นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวประกาศชัยชนะของพรรคในการเลือกตั้ง 2566 เริ่มประโยคแรกด้วยคำว่า
"ผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทย" โดยเขายืนกรานอีกครั้งว่า ก้าวไกลขอน้อมรับฉันทามติของประชาชน พร้อมจัดตั้งรัฐบาล "พลิกขั้ว เปลี่ยนข้าง จากฝ่ายค้านเดิม" และเขาพร้อมเป็น "นายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน"
จากเมื่อคืนจนถึงเวลานี้ พิธาและพรรคก้าวไกล ได้ติดต่อแกนนำ 5 พรรคการเมือง รวมถึงโทรศัพท์ถึง น.ส. แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เพื่อเชิญร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมแล้ว
"ผมแสดงความยินดีต่อเธอต่อความมุ่งมั่นตั้งใจ แม้จะมีสถานะเป็นแม่ แล้วเชิญร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก้าวไกล-เพื่อไทย" ไม่เพียงเท่านั้น พรรคก้าวไกลได้พูดคุยจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม ประกอบด้วย ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย และเสรีรวมไทย ตอนนี้ กำลังติดต่อกับพรรคพลังธรรม รวมเป็น 309 เสียง ซึ่งเขาระบุว่า "เพียงพอแล้วในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก" และ "ปิดประตูการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย อย่างแน่แท้แล้ว"
กระบวนการต่อจากนี้ พรรคก้าวไกลจะนำโรดแมปที่สัญญากับประชาชน มาคุยกับว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดความเหลื่อมล้ำ และตั้งทีมงานในการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
อีกกระบวนการสำคัญ คือ เดินสายทำความเข้าใจกับประชาชนที่เห็นต่าง และยังไม่เข้าใจในนโยบายของพรรคก้าวไกล
ส่วนคำถามต่อ 250 เสียงของวุฒิสภาที่มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายพิธา เชื่อมั่นว่า ส.ว. จะไม่กล้าฝืนฉันทามติของประชาชน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด
สื่อถามว่า จะมีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย (70 เสียง) เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. อย่างสมบูรณ์หรือไม่ หัวหน้าพรรคก้าวไกลตอบว่า ด้วยเสียง 309 เสียงในตอนนี้ "ยังไม่มีความจำเป็น"
เขากล่าวอีกว่า พรรก้าวไกลจะ "จัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง และเศรษฐกิจ ไม่ให้มีความเสี่ยงต่อประทเศไทย"