่านบทวิเคราะห์ทั้งหมดได้ที่นี่

    ทหารชูธงซีเรีย

    ที่มาของภาพ, Reuters

  3. สงครามซีเรียเกิดขึ้นได้อย่างไร

    นายบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีของซีเรียคนปัจจุบันขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2000

    ก่อนที่ความขัดแย้งจะปะทุขึ้น ประชาชนได้เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาการว่างงาน ปัญหาทุจริต และการไร้เสรีภาพทางการเมือง ภายใต้การบริหารประเทศของนายอัสซาด จนกระทั่งในปี 2011 เกิดการชุมนุมประท้วงเพื่อประชาธิปไตยที่เมืองเดอรา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมากจากกระแส "อาหรับสปริง" หรือการลุกฮือต่อต้านรัฐบาลในตะวันออกกลาง

    ความวุ่นวายขยายวงกว้างและการปราบปรามรุนแรงมากขึ้น นี่ทำให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเริ่มหันไปจับอาวุธเพื่อป้องกันตัวเองและเพื่อขับไล่กองกำลังรัฐที่เข้ามาในพื้นที่ของพวกเขา

    สงครามซีเรียขยายคู่ขัดแย้งจากฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุนนายอัสซาดในประเทศ ออกไปนอกประเทศและกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง ทำให้ความขัดแย้งที่กำลังดำเนินไปซับซ้อนและยืดเยื้อกว่าเก่า

    ใครหนุนใครในสงครามครั้งนี้

    • รัสเซีย อิหร่าน ให้การสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย
    • สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และประเทศตะวันตกอื่น ๆ ให้การสนับสนุนต่างระดับกับฝ่ายที่พวกเขาเรียกว่า กลุ่มกบฏ "สายกลาง"
    ภาพ

    ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

  4. นายแมททิอัส ไอเชนลอบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารขององค์การนาโต ทวิตข้อความว่า สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส จะแถลงสรุปโดยสังเขปต่อชาติพันธมิตรของนาโตเรื่องปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย ในช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

  5. วิดีโอบันทึกภาพเรือรบฝรั่งเศสยิงขีปนาวุธ

    วิดีโอบันทึกภาพการยิงขีปนาวุธจากเรือรบฝรั่งเศสที่ลอยลำในตำแหน่งไม่ทราบพิกัด และเครื่องบินรบราฟาลของกองทัพฝรั่งเศส กำลังออกตัว

    คำบรรยายวิดีโอ, วิดีโอบันทึกภาพการยิงขีปนาวุธจากเรือรบฝรั่งเศส
  6. ยังไม่มีผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บในปฏิบัติการถล่มซีเรียของพันธมิตรตะวันตก

    บีบีซีมอนิเตอริง รายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าข้อมูลในเบื้องต้นบ่งชี้ว่ายังไม่มีพลเรือนหรือทหารได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรียของกลุ่มชาติพันธมิตรตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ

    กระทรวงกลาโหมรัสเซีย เผยว่า ซีเรียสามารถยิงสกัดขีปนาวุธนำวิถีได้ 71 ลูกจากที่ฝ่ายพันธมิตรตะวันตกยิงมาทั้งหมด 103 ลูก

    ขีปนาวุธ

    ที่มาของภาพ, PA

  7. กำหนดพิกัดโจมตีอย่างระมัดระวัง, บทวิเคราะห์โดยแฟรงค์ การ์เนอร์ ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคงของบีบีซี

    รัฐบาลอังกฤษกำหนดแนวทางการโจมตีซีเรียโดยตั้งใจให้รุนแรงพอที่จะยับยั้งรัฐบาลของนายอัสซาดไม่ให้ใช้อาวุธเคมีอีก แต่ก็ไม่ได้ต้องการให้เป็นการโจมตีที่ใหญ่โตจนเบี่ยงเบนสาเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอยู่ในซีเรีย และทำให้รัสเซียต้องเข้ามาร่วมแก้แค้น

