จับตาสูตรจัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง

พรรคก้าวไกลเตรียมประกาศชัยชนะ หลังชนะที่นั่ง ส.ส. เป็นอันดับ 1 เดินหน้าเจรจาพรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาลขั้วประชาธิปไตย แต่สูตรจัดตั้งรัฐบาลจะมีหน้าตาอย่างไร บีบีซีไทยเกาะติดทุกความเคลื่อนไหว พร้อมการวิเคราะห์ว่า ผลคะแนนในพื้นที่ต่าง ๆ สะท้อนอะไรบ้าง

รายงานสด

  1. สิ้นสุดการรายงานสด

    ทีมข่าวบีบีซีไทยขอสิ้นสุดการรายงานสด "จับตาสูตรจัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง" ไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณผู้ชมทุกท่านที่ติดตามมาตลอดทั้งวัน และหลายท่าน ติดตามการรายงานข่าวของเรามาตั้งแต่วันเลือกตั้ง

    บีบีซีไทย จะรายงานข่าวความเคลื่อนไหวของการจัดตั้งรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ติดตามได้ทางทุกช่องทางของเรา

  2. ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาล

    พรรคก้าวไกลประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเดินหน้าเจรจากับว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรค รวม 310 เสียง

    แล้วไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลตอนนี้ เป็นอย่างไร ไทยจะเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่เมื่อไหร่ ตรวจสอบได้ทางนี้

    อ่าน การเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิมอย่างไร หลัง "ก้าวไกล" ชนะเลือกตั้ง ทางนี้ https://bbc.in/3I9VFWZ

    .
  3. พิธา ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน หลังประกาศชัยชนะเลือกตั้ง

    ช่วงเย็นวันที่ 15 พ.ค. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล รวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน หลังประกาศความพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จากผลคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เป็นอันดับ 1

    ขบวนรถแห่ของพรรคก้าวไกล ใช้เส้นทางถนนราชดำเนิน ไปยังสนามหลวง บ้านหม้อ ดิโอสยาม ก่อนจะกลับมาจอดรถปราศรัยที่บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นจุดสุดท้าย

    "วันใหม่ของประชาชนมาถึงแล้วครับ วันใหม่ที่จะเต็มไปด้วยแสงสว่างแห่งความหวัง" พิธา ปราศรัยที่ลานคนเมือง

    "สำหรับพี่น้องประชาชน ที่ไม่เคยรู้สึกว่ามีความหวังในประเทศนี้ ท่านอาจจะยอมแพ้ สิ้นหวัง ไม่เคยมีตัวตนในประเทศนี้ ไม่เคยมีใครเคยมองเห็นท่าน ได้ยินท่าน วันนี้คือคำตอบของพวกท่านแล้วว่า อนาคตเป็นไปได้ในประเทศของเรา"

    Thai News Pix

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    Thai News Pix

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    Thai News Pix

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    Thai News Pix

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

  4. อ่านผลการเลือกตั้งผ่านแผนที่

    ดร. สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า เล่าให้บีบีซีไทยถึงภาพรวมของผลการเลือกตั้งผ่านแผนที่ผ่านคำนิยามกับพรรคการเมืองหลักดังนี้

    • พรรคก้าวไกล ปักธงชัยทุกภาค
    • พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแบบแลนด์สไลด์
    • พรรคภูมิใจไทยรักษาระดับได้ตามเป้า
    • พรรคเพื่อไทยพ่ายหนักหัวเมืองเหนือ
    พรรคก้า่วไกล

    ที่มาของภาพ, ิิBBC

    พรรคประชาธิปัตย์
    พรรคเพื่อไทย
    พรรคภูมิใจไทย
  5. เหลือ 4 “จังหวัดเพื่อไทย”

    นอกจากแคมเปญ “แลนด์สไลด์” ของพรรคเพื่อไทย (พท.) จะประสบความล้มเหลว พรรค พท. ยังต้องเสียฐานที่มั่นทางการเมือง และ “เมืองหลวง” ของตระกูลชินวัตรให้แก่พรรคสีส้ม

