ฟุตบอลโลก 2022 : ทำไมนโยบายขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงเป็นปมขัดแย้งที่ยาวนานของฟีฟ่าและประเทศเจ้าภาพ

ที่มาของภาพ, Reuters
"น่าผิดหวังมาก" โฮเซ แฟนบอลจากเอกวาดอร์แสดงความเห็นต่อกรณีการห้ามขายเบียร์ในสนามแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาตาร์
"ผมได้เครื่องดื่มนี้ซึ่งมีแอลกอฮอล์ศูนย์เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยผมก็ได้สัมผัสรสชาติเหมือนกัน" เขากล่าวขณะเดินทางกลับที่พักหลังจบการแข่งขันของทีมเอกวาดอร์
"ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลย" เอมิลิโอ แฟนบอลอีกคนกล่าว "ผู้คนพากันร้องตะโกนหาเบียร์"
การตัดสินใจในนาทีสุดท้าย เรื่องห้ามจำหน่ายเบียร์ในสนามแข่งบอลโลกที่กาตาร์ คือประเด็นล่าสุดของปมขัดแย้งที่ดำเนินมายาวนานระหว่างสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กับบรรดาประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก
ที่ผ่านมาฟีฟ่าตกเป็นเป้าวิจารณ์เรื่องนโยบายที่ไม่คงเส้นคงวาเกี่ยวกับสปอนเซอร์ฟุตบอลโลก และหลายฝ่ายมองว่าการส่งเสริมให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสนามแข่งของฟีฟ่าเป็นการให้ความสำคัญต่อเงินตรามากกว่าความปลอดภัยของแฟนบอล
นโยบายห้ามขายแอลกอฮอล์

ที่มาของภาพ, EPA
แม้ในระยะหลัง ฟีฟ่าจะถูกวิจารณ์ว่าพยายามโน้มน้าวใจให้ประเทศเจ้าภาพขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสนามแข่ง แต่ในอดีตฟีฟ่าเคยมีนโยบายห้ามการขายแอลกอฮอล์แก่แฟนบอล
ก่อนปี 2004 ฟีฟ่ามีกฎเหล็กที่ห้ามผู้จัดการแข่งขันจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสนามแข่ง และผู้ที่มีอาการมึนเมาจะถูกนำตัวออกจากสนามในทันที
แต่การตัดสินใจเปลี่ยนจุดยืนในนโยบายนี้ และความพยายามผลักดันให้มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสนามแข่งของฟีฟ่า ก็นำไปสู่ความขัดแย้งกับหลายประเทศเจ้าภาพมหกรรมฟุตบอลโลก
เลิกห้ามขายเบียร์ในบราซิล