    ในการวางแผนโจมตีครั้งนี้ได้ทบทวนปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ ถล่มฐานทัพอากาศซีเรียเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นผลให้รัฐบาลซีเรียเลิกล้มความคิดใช้ก๊าซพิษในการทำสงคราม

    ในส่วนของอังกฤษนั้น ก่อนที่นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ จะเปิดไฟเขียวให้กองทัพอากาศส่งเครื่องบินรบไปร่วมปฏิบัติการกับสหรัฐฯ และฝรั่งเศสนั้น กระทรวงกลาโหมอังกฤษ ได้ปรึกษาหารือกับอัยการสูงสุดอย่างละเอียดในเรื่องข้อกฎหมายและจุดที่เป็นเป้าหมายโจมตีอย่างละเอียด

    แฟรงค์ การ์ดเนอร์ รู้มาว่าก่อนการลงมือครั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษใช้บทเรียนที่ได้จากการสอบสวนความผิดพลาดในการรุกรานอิรักเมื่อปี 2003 มาประกอบการตัดสินใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ อาจกลายเป็นประเด็นที่ถูกตรวจสอบในทางกฎหมายได้ในอนาคต ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับรัสเซียเองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาพิจารณากำหนดจุดโจมตีในครั้งนี้

    ฝ่ายที่วางแผนโจมตีเชื่อว่าวิธีที่จะป้องกันไม่ให้รัสเซียหันมาตอบโต้ก็คือจะต้องแจ้งให้รัสเซียรับรู้เรื่องนี้ล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงไม่โจมตีที่มั่นใด ๆ ของรัสเซียในซีเรีย

    อย่างไรก็ดี ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าววันนี้ นางเมย์ ระบุว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแจ้งให้รัสเซียทราบล่วงหน้า ขณะที่ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศสเปิดเผยว่าได้เตือนให้รัสเซียรู้ล่วงหน้ามาก่อนว่าจะมีการโจมตีซีเรีย

    ทหารบนเครื่องบิน

    ที่มาของภาพ, Getty Images

  8. อังกฤษ “มั่นใจ” ปฏิบัติการทางอากาศประสบความสำเร็จ

    นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีที่บ้านเลขที่10 ถนนดาวน์นิ่ง ว่าจะแถลงต่อรัฐสภาในวันจันทร์นี้เพื่อยืนยันการตัดสินใจโจมตี และพร้อมให้ ส.ส. ซักถาม ซึ่งนางเมย์ยืนยันว่า “เป็นเรื่องถูกต้องและถูกกฎหมาย”

    ในขณะที่นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน บอกว่า เป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามว่าถูกกฎหมายหรือไม่

    ส่วนนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกมาแสดงการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย โดยกล่าวว่า “เป็นเรื่องจำเป็นและเหมาะสม”เพื่อเตือนประธานาธิบดีอัสซาดว่าไม่ควรใช้อาวุธเคมีต่อไป

    เทเรซา เมย์

    ที่มาของภาพ, WPA Pool/Getty Images

  9. ช่องข่าวดาวเทียม อัล-อิกห์บาริยะห์ อัล-สุริยะห์ ที่สนับสนุนรัฐบาลซีเรีย เผยแพร่ภาพที่อ้างว่าเป็นภาพความเสียหายจากขีปนาวุธของชาติพันธมิตรตะวันตกที่ยิงถล่มในเขตชนบทของเมืองฮอมส์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นคลังเก็บสารตั้งต้นในการผลิตอาวุธเคมีในซีเรีย

    ภาพขีปนาวุธถล่มเมืองฮอมส์

    ที่มาของภาพ, Al-Ikhbariyah al-Suriyah

    ภาพขีปนาวุธถล่มเมืองฮอมส์

    ที่มาของภาพ, Al-Ikhbariyah al-Suriyah

    ภาพขีปนาวุธถล่มเมืองฮอมส์

    ที่มาของภาพ, Al-Ikhbariyah al-Suriyah

  10. 'มุสตาฟา' เด็กพิการกำพร้าจากสงครามซีเรีย ผู้ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา

    ผลพวงจากสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อในซีเรียส่งผลต่อทุกชีวิตในประเทศ

    ด.ช.มุสตาฟา เป็นหนึ่งในเหยื่อ "ระเบิดถัง" ส่งผลให้เขาต้องใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะผู้พิการ

    ความทรงจำเกี่ยวกับ พ่อแม่ของเขา กำลังลางเลือนลง ผู้สื่อข่าวถามเขาว่า " หนูจำได้อะไรเกี่ยวกับแม่และพ่อ ได้บ้างไหม? อะไรที่หนูจำได้เกี่ยวกับพวกเขา?"

    เขาตอบว่า "ผมจำไม่ได้ครับ"

    อ่านเรื่องราวทั้งหมดของเขาได้ที่นี่

    คำบรรยายวิดีโอ, 'มุสตาฟา' เด็กพิการกำพร้าจากสงครามซีเรีย ผู้ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา
  11. ใช้อาวุธมากกว่าที่เคยโจมตีซีเรียปีที่แล้วกว่าสองเท่า

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการร่วมครั้งนี้ใช้อาวุธมากกว่าเมื่อครั้งที่สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพทางอากาศของซีเรียเมื่อปีที่แล้วถึงกว่าสองเท่า โดยครั้งนี้สหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธนำร่องโทมาฮอว์คปฏิบัติการ ขณะที่เป้าหมายการโจมตีครั้งนี้เป็นหน่วยวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในกรุงดามัสกัสและคลังทางตะวันตกของเมืองฮอมส์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ซีเรียใช้เก็บก๊าซพิษซาริน และสารเคมีอื่น ๆ ส่วนอังกฤษส่งเครื่องบินรบโทมาฮอว์คไปถล่มเมืองฮอมส์

    กำลังทหารสหรัฐฯ

    ที่มาของภาพ, ฺBBC

    โทมาฮอว์ก

    ที่มาของภาพ, ฺฺBBC

  12. ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประณามการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียของชาติตะวันตกอย่าง “รุนแรงที่สุด” พร้อมจะเรียกร้องให้สหประชาชาติจัดการประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับเรื่องนี้

    ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์รัสเซีย นายปูติน ระบุว่า การโจมตีซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัสเซียเป็น “การกระทำที่ก้าวร้าวและรุกราน” โดยชี้ว่า เหตุใช้อาวุธโจมตีที่เมืองดูมาของซีเรียเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นการจัดฉากและถูกใช้เป็นข้ออ้างในการถล่มซีเรีย

    ปูติน ประณามการโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย

    ที่มาของภาพ, Reuters

  13. โจมตีที่ไหนบ้างในซีเรีย

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมาย 3 แห่ง ได้แก่

    • อาคารสำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในกรุงดามัสกัส ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธเคมี และอาวุธชีวภาพ
    • คลังเก็บอาวุธเคมีในเมืองฮอมส์
    • คลังเก็บอุปกรณ์ที่ใช้กับอาวุธเคมี และอาคารศูนย์บัญชาการที่สำคัญใกล้กับเมืองฮอมส์
    แผนที่
    คำบรรยายภาพ, รูปเครื่องบิน คือ ฐานทัพอากาศ ส่วนจัตุรัสเหลืองคือ จุดต้องสงสัยฐานปฏิบัติการอาวุธเคมี
  14. รัสเซียอ้างซีเรียยิงขีปนาวุธนำร่องตก 12 ลูก

    นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย เปิดเผยว่า ซีเรียได้ยิงขีปนาวุธนำร่อง 12 ลูก ที่โจมตีฐานทัพใกล้กรุงดามัสกัสตกทั้งหมด อย่างไรก็ดีซีเรียไม่ได้แสดงหลักฐานว่าเป็นจริงหรือไม่