    บีบีซีไทยตรวจสอบพบว่า พื้นที่ 16 จังหวัด ที่พรรค พท. เคยชนะยกจังหวัดในศึกเลือกตั้ง 2562 ถูกแทนที่ด้วยนักการเมืองหน้าใหม่จากพรรค ก.ก. และพรรคอื่น ๆ โดยเหลือเพียง 4 จังหวัด ที่พรรคสีแดงยังกวาดชัยชนะทุกเขตเลือกตั้ง

    ไม่เว้นกระทั่ง “บ้านเกิด” ของอดีตนายกฯ ทักษิณชินวัตร ใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “เมืองหลวงเพื่อไทย” และไม่เคยแพ้เลือกตั้งเลย ก็ยังถูกพรรคส้ม “ตีแตก”

    ทำไมเพื่อไทยถึงพลาดเป้า “แลนด์สไลด์” อ่าน ที่นี่

  6. พรรคก้าวไกลสัญญานโยบายอะไรบ้าง ถ้าเป็นรัฐบาล

    นอกจาก การแก้ ม.112, แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นสมัครเข้าเป็นทหารโดยสมัครใจ เพื่อยกระดับกองทัพ

    พรรคก้าวไกล ยังมีนโยบายอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง ที่ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชน บีบีซีไทยรวบรวมมาโดยสังเขป ภายหลังพรรคก้าวไกลประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

    .
  7. สามจังหวัดชายแดนใต้ พรรคประชาชาติ เข้าเส้นชัยเกินครึ่ง

    ผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งครั้งนี้มีเก้าอี้ ส.ส. เพิ่มเป็น 13 เขต จากเดิม 11 เขต เมื่อปี 2562

    ผลการนับคะแนน พบว่า มีพรรคการเมือง 6 พรรค แบ่งเก้าอี้ โดยพรรคประชาชาติ (ปช.) ครองเก้าอี้กว่าครึ่งของพื้นที่ชายแดนใต้ 7 ที่นั่งจาก 13 ที่นั่ง ตามด้วยพลังประชารัฐ (พปชร.) 3 ที่นั่ง และภูมิใจไทย (ภท.) รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคละ 1 เขต

    ผลเลือกตั้งรายจังหวัด

    • ปัตตานี - ประชาชาติ 3 เขต, พลังประชารัฐ 1 เขต, ประชาธิปัตย์ 1 เขต
    • ยะลา - ประชาชาติ 3 เขต
    • นราธิวาส - พลังประชารัฐ 2, รวมไทยสร้างชาติ 1, ภูมิใจไทย 1 และประชาชาติ 1
    bbc

    ในส่วนพรรคประชาชาติ ซึ่งใช้จุดขายในความเป็นพรรคของชาวมุสลิมในพื้นที่ ยังได้ที่นั่ง ส.ส. บัญชีรายชื่ออีก 2 ที่นั่ง ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และ พ.ต.ท. ทวี สอดส่อง รวม ส.ส. ประชาชาติในการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งสิ้น 9 คน

    ย้อนฟังวิสัยทัศน์แก้ปัญหาปากท้องสามจังหวัดฯ จาก 3 ผู้สมัครพรรคการเมือง ได้ที่ลิงค์ด้านล่าง

    ข้าม YouTube โพสต์
    ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

    บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

    คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

    สิ้นสุด YouTube โพสต์

  8. รวมแคนดิเดตนายกฯ / หัวหน้าพรรค ที่สอบตก

    ผลเลือกตั้ง เฉพาะกลุ่มผู้ที่พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากจำนวน 62 คน จาก 43 พรรคการเมือง มีแคนดิเดตจำนวนหนึ่ง ที่สอบไม่ผ่านทั้งระบบแบ่งเขต และระบบบัญชีรายชื่อ อาทิ

    • น.ต. ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย
    • เทวัญ ลิปตพัลลภ แคนดิเดตนายกฯ พรรคชาติพัฒนากล้า
    • นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยภักดี
    • มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยศรีวิไลย์

    ในบรรดาแคนดิเดตนายกฯ ที่สอบตก

    • พรรคที่เสนอชื่อคนเดียว 26 พรรค
    • พรรคที่เสนอ 2 รายชื่อ 5 พรรค
    • พรรคที่เสนอ 3 รายชื่อ 5 พรรค ได้แก่ ไทยสร้างไทย (น.ต. ศิธา ทิวารี),ชาติพัฒนากล้า (เทวัญ ลิปตพัลลภ), ไทยธรรม, พลังเพื่อไทย และประชากรไทย
  9. เหล่าแคนดิเดตนายกฯ ที่สอบผ่าน

    ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการที่นับคะแนนเกือบ 100% พบว่า มีพรรคการเมืองเพียง 6 พรรค ที่ผ่านเงื่อนไขกฎหมายการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของตนต่อรัฐสภา

    ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้เสียง ส.ส.เขต บวก ปาร์ตี้ลิสต์​ ผ่านเงื่อนไขอย่างน้อย 25 ที่นั่งพอดี

    รวมมีแคนดิเดตนายกฯ 9 คน ที่ทางพรรคสามารถเสนอชื่อเข้าพิจารณาในสภาฯ ได้ โดยธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองไทย พรรคที่ได้คะแนนสูงที่สุด จะได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน และเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของตนเอง เพื่อโหวตเลือกในสภา

    .
  10. อุ๊งอิ๊ง แจง ผลเลือกตั้งไม่กระทบกำหนดทักษิณกลับบ้าน

    น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยต่างฝ่ายต่างแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน

    เธอยังตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนที่ว่า การที่ พท. มีคะแนนเป็นอันดับ 2 ถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ของพรรคหรือไม่ โดยเปรียบเทียบการเลือกตั้งก็เหมือนกีฬา มีผู้แพ้-ผู้ชนะ

    “แน่นอนว่าผู้แพ้ หรืออันดับ 2 ถามว่ามีความผิดหวังบ้างไหม มันก็มีบ้างแหละ เพราะ เราคิดว่าเราจะเป็นอันดับ 1 แต่เราก็ยอมรับ เพราะมันคือน้ำใจนักกีฬา ที่เมื่อพรรคก้าวไกลได้อันดับ 1 เราแสดงความยินดีด้วย แล้วเราก็เชียร์เพื่อประชาธิปไตย เพื่อประเทศชาติที่จะไปต่อได้ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว มันเป็นเรื่องของการเมือง ทุกคนต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน” น.ส. แพทองธารกล่าว

    ส่วนผลการเลือกตั้งที่ออกมา จะส่งผลกระทบต่อกำหนดการกลับบ้านเกิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ บิดาของ น.ส.แพทองธารหรือไม่นั้น เธอตอบว่า การกลับมาของคุณพ่อ ไม่เกี่ยวกับพรรค พท. ดังนั้นถ้าตัวท่านยังไม่ประกาศเลื่อน ก็คงเป็นวันเดิม ไทม์มิงแบบเดิมคือเดือน ก.ค. ตามที่พูดไว้ ส่วนจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร ถ้านายทักษิณได้ออกมาพูดก็ตามนั้น

  11. เพื่อไทยพร้อมร่วมรัฐบาลก้าวไกล ยืนยันไม่จัดรัฐบาลแข่ง

    เวลา 13.30 น. พรรคเพื่อไทยแถลงยอมรับผลการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาล หลังปรากฏผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่า พรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับ 1 และพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับสอง

    นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวแสดงความยินดี และยอมรับที่พรรคก้าวไกลเสนอตัวเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และเห็นด้วยที่พรรคก้าวไกลจะเชิญพรรคร่วม “ฝ่ายประชาธิปไตย” เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลตามที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้แถลงไว้

    “พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า ไม่มีแนวความคิดที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคก้าวไกล” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแถลง

    ส่วนกระบวนการต่าง ๆ ทางแกนนำ พท. ขอให้เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายดำเนินการ และเห็นว่าโดยเสียง 309 เสียงสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มแข็งได้ แต่จะโหวตนายกฯ ได้หรือไม่ เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมาย ซึ่งต้องอาศัยเสียงโหวต 376 เสียงในรัฐสภา

  12. 7 พรรคได้ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคละคน

    นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงสรุปผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ณ การนับคะแนนเสร็จสิ้น 99% ณ เวลา 10.30 น. โดยพบว่า พรรคก้าวไกล ชนะเลือกตั้งด้วยนอด ส.ส. รวม 151 ที่นั่ง (เขต 112 ปาร์ตี้ลิสต์ 39) ตามด้วยพรรคเพื่อไทย 141 ที่นั่ง (เขต 112 ปาร์ตี้ลิสต์ 29) และพรรคภูมิใจไทย 71 ที่นั่ง (เขต 68 ปาร์ตี้ลิสต์ 3)

    ขณะเดียวกันยังมีพรรคเพื่อไทยรวมพลัง ได้ที่นั่ง ส.ส.เขต 2 ที่นั่ง และมีพรรคการเมืองต่าง ๆ รวม 7 พรรค ที่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคละคน โดยพรรคเหล่านี้ได้คะแนนมหาชนตั้งแต่ 344,979-170,101 คะแนน ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคใหม่, พรรคท้องที่ไทย, พรรคเป็นธรรม, พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน

    อย่างไรก็ตามข้อมูลราว 13.00 น. มีการเปลี่ยนแปลงคะแนนเล็กน้อย โดยพรรคก้าวไกลได้ ส.ส.เขตเพิ่มขึ้น 1 ที่นั่ง รวมเป็น 152 ที่นั่ง ส่วนพรรคภูมิใจไทย ส.ส. เขตหายไป 1 ที่นั่ง เหลือยอด ส.ส. ทั้ง 2 ระบบ 70 ที่นั่ง

    .
  13. รวมภาพบรรยากาศ พิธา แถลงประกาศชัยชนะ

    "ผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทย"

    นี่คือประโยคเปิดการแถลงข่าวประกาศชัยชนะของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หลังกลายเป็นพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 และแสดงความพร้อม จัดตั้งรัฐบาล

    ตลอดการแถลงข่าว พิธา ตอบคำถามภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว เพื่อพยายามอธิบายถึงจุดยืนในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล และเชื่อว่า ส.ว. 250 เสียง จะไม่ฝืนฉันทามติของประชาชน

    Thai News Pix

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    .

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    Thai News Pix

    ที่มาของภาพ, Thai News Pix

  14. ผลเลือกตั้ง 2566 ปิดฉาก “ระบอบประยุทธ์” ?

    พล.อ. ประยุทธ์ เดินออกจากพรรค รทสช. ช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ค. อย่างเงียบ ๆ โดยกล่าวกับสื่อมวลชนสั้น ๆ ว่า “ผมพยายามทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดชีวิตของผม และอุดมการณ์ของพรรคก็เช่นเดียวกัน ขอให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีความเจริญก้าวหน้า ผมเคารพในวิถีประชาธิปไตย และการเลือกตั้ง ขอบคุณครับ”

    พล.อ. ประยุทธ์ ขึ้นสู่อำนาจทางการเมืองด้วยการก่อรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 สมัย รวมระยะเวลา 9 ปี

    แม้ที่นั่งในสภาของพรรค รทสช. ผ่านผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้ชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่จะนำมาพิจารณากลางสภาผู้แทนราษฎรได้ ต้องมาจากพรรคที่ได้ ส.ส. ไม่น้อยกว่า 5% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือมี ส.ส. 25 คนขึ้นไป แต่ก็ตกที่นั่งพรรคอันดับ 5 ของสภา

    พล.อ. ประยุทธ์ ผู้รอดจาก “ดาบศาลรัฐธรรมนูญ” ในคดี “นายกฯ 8 ปี” จึงจำต้องยุติวาระแห่งอำนาจด้วยเสียงชี้ขาดจากประชาชน

    ผลการเลือกตั้ง 2566 จึงน่าจะนำไปสู่การปิดฉาก “ระบอบประยุทธ์” อ่านเพิ่มเติม ที่นี่

    คำบรรยายวิดีโอ, "ผมไม่อยู่แล้วจะคิดถึงไหม" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวในการปราศรัยครั้งสุดท้ายเมื่อ 12 พ.ค. 66
  15. บ้านใหญ่ "ปิตุเตชะ" สอบตกที่ จ. ระยอง

    5 เขตของ จ.ระยอง แห่งภาคตะวันออก ซึ่งมีบ้านใหญ่ "ปิตุเตชะ" ของพรรคประชาธิปัตย์ ยึดครองมาอย่างยาวนาน ถูกยึดพื้นที่ใหม่ด้วยผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.)

    นี่เป็นการพ่ายแพ้แบบยกจังหวัดของ "ปิตุเตชะ" ที่ส่งคนนามสกุลเดียวกันลง 4 เขต รวมทั้ง สาธิต ปิตุเตชะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่แพ้ให้กับก้าวไกลในเขต 2 คะแนนทิ้งห่างเกินกว่า 10,000 คะแนน

    ส่วนบัญญัติ เจตนจันทร์ ปชป. ระยอง เขต 3 ก็สอบไม่ผ่าน จบได้เพียงอันดับสาม

    BBC
  16. ก้าวไกล กวาด ส.ส. ปริมณฑล และ 3 สมุทร

    จังหวัดปริมณฑลรอบกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล มาแรงกวาดที่นั่งยกจังหวัดใน จ.นนทบุรี (8 เขต) สมุทรปราการ (8 เขต) สมุทรสงคราม (3 เขต) และสมุทรสาคร (1 เขต)

    ส่วน จ. ปทุมธานี 7 เขต เหลือให้เพื่อไทย 1 ที่นั่ง ขณะที่พรรคก้าวไกลกวาดไปทั้งสิ้น 6 ที่นั่ง รวมทั้งเขตอดีต "งูเห่า" ที่ชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรมประชาธิปไตย มาลงสมัครทวงคืนเก้าอี้พรรค "ส้ม" เอาชนะอดีต "งูเห่า" อย่าง อนาวิล รัตนสถาพร ที่ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย (ภท.) ที่มีคนกาเลือกมาเป็นอันดับสาม

    ส่วนที่ จ.นนทบุรี ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นฐานใหญ่ของมวลชนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง เมื่อการเลือกตั้ง 2562 เพื่อไทย (พท.) คว้า ส.ส. มา 5 ที่นั่งจาก 6 เขตเลือกตั้ง แบ่งให้พรรคพลังประชารัฐในเขตเลือกตั้งที่ 1

    แต่ครั้งนี้ นับเป็นการพ่ายแพ้ในทุกเขตของพรรคเพื่อไทย (พท.)

  17. พิธา ประกาศนำ "ก้าวไกล-เพื่อไทย-อดีตฝ่านค้าน" ตั้งรัฐบาลผสม 309 เสียง

    นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวประกาศชัยชนะของพรรคในการเลือกตั้ง 2566 เริ่มประโยคแรกด้วยคำว่า

    "ผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทย" โดยเขายืนกรานอีกครั้งว่า ก้าวไกลขอน้อมรับฉันทามติของประชาชน พร้อมจัดตั้งรัฐบาล "พลิกขั้ว เปลี่ยนข้าง จากฝ่ายค้านเดิม" และเขาพร้อมเป็น "นายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน"

    จากเมื่อคืนจนถึงเวลานี้ พิธาและพรรคก้าวไกล ได้ติดต่อแกนนำ 5 พรรคการเมือง รวมถึงโทรศัพท์ถึง น.ส. แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เพื่อเชิญร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมแล้ว

    "ผมแสดงความยินดีต่อเธอต่อความมุ่งมั่นตั้งใจ แม้จะมีสถานะเป็นแม่ แล้วเชิญร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก้าวไกล-เพื่อไทย" ไม่เพียงเท่านั้น พรรคก้าวไกลได้พูดคุยจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม ประกอบด้วย ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย และเสรีรวมไทย ตอนนี้ กำลังติดต่อกับพรรคพลังธรรม รวมเป็น 309 เสียง ซึ่งเขาระบุว่า "เพียงพอแล้วในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก" และ "ปิดประตูการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย อย่างแน่แท้แล้ว"

    กระบวนการต่อจากนี้ พรรคก้าวไกลจะนำโรดแมปที่สัญญากับประชาชน มาคุยกับว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดความเหลื่อมล้ำ และตั้งทีมงานในการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