ที่มาของภาพ, Getty Images
ตอนที่บราซิลได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดบอลโลกในปี 2014 หนึ่งในประเด็นที่มีการถกเถียงกันคือเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสนามแข่ง
บราซิลแชมป์บอลโลก 5 สมัย ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ผู้คนนิยมดื่มเบียร์ แต่เช่นเดียวกับหลายประเทศที่มักเผชิญปัญหาแฟนบอลเมาแล้วก่อเหตุรุนแรงในสนามแข่ง
ด้วยเหตุนี้ ในปี 2003 ทางการบราซิลจึงออกกฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มมึนเมาในการแข่งขันฟุตบอล เพื่อป้องกันแฟนบอลก่อเหตุวิวาทรุนแรง
แต่การที่บัดไวเซอร์ (Budweiser) บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนที่ยาวนานของฟีฟ่า และเป็นสปอนเซอร์หลักของมหกรรมบอลโลก ก็ทำให้บราซิลได้รับการบอกกล่าวจากฟีฟ่าให้แก้ไขกฎหมายดังกล่าว
นายเชโรม วาล์ก เลขาธิการฟีฟ่าในขณะนั้นกล่าวว่า "เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลโลกฟีฟ่า ขออภัยถ้าผมอาจฟังดูเย่อหยิ่ง แต่มันเป็นเรื่องที่ต่อรองกันไม่ได้"
"การที่เราต้องได้สิทธิในการขายเบียร์จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย" เขากล่าว
ท่าทีดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้รัฐมนตรีสาธารณสุขบราซิลในขณะนั้นที่ตำหนิว่า นายวาล์ก เป็นคนปากกล้า และอ้างสิทธิบีบบังคับและควบคุมกฎหมายของประเทศอื่น
แม้จะมีการประท้วง แต่ท้ายที่สุดบราซิลก็ยอมแก้กฎหมายที่อนุญาตให้ขายเบียร์ในศึกฟุตบอลโลกปี 2014 ได้
ผลปรากฏว่า ในการแข่งขันครั้งนี้เกิดเหตุแฟนบอลปะทะกันหลายครั้ง ซึ่งนายวาล์กแสดงความเห็นว่า "ผมประหลาดใจกับปริมาณแอลกอฮอล์ที่พวกเขาดื่มกันและการมีคนเมามากมายขนาดนี้"
เมื่อถูกถามว่า ฟีฟ่าคิดจะเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ในอนาคตหรือไม่ นายวาล์กตอบว่า "หากเราคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นในการควบคุม [การขายแอลกอฮอล์] เราก็จะทำ"
แรงกดดันรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
แต่ในมหกรรมบอลโลกครั้งต่อมาที่รัสเซียในปี 2018 ฟีฟ่าก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้มากนัก
เช่นเดียวกับบราซิล รัสเซียมีนโยบายจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ในการแข่งขันกีฬารายการใหญ่มายาวนาน
ในปี 2005 รัฐบาลสั่งห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ และการโฆษณาสินค้าประเภทนี้ในสนามกีฬาต่าง ๆ
ขณะที่ปี 2014 ซึ่งรัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมโอลิมปิกที่เมืองโซชิ ก็ไม่มีสปอนเซอร์รายใหญ่ที่เป็นบริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย
ย้อนกลับไปในปี 2012 รัสเซียออกกฎหมายห้ามการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาดทางสื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ และสื่อสิ่งพิมพ์
อย่างไรก็ตาม ในปี 2013 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ลงนามในกฎหมายฉบับใหม่ที่อนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในศึกบอลโลกได้ และผ่อนคลายข้อห้ามการโฆษณาเบียร์ลงชั่วคราว
การต่อต้านทางศาสนา

ที่มาของภาพ, Getty Images
ปมขัดแย้งเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มมึนเมาในการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ไม่ได้มีแค่ในศึกบอลโลกเท่านั้น
ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ฟุตบอลยูโรปี 2020 นั้น สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เกิดความขัดแย้งกับนักเตะชาวมุสลิมที่ไม่ต้องการร่วมงานแถลงข่าวที่มีขวดเบียร์ซึ่งเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันวางอยู่บนโต๊ะแถลงข่าว
แม้ในภายหลังยูฟ่าตกลงที่จะถามความสมัครใจของโค้ชและนักเตะว่ายินยอมให้วางขวดเบียร์ไฮเนเก้นบนโต๊ะแถลงข่าวหรือไม่ แต่ก็เตือนว่าจะลงโทษปรับทีมที่ปฏิเสธสปอนเซอร์รายอื่น ๆ
การแบนของกาตาร์

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในมหกรรมบอลโลกครั้งนี้ การต่อต้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศเจ้าภาพอย่างกาตาร์ ซึ่งยึดข้อบังคับตามหลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดก็ทำให้ฟีฟ่าต้องยอมตกลงในนาทีสุดท้ายว่าจะห้ามจำหน่ายเบียร์ให้แฟนบอลในสนามแข่ง
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือตั๋ววีไอพี ยังสามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากร้านที่จัดให้เฉพาะในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการแข่งขัน
ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าการตัดสินใจของฟีฟ่าครั้งนี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับบริษัทผู้ผลิตบัดไวเซอร์อย่างไรบ้าง
มีรายงานว่าบัดไวเซอร์ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของศึกฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 จ่ายเงินให้ฟีฟ่าในการแข่งขันบอลโลกแต่ละครั้งราว 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ








