ต่างชาติทยอยอพยพพลเมืองและนักการทูตออกจากซูดาน หลังเหตุสู้รบยังไม่สงบ

People from a group of 343 citizens of Jordan, Palestine, Iraq, Syria, and Germany who were evacuated from Sudan disembark from military aircraft at Marka Military Airport, in Amman, Jordan, 24 April 2023.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, พลเมืองจอร์แดน ปาเลสไตน์ อิรัก ซีเรีย และเยอรมนี เดินทางถึงสนามบินทหารในกรุงอัมมาน เมื่อช่วงเข้าที่ผ่านมา

สถานการณ์การสู้รบในซูดานยังตึงเครียดหนัก ทำให้หลายประเทศทยอยอพยพนักการทูตและพลเมืองออกจากกรุงคาร์ทูม ขณะที่ทางการไทยติดตามใกล้ชิดเพื่อเตรียมความพร้อมย้ายคนไทยออกมาเพื่อความปลอดภัย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) ว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศซูดานอย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลคนไทยและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาในประเทศซูดาน โดยวันที่ 22 เม.ย. พล.อ. สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือถึงมาตรการการให้ความช่วยเหลือ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยในประเทศซูดานอย่างเต็มที่

คำบรรยายวิดีโอ, ชมคลิป: สถานการณ์ในกรุงคาร์ทูมของซูดาน ยังคงได้ยินเสียงระเบิดดังจากการสู้รบ

ด้านทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้เสนอเส้นทางการอพยพสู่พื้นที่ปลอดภัย ณ สนามบินประเทศเพื่อนบ้านซูดานเช่น ไคโร ซาอุ และ ฐานทัพสหรัฐที่ Djibouti โดยทาง กระทรวงการต่างประเทศจะหารือเรื่องการอำนวยความสะดวกต่างๆ กับประเทศที่เกี่ยวข้อง ร่วมทั้งพันธมิตรประเทศที่มีความพร้อมในการอพยพด้วย

ขณะเดียวกันหลายประเทศเริ่มทยอยอพยพพลเมืองออกจากเมืองหลวงของซูดานแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรได้อพยพบรรดานักการทูตออกจากซูดานด้วยเครื่องบินแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้านฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, และสเปน ก็อพยพพลเมืองของตัวเองออกไปแล้วเช่นกัน

มีหลายประเทศประสบความสำเร็จในการอพยพประชาชนออกจากซูดานตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ประมาณ 150 คน โดยส่วนใหญ่เป็นประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เชีย เช่นเดียวกันกับ อียิปต์, ปากีสถาน และแคนาดา ผ่านเส้นทางในทะเลไปยังเมืองท่าเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มนักเรียนชาวต่างชาติบางส่วนจากแอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลางที่ยังติดอยู่ในกรุงคาร์ทูม และยังรอความช่วยเหลือ มีรายงานว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระบบไฟฟ้า และระบบขนส่งอาหารและน้ำดื่มถูกดัดขาด ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง

ด้านความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมก็เริ่มทยอยเข้าพื้นที่ เช่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประกาศส่งทีมตอบโต้ภัยพิบัติเข้าในพื้นที่ทั้งในและนอกพรมแดนซูดาน เพื่อประสานงานด้านมนุษยธรรม

ซาแมนธา พาวเวอร์ จากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ทีมงานของ ยูเอสเอด จะปักหลักให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เคนยาเป็นลำดับแรก

ขณะที่องค์การอนามัยโลกประเมินว่า เหตุความรุนแรงและการสู้รบในซูดานได้คร่าชีวิตไปแล้วกว่า 400 ราย และมีผู้บาดเจ็บหลายพันราย เชื่อว่ายอดผู้เสียชีวิตจะสูงขึ้นไปอีกเนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ หลังจากโรงพยาบาลในหลายเมืองต้องปิดตัวลงจากเหตุปะทะกัน

ที่มาของความขัดแย้ง

นับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารในเดือน ต.ค. 2021 ซูดานก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของสภาที่นำโดยเหล่าแม่ทัพนายพล และมีนายพล 2 คนเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งครั้งล่าสุดนี้

Smoke rises in Omdurman near Khartoum

ที่มาของภาพ, Reuters

คนแรกคือ พลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการกองทัพซูดาน ซึ่งกุมตำแหน่งประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

ส่วนอีกคนคือ พลเอก โมฮัมเหม็ด ฮัมดัน ดากาโล หรือที่รู้จักกันในนาม "เฮเมดตี" ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดี และผู้บัญชาการกองกำลัง RSF

ทั้งสองมีความคิดเห็นต่างกันในทิศทางการบริหารประเทศ รวมทั้งการนำซูดานกลับคืนสู่การปกครองของรัฐบาลพลเรือน

หนึ่งในประเด็นสำคัญของความขัดแย้งครั้งล่าสุดคือแผนการผนวกกองกำลัง RSF ซึ่งมีกำลังพลราว 100,000 นายให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพซูดาน รวมทั้งใครจะเป็นผู้นำเหล่าทัพใหม่นี้