    ทั้งนี้ เชื่อว่าเฮลิคอปเตอร์หลายลำซึ่งจอดอยู่ที่ฐานทัพดังกล่าวเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในการโจมตีเมืองดูมาด้วยอาวุธเคมี รัสเซียเองระบุด้วยว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอังกฤษ ไม่ได้กระทบกระเทือนที่มั่นใด ๆ ของรัสเซีย

    ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียรายงานว่าการโจมตีสร้างความเสียหายในวงจำกัดเฉพาะในกรุงดามัสกัส และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ที่เมืองฮอมส์

    ขีปนาวุธลูกถูกถ่ายไว้ได้เหนือกรุงดามัสกัสช่วงเช้าตรู่วันเสาร์

    ที่มาของภาพ, AFP

    คำบรรยายภาพ, ภาพขีปนาวุธที่ถูกบันทึกไว้ได้เหนือกรุงดามัสกัสช่วงเช้าตรู่วันเสาร์
  15. อังกฤษ เผยโจมตีซีเรียประสบความสำเร็จอย่างสูง

    เกวิน วิลเลียมสัน รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ เปิดเผยกับบีบีซีว่า การโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย “ประสบความสำเร็จอย่างสูง” และนักบินและลูกเรือของเครื่องบินรบสี่ลำที่ส่งไปกลับมาอย่างปลอดภัย

    กราฟิก
    คำบรรยายภาพ, กำลังทหารของอังกฤษในตะวันออกกลาง
  16. ปฏิกิริยาชาวกรุงดามัสกัสหลังพันธมิตร 3 ชาติถล่มซีเรีย

    ผู้ประท้วงชูธงซีเรียกลางกรุงดามัสกัส เหมืองหลวงของซีเรีย

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงชูธงซีเรียกลางกรุงดามัสกัส เหมืองหลวงของซีเรีย
    โปสเตอร์ขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, โปสเตอร์ขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ที่ติดตั้งไว้บริเวณถนนมุ่งสู่สนามบิน
    ชาวกรุงดามัสกัสออกมารวมตัวประท้วงที่ท้องถนน

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, ชาวกรุงดามัสกัสออกมารวมตัวประท้วงที่ท้องถนน แสดงความโกรธแค้นต่อการเปิดฉากโจมตีที่นำโดยสหรัฐฯ
  17. ปฏิกิริยาจากประชาคมโลก

    นายเยนส์ สโตลเตนแบร์ก เลขาธิการองค์การนาโต โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์สนับสนุนการโจมตีของพันธมิตรชาติตะวันตก โดยระบุว่า ผู้ที่ใช้อาวุธเคมี “ต้องรับผิดชอบ”

    นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา สนับสนุนการโจมตีครั้งนี้เช่นกัน โดยระบุผ่านเว็บไซต์ว่า “แคนาดาสนับสนุนการตัดสินใจของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ที่ได้ลงมือลดทอนความสามารถของรัฐบาลอัสซาด ในการใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเมืองของตนเอง”

    นายจอห์น แม็คเคน ประธานกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภาสหรัฐฯ และแกนนำสมาชิกพรรครีพับลิกันคนสำคัญที่วิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์ เห็นด้วยและชื่นชมกับการใช้กำลังทางทหารเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม มีสมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนที่ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ควรจะเข้าชี้แจงต่อรัฐสภา เพื่อขออนุมัติการใช้กำลังทหาร

    ขณะที่นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ กล่าวเตือนสมาชิกยูเอ็นถึงหน้าที่ความรับผิดชอบว่า “มีพันธกรณี โดยเฉพาะในเรื่องสันติภาพและความมั่นคง ที่เราจะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ” และ “ขอให้ทุกชาติสมาชิก พยายามยับยั้งชั่งใจในภาวะการณ์ที่อันตรายเช่นนี้”