    อีกกระบวนการสำคัญ คือ เดินสายทำความเข้าใจกับประชาชนที่เห็นต่าง และยังไม่เข้าใจในนโยบายของพรรคก้าวไกล

    ส่วนคำถามต่อ 250 เสียงของวุฒิสภาที่มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายพิธา เชื่อมั่นว่า ส.ว. จะไม่กล้าฝืนฉันทามติของประชาชน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด

    สื่อถามว่า จะมีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย (70 เสียง) เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. อย่างสมบูรณ์หรือไม่ หัวหน้าพรรคก้าวไกลตอบว่า ด้วยเสียง 309 เสียงในตอนนี้ "ยังไม่มีความจำเป็น"

    เขากล่าวอีกว่า พรรก้าวไกลจะ "จัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง และเศรษฐกิจ ไม่ให้มีความเสี่ยงต่อประทเศไทย"

    BBC
    .
  18. จันทบุรี ก้าวไกล รักษาที่นั่งเดิม ทั้ง 3 เขต

    เมื่อปี 2562 ทั้ง 3 เขต ของ จ.จันทบุรี อดีตพรรคอนาคตใหม่ กวาดทั้งหมด แต่มี 2 ส.ส. คือ นายจารึก ศรีอ่อน และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ถูกขับออกจากพรรค หลังมีพฤติกรรมโหวตสวนมติพรรคในเรื่อง พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

    ครั้งนี้พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กลับมายึดครองพื้นที่ จ.จันทบุรี ทั้งหมดอีกครั้ง โดยที่อดีต "งูเห่า" 2 เขต สอบตก

    ขณะที่ ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส. ก้าวไกล จันทบุรี เขต 3 ยังรักษาแชมป์ไว้ได้

  19. กกต. เผย ปชช. ใช้สิทธิเลือกตั้งสูงสุดในประวัติศาสตร์

    นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงขอบคุณประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นับจาก กกต. จัดการเลือกตั้งมา 7 ครั้ง โดยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ 39,293,867 คน หรือคิดเป็น 75.22% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52 ล้านคน ขณะที่ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มีผู้ออกไปใช้สิทธิ 74.87% ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และทำให้การเลือกตั้งครั้งนืมีความหมาย

    ประธาน กกต. ยังขออภัยที่การรายงานผลเลือกตั้งล่าช้า จากตั้งใจให้ลุล่วงตั้งแต่เวลา 22.00-23.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค. แต่กว่ารายงานจะครบ 90% ก็สายแล้ว

    “ความล่าช้าที่เกิดขึ้นมีอยู่ประการเดียว คือผู้ปฏิบัติต้องการให้รวดเร็วและถูกต้องเป็นหลัก ถ้ารวดเร็วแล้วผิด เราไม่อยากทำอีก” ประธาน กกต. กล่าว

    นายอิทธิพรบอกด้วยว่า ขณะนี้ได้รับคำร้องรวม 168 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นการซื้อเสียง 59 เรื่อง

  20. ก้าวไกล ล้ม "บ้านใหญ่" จ.สมุทรปราการ กวาด 8 เขต ทั้งจังหวัด

    ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 98% จาก กกต. ณ เวลา 04.00 น. (15 พ.ค.) จ.สมุทรปราการ 8 เขต พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กวาดที่นั่ง ส.ส. ยกจังหวัด

    ถือเป็นอีกจังหวัดที่ผลคะแนนเกิดการพลิกล็อก หลังจาก "บ้านใหญ่" จ. สมุทรปราการ ของตระกูลการเมือง "อัศวเหม" สูญเสียนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม แกนนำใหญ่ก่อนการเลือกตั้ง ผู้สมัครจากเครือข่ายของอัศวเหม ในนามพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สอบตกทุกเขต รวมถึงนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก พปชร. เขต 8 ที่จบคะแนนได้เพียงอันดับ 3

    หากนับเฉพาะผู้สมัครนามสกุลอัศวเหมที่สอบตก มีจำนวน 3 เขต ได้แก่ อัครวัฒน์ อัศวเหม (เขต 1) วรพร อัศวเหม (เขต 4) ต่อศักดิ์ อัศวเหม (เขต 7)

    bbc