    คอนสแตนติน โคซาเชฟ ประธานกรรมาธิการต่างประเทศของวุฒิสภารัสเซียประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเกิดขึ้นโดยไม่มีหลักฐานใด ๆ เลย และทำให้การทำงานขององค์การห้ามอาวุธเคมี (Organisation for the Prohibition of Chemicals Weapons Convention: OPCW) ที่เพิ่งเริ่มที่ดูมานั้นยากลำบากขึ้นไปอีก

    ผู้เชี่ยวชาญของ OPCW มีแผนจะเข้าไปดูมา ซึ่งเป็นเมืองที่กบฎซีเรียยึดครองเพื่อตรวจสอบว่ามีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเกิดขึ้นในเมืองนี้เมื่อเสาร์ที่แล้ว และมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 40 คน

    เมย์ ทรัมป์ มาครง

    ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

    คำบรรยายภาพ, สหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส เป็น 3 ชาติ จาก 5 ชาติ ที่อยู่ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
  18. พลเรือนได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

    ซานา สื่อของทางการซีเรียรายงานว่า การโจมตีที่จังหวัดออมส์ไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ทางด้านการทหารแต่อย่างใด แต่มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บสามราย

    ก่อนหน้านั้น กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่ามีเป้าหมายโจมตีคลังเก็บอาวุธเคมีทางตะวันตกของเมืองออมส์

    ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียรายงานว่า การโจมตีทำให้เกิดความเสียหายขึ้นว่าสำนักงานสาขาของสถาบันวิจัยและศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ทางด้านเหนือของกรุงดามัสกัส

  19. วิดีโอบันทึกภาพการโจมตีซีเรียตอนกลางคืน

    คำบรรยายวิดีโอ, เป้าหมายหลายแห่งในซีเรียถูกโจมตีโดยปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส
  20. รู้อะไรแล้วบ้างเกี่ยวกับปฏิบัติการถล่มซีเรีย

    • กองทัพสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส ส่งเครื่องบินรบโจมตีเป้าหมายหลายแห่งของรัฐบาลซีเรีย ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตและเก็บอาวุธเคมี เพื่อตอบโต้เหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งชาติตะวันตกอ้างว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ยึดครองแห่งสุดท้ายของกลุ่มกบฏในซีเรีย
    • ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงต่อประชาชนอเมริกันว่าได้อนุมัติการโจมตีทางทหารตอบโต้การใช้อาวุธเคมีในซีเรีย โดยเป็นปฏิบัติการร่วมกับอังกฤษ และฝรั่งเศส
    • รัฐบาลรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของซีเรีย ได้ส่งหนังสือไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า "การกระทำเช่นนี้จะไม่ถูกปล่อยไว้โดยปราศจากผลกระทบตามมา"
    • กองทัพซีเรียแถลงการณ์ว่า กองทัพชาติพันธมิตร 3 ชาติ โจมตีซีเรียด้วยขีปนาวุธแล้ว 110 ลูก
    • ทางการซีเรียระบุว่า ได้รับคำเตือนล่วงหน้าจากรัสเซียว่าจะมีการโจมตี และฐานทัพหลายแห่งถูกเคลื่อนย้ายไปแล้วเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา
    • นายเยนส์ สโตลเตนแบร์ก เลขาธิการองค์การนาโตได้ออกมากล่าวสนับสนุนการโจมตีครั้งนี้ เขากล่าวในแถลงการณ์ว่า การโจมตีจะลดทอนการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลในการโจมตีประชาชนได้"
    • การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากชาติมหาอำนาจสงสัยว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองดูมา ในเขตกูตาตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองแห่งสุดท้ายของกลุ่มกบฏในซีเรีย เมื่อวันเสาร์ที่ 7 เม.ย. ซึ่งนักเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์ ระบุว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน